เนื่องด้วยวันฮาโลวีน


   

                                                            (1)

        เห็นว่าช่วงวันพฤหัสฯ (31 ต.ค.) ที่ผ่านมา...เป็นวัน ฮาโลวีน หรือประเภทวันปล่อยผี ที่จำๆ มาจากพวกฝรั่งเขา ซึ่งก็คงไม่ได้มีความสลักสำคัญใดๆ แม้แต่นิด น้อยซะยิ่งกว่าวัน วาเลนตีน ที่ยังพอมีเนื้อหา สาระ เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้มั่ง แต่ก็นั่นแหละ...ในแง่ของ แฟชั่น หรือในแง่ที่ถือเป็นจังหวะ โอกาส พอให้ คนไทยได้เมา ตามแบบฉบับ วันไหนๆ พี่ไทยก็เมา อะไรทำนองนั้น เลยคงต้องขออนุญาตหยิบมาพูดถึง กล่าวถึง ไปตามแฟชั่น ไว้บ้างเล็กๆ น้อยๆ...

                                                          (2)

        คือพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า ผี ซึ่งออกจะเป็นอะไรที่ก่อให้เกิดคำถาม เกิดข้อสงสัย มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เป็นเล็ก ว่าเอาเข้าจริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงๆ หรือไม่? โดยเมื่อนำเอาคำถามดังกล่าว ลองไปถามกับผู้ที่น่าเชื่อ น่าไว้ใจ ว่ายังไงๆ คงไม่คิดโกหก คงพูดแต่เรื่องจริง ว่าเท่าที่เคยมีชีวิตอยู่มานานจนแก่ จนเฒ่า จนกลายเป็น ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ขึ้นมาแล้ว เคยผ่านประสบการณ์การเจอผีหรือเคยเห็นผี มาบ้างหรือเปล่า? ซึ่งจากคำตอบโดยส่วนใหญ่ ก็ดูจะออกไปทางก้ำๆ กึ่งๆ กำๆ กวมๆ ยากที่จะสรุปได้ว่า สิ่งที่เรียกว่า ผี นั้นมีอยู่จริง หรือไม่มีอยู่จริง กันแน่...

                                                       (3)

        และแม้ว่าตัวเองจะเติบโต กลายเป็นคนแก่ คนชรา ไปแล้วในทุกวันนี้...ถ้าถูกเด็กรายใดมาถามในเรื่องทำนองนี้ โดยคำตอบคงไม่ต่างอะไรไปจากบรรดาผู้หลัก-ผู้ใหญ่ที่เราเคยถามๆ มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กนั่นแหละ คือจะเรียกว่าเคยเจอ เคยเห็น คงไม่ถนัดถนี่ซักเท่าไหร่ เช่น กาลครั้งหนึ่ง...ขณะเป็นวัยรุ่น นอนอยู่ในบ้านเช่ากับพี่ชาย ระหว่างกำลังสะลึมสะลือ เกิดความรู้สึกไปว่า เห็นภาพชายร่างใหญ่ ไม่ใส่เสื้อ นุ่งโจงกระเบน แถมไม่มีหัวอีกต่างหาก ยืนอยู่ตรงปากประตู แล้วโดดขึ้นมาคร่อมทับหน้าอกตัวเอง ชนิดส่งเสียงอะไรแทบไม่ออก แต่พอคลานลงจากเตียง ยื่นมือไปเขย่าตัวพี่ชาย ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ กลับมานอนต่อได้ถึงรุ่งเช้า เมื่อตื่นขึ้นมาเลยสรุปไม่ได้ว่า สิ่งที่ตัวเองเห็นๆ นั้นคือความฝัน คือจินตนาการ แบบที่เรียกๆ ว่า ผีอำ อันอาจสืบเนื่องมาจากอาการท้องผูก ท้องเฟ้อ หรือไม่ อย่างไร ก็ยากที่จะชี้ชัด...

                                                        (4)

        อีกครั้ง...ขณะเป็นหนุ่มใหญ่ วัยฉะกัน (ฉกรรจ์) พอสมควร ขณะไปเที่ยวยิงนก ตกปลา กับพรรคพวกเพื่อนฝูงแถวๆ เขื่อนเขาแหลม ระหว่างเดินขึ้นจากริมเขื่อน มายังบ้านพักซึ่งตั้งอยู่บนเนิน ห่างจากริมฝั่งน้ำราวๆ 200-300 เมตร ช่วงประมาณตี 2 ตี 3 เห็นจะได้ ท่ามกลางความมืดที่มีแค่แสงเดือน แสงดาว ส่องสว่างอยู่รางๆ มองไปเห็นคนนั่งสูบบุหรี่อยู่ระหว่างทางเดิน ชนิดไม่รู้ว่าเป็นผี หรือเป็นคนกันแน่ เลยตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหา ก็ปรากฏว่า...ไม่มีอะไรเลย!!! มีแต่พงหญ้าแห้งๆ เหี่ยวๆ จนต้องสรุปเอาเอง ว่าอาจเป็นเพราะ ตาฝาด หรือเพราะเงาโน่น เงานี่ ทำให้เกิด ภาพหลอน ขึ้นมาเฉยๆ...

                                                     (5)

        ซึ่งก็มีแค่ครั้ง-สองครั้งเท่านั้น...ที่อาจจัดได้ว่า ถือเป็นประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการเจอผี เห็นผี นอกเหนือไปจากนั้นแม้อายุ อานามตัวเอง ใกล้จะเป็นผีเต็มที แต่ก็ไม่เคยเจอะเจอสิ่งซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นคำตอบ เป็นข้อสรุป ได้ชัดเจน ว่าสิ่งที่เรียกว่า ผี นั้นมีจริง หรือไม่มีจริงกันแน่ ขนาดช่วงล่าสุด...นั่งเฝ้าศพ มารดาบังเกิดเกล้า อยู่ที่บ้านโดยลำพังตัวคนเดียว ช่วงประมาณตี 2 ตี 3 ขณะพี่สาวเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ วิญญาณของมารดาท่านก็ไม่คิดจะโผล่มาให้คำตอบ ทั้งๆ ที่เคยถามๆ ท่านในเรื่องทำนองนี้ มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กๆ เอาเลยแม้แต่น้อย...

                                                        (6)

        เรื่องผีมีจริง-ไม่มีจริง...เลยยังเป็นเรื่องที่หาข้อพิสูจน์อะไรแทบไม่ได้ ไม่ว่ายุคไหน สมัยไหน แม้แต่ยุคนี้ สมัยนี้ ที่บรรดาความรู้วิทยาการเทคโนโลยีจะก้าวหน้า ก้าวไกล ระดับสามารถจับเอา สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่ว่าคลื่นเสียง คลื่นแสง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ฯลฯ มาแปรรูปแปรร่างให้เกิดภาพ เกิดสัญญาณต่างๆ นานา แต่ก็ยังไม่อาจจับเอาผี ที่ไม่รู้ว่าเป็นพลังงาน หรือเป็นคลื่นอะไรก็แล้วแต่ มาใช้เป็นหลักฐาน เป็นข้อพิสูจน์ว่า “ผี” มีจริง-ไม่จริงกันแน่ จนแม้แต่ผู้ที่คิดว่า ผีไม่มีจริง ไปตาม ความเชื่อ สุดท้าย...ก็ยัง อดกลัวผี ขึ้นมามิได้...

                                                         (7)

        และจะด้วย ความกลัว หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้...เลยทำให้เรื่อง ผีๆ ยังคงเป็นเรื่องที่คงต้องเถียงๆ กันไปอีกนาน ไม่ต่างไปจากผีบางรายที่ทำให้ผู้คนในบ้านเราทุกวันนี้ ยังกลัวๆ กันไม่หาย นั่นคือ ผีเผด็จการ กับ ผีทักษิณ ที่ไม่ว่าจะมีจริง-ไม่มีจริง น่ากลัว-ไม่น่ากลัว แต่สุดท้าย...ก็ยังเป็นเรื่องให้ใครต่อใครต้องออกมาเถียงกันชนิดไม่รู้จบ แม้จะกว่าๆ ทศวรรษเข้าไปแล้ว จนทำให้สิ่งที่น่ากลัวซะยิ่งกว่าผี ก็คือบรรดา คน หรือผู้ที่กลัวผีในแต่ละรายนั่นเอง ที่ยิ่งนานวัน...ยิ่งแยกข้าง แยกฝ่าย พร้อมเล่นงานฝ่ายตรงกันข้ามให้กลายเป็นผี และโดยไม่คิดเผาผีกันซะอีกต่างหาก จนทำให้แทบทุกๆ วันในบ้านนี้ เมืองนี้ กลายเป็น วันฮาโลวีน ไปโดยตลอด เอาเลยก็ว่าได้...

                                 -----------------------------------------------------


ไว้อาลัยแด่นักการเมืองรุ่นใหม่! คงติดโรคมาจากเมื่อครั้งเป็นพิธีกรข่าวโอ๊คทีวี พักหลัง ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ถึงได้เปิดโรงน้ำแข็งหลอดรายวัน

งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'