บอร์ด กพฐ.เห็นชอบแนวปฎิบัติรับนร.ปี63เปิดช่องให้อิสระพื้นที่กำหนดเงื่อนไขพิเศษรับเด็กได้ ตามบริบทของรร. แต่ถ้ามีใต้โต๊ะ ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ 


   


18ต.ค.62-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ที่ประชุม กพฐ. ได้มีมติเห็นชอบร่างนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2563 โดยที่ประชุมเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รับผิดชอบดูแลการรับนักเรียน แต่ยังคงหลักการจำนวนนักเรียนต่อห้อง เพื่อเป็นหลักประกันเรื่องคุณภาพ เช่น ระดับชั้นประถมศึกษา 30 คนต่อห้องเรียน มัธยมศึกษา 40 คนต่อห้อง เป็นต้น ส่วนในกรณีจะมีการขยายห้องเรียนก็ไม่คาดเกิน 5 คนต่อห้องเรียนและยังให้ กศจ.)ตั้งคณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัด เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการฯ จะมีอำนาจหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การรับนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของนักเรียน สัดส่วนการรับนักเรียนของโรงเรียน การจะสอบหรือไม่สอบ จะใช้คะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) หรือไม่ใช้ และมีคณะกรรมการรับนักเรียนระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อีก 1 ชุด ดูแลการรับนักเรียนภายในเขตพื้นที่การศึกษาและร่วมกับเขตพื้นที่การศึกษาอื่นภายในจังหวัด

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการรับนักเรียนในระดับการศึกษาปฐมวัย สพฐ.จะต้องให้หน่วยงานต่างๆ เช่น เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่จัดการศึกษาอยู่ดำเนินการรับเด็กไปก่อน ส่วนสถานศึกษาในสังกัด สพฐ.จะรับในส่วนที่ไม่มีสถานศึกษาสังกัดอื่นดูแลเด็กอยู่ ทั้งนี้ที่ประชุม กพฐ.เสนอว่าควรเปิดโอกาสให้เด็กพิเศษที่สามารถเรียนรวมได้เข้าเรียนรวมกับเด็กปกติในโรงเรียนทั่วไปด้วย นอกจากนี้ยังกระจายอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และ สพท. สามารถกำหนดเงื่อนไขพิเศษในการรับนักเรียนได้ ที่จากเดิม กพฐ.ได้มีแก้ไขประกาศ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2562  ในการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษจากเดิม 7 ข้อ เหลือ 4 ข้อ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การรับนักเรียนกรณีนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ แต่ทั้งนี้การดำเนินการจะต้องมีการหารือกันภายในคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัดให้ชัดเจน ว่า หากโรงเรียนใดมีความจำเป็นก็พิจารณาเป็นรายกรณีไปและเป็นไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย

“ทั้งนี้ในที่ประชุมเห็นตรงกันว่าหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการรับนักเรียนที่ไม่เป็นไปตามกติกา หรือไม่โปร่งใส ผู้บริหารต้องรับผิดชอบทั้งหมด เพราะเมื่อมีการกระจายอำนาจออกไปแล้ว ความรับผิดชอบก็ต้องตามไปด้วย “ประธาน กพฐ.กล่าว
 


ผมว่านะ............ คนอย่างนาย "ปิยบุตร แสงกนกกุล" นี่ นอกจากสงสัยกันว่า จบดอกเตอร์ทางกฎหมาย เป็นถึงระดับรองศาสตราจารย์มาได้อย่างไรแล้ว เขายังสงสัยกันอีกว่า.........

ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'
ประเดิมศกด้วย"ศึก ๒ สวน"
'ตำรวจกับผู้ร้ายในชีวิตจริง'
จากตะวันออกกลางสู่ปทุมวัน