บันทึกหน้า 4


   

                ไทยโพสต์ก้าวขึ้นปีที่ 24 ภายใต้ธงนำ อิสรภาพแห่งความคิด เป็นข่าวฮือฮาไม่น้อย บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ระบุว่า ถ้า บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นนายกรัฐมนตรีได้ก็ดี ทำเอาคอการเมืองวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ล่าสุดเมื่อถามว่าได้คุยกับ ผบ.ทบ.เรื่องนี้หรือไม่ ลุงป้อม ต้องรีบสยบข่าวว่า "ไม่ได้คุย โอ๊ย ก็พูดเล่นๆ เอง แหม" ถึงแม้ ลุงป้อม จะบอกว่าพูดเล่น แต่ก็เป็นเรื่องไม่แปลกหากเมื่อใด บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นำพาเรือแป๊ะไปไม่ถึงฝั่ง ก็ต้องเตรียมหากัปตันคนใหม่ไว้ทดแทน บิ๊กแดง ก็คือตัวเลือกหนึ่ง ส่วนจะมาช่องทางไหนก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์วันข้างหน้า...0

                หลัง บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ เข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธาน กลับโอละพ่อ! เมื่อ กมธ.ได้ขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ ช่วยประสาน พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้ถอนฟ้องกรณีแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายอาญา ม.116 กับ 7 แกนนำพรรคการเมืองฝ่ายค้าน จัดเวทีรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่ จ.ปัตตานี ที่มีนักวิชาการรายหนึ่งเสนอแก้ไข รธน.มาตรา 1 ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ได้รับปากจะไปช่วยประสาน เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ต้องประนีประนอม โธ่! อุตส่าห์ทำขึงขังแถลงโต้ว่าเป็นการแจ้งความเท็จ และแจ้งความกลับแล้ว แต่ไม่สู้ให้ถึงที่สุดเพื่อสร้างบรรทัดฐาน เสียฟอร์มจริงๆ...0

                ควันหลงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 63 - พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพล ส่งผลให้พรรค อนค.แตกกันเละ! ดร.ชาญวิทย์ ใจสว่าง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 อนค.โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “อนค.โกหกหน้าตาย” ลากไส้กันหมดพุงว่า อนค.แบ่งระดับ ส.ส.ออกเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มเพื่อนหัวหน้า เลขาฯ ที่เป็นชนชั้นสูงจบนอก แนวคิดประเสริฐกว่าใครในไทยนี้มีอำนาจเหนือ ส.ส.และผู้แพ้ทั้งหมด ปกครองเด็ดขาดโต้แย้งและเสนอแนะอะไรไม่ได้ 2.ส.ส.สอบได้คือ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เป็นคนใกล้ชิดและสนิทกับกลุ่มชั้นสูงเท่านั้นจึงได้ลง ส่วนคนนอกที่ได้ ส.ส.เขตเข้ามาหืออือไม่ได้ และ 3.ผู้แพ้ทั้งหมด 320 เขต เล็ดลอดไปเป็นผู้ช่วยบ้าง ไม่กี่คนกลุ่มนี้คือ "ขยะ" ในมุมมองของพรรค เจอคนในลากไส้กันเองแบบนี้อย่าไปโทษว่าถูกกลั่นแกล้งอีกล่ะ ทำตัวเป็นนักประชาธิปไตย แต่ผูกขาดอำนาจกันเพียง 3 คน ยิ่งกว่าเผด็จการเสียอีก หาก อนค.ถูกศาล รธน.สั่งยุบพรรคก็กระเจิงกันหมดแน่ แต่หากไม่ถูกยุบก็รบกันเองภายในต่อไปจนเละกว่าเก่า!...0

                ฝืนกระแสสังคมไม่ได้ การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มี นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ได้ลงมติแบบเปิดเผยตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอให้พิจารณายกเลิกการใช้วัตถุอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพริฟอส มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 เป็นต้นไป แต่ สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย (เอฟซา) จะรวบรวมข้อมูลที่เกษตรกรได้รับผลกระทบไปยื่นศาลปกครองให้คุ้มครองชั่วคราว พร้อมล่ารายชื่อยื่นนายกฯ ขณะที่เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารเคมีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร หนุนการลงมติเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและเกษตรกรอย่างแท้จริง สำหรับเรื่องสารทดแทน นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) มีคำตอบชัดเจนว่า ควรหาวิธีการทดแทน คือ 1.ใช้เครื่องมือกลและเครื่องจักรกลทางการเกษตร 2.เรื่องการปลูกพืชคลุมดิน และ 3.การจัดระบบการปลูกพืชแบบผสมผสาน สมาพันธ์เกษตรไม่ปลอดภัย ต้องเอา 3 แนวทางนี้ไปปฏิบัติ แทนที่จะออกมาคัดค้าน...0

                ถือเป็นแนวทางที่ดี นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เปิดเผยว่า "จะวางแนวทางการกำหนดมาตรการในการขอปล่อยตัวชั่วคราวหรือการประกันตัวของผู้ต้องหาและจำเลยที่มีความสะดวก รวดเร็ว มีความเสมอภาค และจะให้ศาลเปิดทำเพื่อพิจารณาการขออนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในวันหยุดราชกา อันเป็นแนวทางที่จะไม่ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมหรือขังเกินความจำเป็นในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดี" แต่ถ้าจะให้เกิดความยุติธรรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนจริงๆ ต้องมีมาตรการป้องกันผู้บริสุทธิ์ไม่ให้ตำรวจแจ้งข้อหาได้โดยง่าย โดยอัยการควรมีอำนาจพิจารณาหมายเรียก-หมายจับด้วย และเมื่อเกิดเหตุคดีสำคัญต้องให้หลายหน่วยงาน ทั้งอัยการ-ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกัน ไม่ใช่ผูกขาดอยู่ที่ตำรวจเช่นทุกวันนี้ จึงมีแพะ มีแกะ เต็มห้องขัง เดือดร้อนถึงศาล แล้วก็มารำวง แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ!...0

แซมซาย 


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน