ซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเสมือนจริงครั้งที่ 2


   

21 ต.ค 62 - คณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธีกองทัพเรือจัดให้มีการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก2562 เส้นทางท่าวาสุกรี-ท่าราชวรดิฐระยะทาง3.4 กม. โดยเป็นการซ้อมใหญ่ครั้งที่2 ในแบบเสมือนจริง

เวลา 15.48 น. การฝึกซ้อมเสมือนจริงเริ่มขึ้นที่ท่าวาสุกรี เรือพระราชพิธีทั้ง52 ลำที่จอดอยู่ในหลักริมน้ำทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีใช้กำลังฝีพาย 2,200 นายเรือพระราชพิธีเริ่มเคลื่อนออกไปตั้งขบวนรออยู่ที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเชิงสะพานพระราม 8 เมื่อถึงขั้นตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับบนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ออกจากท่าวาสุกรีเคลื่อนไปเข้าขบวนที่รออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วมีการให้สัญญาณยาตราตามกระแสน้ำไปยังท่าราชวรดิฐ มี น.อ.ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ รองผู้อำนวยการกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เป็นพนักงานเห่เรือประจำอยู่บนเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชร้องเห่แบบสดส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุไปยังลำโพงที่ติดตั้งทั้งบนเรือพระราชพิธีและตามท่าน้ำต่างๆใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถึงยังท่าราชวรดิฐสิ้นสุดการซ้อมใหญ่ครั้งที่ 2 ด้วยความงดงาม สมพระเกียรติ 

นาวาเอกไพฑูรย์ ปัญญสิน ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการฝ่ายความคุมขบวนเรือกองทัพเรือ กล่าวว่า หลังจากมีการเลื่อนวันเสด็จขบวนเรือพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารคจากวันที่24 ตุลาคมเป็นวันที่ 12 ธันวาคมกองทัพเรือจะนำเรือเข้ามาเก็บในช่วงระยะหนึ่งและได้กำหนดวันซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่เพื่อจะคงสถานะของกำลังพลอีก 5 ครั้งโดยแบ่งเป็นซ้อมย่อย 4 ครั้งในวันที่12 พฤศจิกายน, 19 พฤศจิกายน, 26 พฤจิกายนและ3 ธันวาคม ส่วนซ้อมใหญ่จะจัดขึ้นวันที่9 ธันวาคม อย่างไรก็ตาม เรืออื่นๆที่พายท่าพลราบ ซึ่งมีความชำนาญและความเข้มแข็งเพียงพอจะให้เจ้าหน้าที่เรือออกกำลังกายและฝึกฝนเพื่อยังคงพละกำลังขณะที่เรือพระที่นั่ง4 ลำและเรือรูปสัตว์ต่างๆ ผบ.ทร.เน้นย้ำให้กำลังพลคงสถานะความพร้อมไว้อยู่ตลอด โดยจะให้ฝึกต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม ดังนั้นจะมีการทำตารางการฝึก ทั้งเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ เป็นการฝึกทุกรูปแบบทั้งความพร้อมเพรียงความสวยงามและพละกำลัง

นาวาเอกไพฑูรย์ กล่าวว่า ในส่วนเรือพระราชพิธีเดิมกองทัพเรือมีแผนเตรียมเรือให้พร้อมรับเสด็จในช่วงเดือนตุลาคมเท่านั้นเมื่อมีการเลื่อนเสด็จฯไปในเดือนธันวาคมทำให้เรือบางลำมีความจำเป็นที่จะต้องซ่อมแซมโดยมีเรือที่ชำรุดมากประมาณ6 ลำแบ่งเป็นเรือพระที่นั่ง1 ลำคือเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชโดยหลังจากซ้อมเสร็จครั้งนี้จะอัญเชิญมาขึ้นซ่อมที่พิพิธภัณฑ์คลองบางกอกน้อยและเรือรูปสัตว์อีก5 ลำโดยทั่วไปจะซ่อมที่กรมอู่ทหารเรือโดยมีเรือเอกชัยเหินหาว เอกชัยหลาวทอง ครุฑเหินเห็จ ครุฑเตร็จไตรจักรส่วนเรือพาลีรั้งทวีป พบรั่วซึมจะลากเรือมาขึ้นซ่อมที่ท่าวาสุกรีสำหรับเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์จะเก็บรักษาไว้ที่เดิมส่วนเรือประกอบอื่นๆอีก 36 ลำ วันนี้ 18 ลำจะเข้าที่แผนกเรือพระราชพิธีกองเรือเล็กกรมขนส่งทหารเรือและจะนำอีก 18 ลำเข้ามาในวันพรุ่งนี้ 

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเลื่อนการพระราชพิธีออกไปให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เดือดร้อนพระองค์มีพระราชประสงค์ให้พระราชพิธีนี้มีความสวยงามในเรื่องการพายเรือซึ่งการพายให้สวยงามต้องอยู่ในระดับน้ำที่เหมาะสมหากเป็นกำหนดการเดิมบางทีต้องใช้ท่าพายที่ไม่เหมือนกันเพื่อให้ได้ระยะก็ทรงไม่โปรดเพราะมีคนเสนอว่าถ้าจะทำแบบนั้นต้องปล่อยน้ำลงมาช่วยทรงไม่โปรดให้ปล่อยน้ำมาจึงได้ขยับวันออกไป” นาวาเอกไพฑูรย์กล่าว 

นาวาเอกไพฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับการซ้อมในครั้งนี้กระแสน้ำตอนตั้งขบวนไหลขึ้นมาถึงนิ่งและไหลลงเล็กน้อยขณะที่วันที่24 ตุลาคมกระแสน้ำไหลขึ้นอีก3 วันกระแสน้ำจะเปลี่ยนกองทัพเรือทำนายน้ำและกระแสน้ำจากกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือแต่มีการเปรียบเทียบตลอดสถานการณ์จริงไม่แตกต่างจากการทำนายมากนักช่วงวันที่12 ธันวาคมนั้นกระแสน้ำจะไม่มีอิทธิพลแล้วมีเพียงอิทธิพลเรื่องกระแสลมจะมีลมเหนือที่พัดเข้ามาเท่านั้นช่วงนี้เป็นลมทางใต้หน้าหนาวแล้วแต่ไม่มีผลกระทบใดเพราะนายเรือมีการฝึกแก้ทิศทางลมอยู่แล้ว

“ที่เรากำหนดการฝึกซ้อมมาเยอะบางเรื่องทำให้คนตกใจ เช่น การซ้อมครั้งที่2 ที่เราตั้งใจที่ให้เจอกระแสน้ำที่แรงที่สุดทุกคนไม่รู้ความตั้งใจก็ตกใจเราเลือกกระแสน้ำที่แรงแล้วให้กำลังพลไปสัมผัสการฝึกของเราเป็นการฝึกทวนน้ำ 6 ครั้งและตามน้ำ 4 ครั้งเราเลือกที่จะทวนมากกว่าตามแต่คนที่ไม่ใช่ชาวเรือก็ตกใจกันไปว่าจะไม่สวยกระทบกับงานพระราชพิธีและไม่สมพระเกียรติการฝึกของเรามีทุกสภาพทั้งน้ำแรงน้ำน้อยน้ำนิ่งฝนตกแดดออกและลมซึ่งทำให้กำลังพลมีประสบการณ์และความชำนาญมากขึ้นโดยดูจากการที่มีรายงานเรื่องการจัดทำโบ๊ทเลนโดยกำลังพลทุกลำจะมีการติดจีพีเอสไว้ที่ตัว1 คนและมีการตีเส้นอยู่ในแม่น้ำรายงานว่าฝีพายสามารถพายเรืออยู่ในเลนได้หรือไม่นับเป็นครั้งแรกที่ขบวนเรือสามารถจัดได้ตามเส้นเช่นนี้” นาวาเอกไพฑูรย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลอดการฝึกซ้อมมีชาวไทยและชาวต่างประเทศปักหลักเฝ้าชมความงามของขบวนเรือพระราชพิธีสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้กองทัพเรือได้เปิดโอกาสให้ครอบครัวทหารเรือมาชมการซ้อมใหญ่ครั้งที่2 ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ โดยมีครอบครัวที่แสดงความจำนงมาทั้งหมด400 ครอบครัว และในวันที่12 ธันวาคมจะเปิดพื้นที่ในส่วนของกองทัพเรือให้แขกของกองทัพเรือเข้าชมอีก 5 จุด ได้แก่ กรมอู่ทหารเรือธนบุรี หอประชุมกองทัพเรือ ลานทัศนาภิรมย์ และห้องชมชลธี ราชนาวีสโมสร 

นางสาวกัลย์สุดา อัศวะภูมิ อายุ 16 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด เดินทางมาพร้อมน้องชายลุงและยายมาร่วมชมซ้อมใหญ่กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมครอบครัวจากจังหวัดร้อยเอ็ดถึงกรุงเทพฯ วันที่20 ต.ค. ตั้งใจมาชมซ้อมใหญ่ เพราะได้ชมข่าวทางโทรทัศน์สวยงามมาก ฝีพายพร้อมเพรียงอยากเห็นเรือพระราชพิธีจริงๆเพราะมีความสำคัญตามโบราณราชประเพณีโดยวันนี้มาที่สะพานพระราม8 ฝั่งธนบุรีตั้งแต่เวลา12.00 น. ก่อนขบวนเรือเริ่มช่วงเย็นตื่นตาตื่นใจมากวันจริงจะเฝ้ารอชมผ่านการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์อย่างแน่นอน 

นางอรฉัตร เตชะยืนยง อายุ42 ปี มาพร้อมลูกสาวอายุ 10 ปีและลูกชายอายุ  7 ปี  กล่าวว่า  มาชมซ้อมใหญ่ครั้งแรก  ก่อนหน้านี้ ไปชมนิทรรศการขบวนเรือพระราชพิธีที่ไอคอนสยาม ลูกๆชอบมาก อยากชมขบวนเรือจริงๆ ตนเห็นว่าต้องให้ได้เห็นสักครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นประเพณียิ่งใหญ่  อยากให้เด็กๆเห็นความงามของศิลปวัฒนธรรมและปลูกฝังรักสถาบันกษัตริย์ บ้านเรารักในหลวงทุกพระองค์ 

ในวันเดียวกันกองทัพเรือได้เผยแพร่กำหนดการซ้อมกำลังพลฝีพายและเตรียมการจัดขบวนเรือพระราชพิธีโดยการซ้อมย่อยจะจัดขึ้นวันที่12 พ.ย., 19 พ.ย., 26 พ.ย.และ3 ธ.ค. ส่วนการซ้อมใหญ่วันที่9 ธ.ค.
 


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน