นิพนธ์ บุญญามณี’ รมช.มหาดไทยเปิดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่เชียงราย มอบบ้านผู้มีรายได้น้อยโครงการบ้านมั่นคง-บ้านพอเพียงรวม 3,636 ครัวเรือน


   

เชียงราย/ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันที่อยู่อาศัยโลก ภาคเหนือปี 2562 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงราย มีผู้แทนขบวนองค์กรชุนชนจาก 17 จังหวัด และหน่วยงานภาคีเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน โดยมอบบ้านให้ผู้มีรายได้ที่ พอช.สนับสนุนตามโครงการบ้านมั่นคง-บ้านพอเพียงชนบทรวม 3,636 ครัวเรือน  ขณะที่ภาคประชาชนยื่นข้อเสนอ  7 ข้อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินโดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

 

องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็น ‘วันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day)’  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่างๆ ในโลกได้ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม และสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต ซึ่งในปี 2562 วันที่อยู่อาศัยโลกได้ตรงกับวันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม 2562  ในประเทศไทยมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชนหลายกลุ่มทั้งส่วนกลางและภูมิภาคตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้

 

ที่ภาคเหนือมีการจัดกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลกที่จังหวัดเชียงราย  โดยในวันที่ 3 พฤศจิกายน  มีการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์จากบริเวณหน้าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ไปยังลานออกกำลังกายสวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ  อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย  มีผู้เข้าร่วมเดินรณรงค์ประมาณ  700 คน  และมีการประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาที่อยู่อาศัยขององค์กรเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยภาคเหนือ   ทั้งนี้ในพื้นที่ภาคเหนือ  ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนฯ หรือทับซ้อนกับที่ดินของรัฐประเภทต่างๆ  มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย

ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์การพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในภาคเหนือ

 

วันที่ 4  พฤศจิกายน  มีการจัดกิจกรรมที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ  จังหวัดเชียงราย  โดยมีนายนิพนธ์  บุญญมณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  เป็นประธานในพิธี  มีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสมชาติ ภาระสุวรรณ   ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชนผู้แทนหน่วยงานต่างๆ และสมาชิกเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยภาคเหนือเข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน  ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนา   นิทรรศการแสดงผลงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ  เช่น  ตำบลดอยยาว-ดอยผาหม่น  จ.เชียงราย  ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ที่ดินและป่าไม้, การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยกรณีภัยพิบัติที่บ้านห้วยขาบ  อ.บ่อเกลือ  จ.น่าน   ฯลฯ 

 

จากนั้นนายนิพนธ์  บุญญามณี  รมช.มหาดไทย  เป็นประธานในการมอบบ้านให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  หรือ ‘พอช.’ ให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบทจำนวน 3,636  ครัวเรือน  (บ้านมั่นคงเมืองและชนบท จำนวน 1,182  ครัวเรือน  บ้านพอเพียงชนบท จำนวน 2,454 ครัวเรือน

เช่น  บ้านมั่นคงเมืองและชนบทตำบลยาบหัวนา อ.เวียงสา จังหวัดน่าน  507 ครัวเรือน  บ้านมั่นคงชนบท (กรณีภัยพิบัติดินถล่ม)บ้านห้วยขาบ  อ.บ่อเกลือ  จ.น่าน  60 ครัวเรือน   บ้านพอเพียงชนบทภาคเหนือ จำนวน 2,454 ครัวเรือน  ฯลฯ

รมช.มหาดไทย (ที่ 2 จากขวา) มอบบ้านให้แก่ผู้แทนชุมชน

 

นายประนอม  เชิมชัยภูมิ  ประธานคณะทำงานบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดินภาคเหนือ กล่าวถึงข้อเสนอของภาคประชาชนที่ยื่นต่อ รมช.มหาดไทยว่า  1. หน่วยงานภาครัฐทุกระดับต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินอย่างจริงจัง   2.ขอให้หน่วยงานในระดับจังหวัดบรรจุแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินเป็นแผนยุทธศาสตร์หลักของจังหวัด  โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

 

3.สนับสนุนให้มีการจัดประชุมคณะทำงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง และผลักดันพื้นที่ที่มีประเด็นปัญหาข้อติดขัดต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทั้งระดับอำเภอ และระดับจังหวัด อย่างสม่ำเสมอ  4.ในเชิงกลไกคณะทำงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน(คทช.) ให้มีการทบทวนองค์ประกอบ  โดยเพิ่มสัดส่วนผู้แทนสภาองค์กรชุมชน  กลุ่มผู้เดือดร้อน  เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพิจารณาเสนอแนะปัญหาและข้อติดขัดที่เกิดขึ้น เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ปัญหาที่แท้จริง ตลอดจนรักษาไว้ซึ่งสิทธิการเข้าถึงทรัพยากร ในทุกระดับตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ จังหวัด และระดับชาติ

ร่วมกันกล่าวข้อเสนอแก้ไขปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัย

 

5.ให้มีการจัดตั้งกองทุนกลางสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัย  ที่ดินทำกิน  และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยให้ผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมบริหารจัดการ  เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ทางกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจของพื้นที่ เช่น เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง พอช. ซื้อโครงการที่อยู่อาศัย การเคหะฯ เอกชน หรือกลับภูมิลำเนา ฯลฯ ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน

6.การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ในการสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่โครงการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยอย่างทั่วถึง  7.หากเกิดกรณีภัยพิบัติขึ้น ให้มีการอำนวยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและจัดหาที่ดินรองรับให้กับผู้ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตและวัฒนธรรม

บ้านชาวห้วยขาบ  อ.บ่อเกลือ  จ.น่าน 60   หลังที่เกิดภัยพิบัติดินถล่มเมื่อปี 2561 กำลังเร่งก่อสร้าง  โดยบริษัทไทยเบฟสนับสนุนงบประมาณ  หน่วยงานต่างๆ และ พอช.ร่วมกันสนับสนุนการก่อสร้าง

 

นอกจากนี้ประธานคณะทำงานบ้านมั่นคงและการจัดการที่ดินภาคเหนือได้ยกตัวอย่างปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงรายว่า  ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น  อ.เทิง  อ.เวียงแก่น    และ อ.ขุนตาล  จ.เชียงราย  ประมาณ 32 หมู่บ้าน  ประชากรประมาณ  20,000 คน  กำลังวิตกกังวลเนื่องจากทางราชการกำลังสำรวจพื้นที่เพื่อประกาศเขตอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า  พื้นที่ประมาณ 200,000 ไร่  ซึ่งหากมีการประกาศเขตอุทยานฯ จะทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ  เพราะพื้นที่เขตอุทยานฯ จะครอบคลุมที่อยู่อาศัยและทำกินของชาวบ้านรวม 32   หมู่บ้าน  ทำให้มีข้อห้ามต่างๆ  เช่น  เข้า-ออกผ่านเขตอุทยานฯ จะต้องแลกบัตร  ห้ามเก็บหน่อไม้  เก็บเห็ด  หรือห้ามเลี้ยงสัตว์ในเขตอุทยานฯ  ห้ามปลูกสร้าง  ต่อเติมที่อยู่อาศัย  ฯลฯ

 

“ดังนั้นชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันเพื่อยื่นข้อเสนอขอให้ทางราชการยุติการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า  โดยทางชาวบ้านมีข้อเสนอที่จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการอนุรักษ์และดูแลพื้นที่ป่าไม้ให้มีความสมบูรณ์   เช่น  การร่วมกันปลูกป่า  ห้ามตัดต้นไม้  ห้ามล่าสัตว์  จัดทำเขตป่าชุมชน  โดยที่ผ่านมาชาวบ้านได้ยื่นข้อเสนอกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้”  นายประนอมกล่าว

 

นายนิพนธ์  รมช.มหาดไทย  กล่าวว่า  ขณะนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน  โดยทางกระทรวงมหาดไทยมีแนวทางที่จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงาน 3 กระทรวงหลัก  คือ  กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว

 

“โดยจะดำเนินการสำรวจข้อมูลที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย  โดยใช้กลไก คทช. (คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลในการจัดสรรที่ดินให้กับประชาชน  โดยทดลองใช้ One map มาเป็นเครื่องมือในการกันพื้นที่  ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน  โดยกระทรวงทรัพยากรฯ และกระทรวงมหาดไทย  เพื่อจัดแนวเขตที่ดินให้ชัดเจนว่าพื้นที่ส่วนใหญ่จะสามารถนำมาจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน  พื้นที่ส่วนใหนเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์”  รมช.มหาดไทยกล่าว

 

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ   ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ ‘พอช.’  กล่าวว่า จากปัญหาการขาดแคลนและความไม่มั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ  รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  โดย พอช. จัดทำ ‘แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)’ โดยมีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสิทธิในที่อยู่อาศัย มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมในทุกมิติ มีวิสัยทัศน์ คือ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579”  โดย พอช.มีเป้าหมายสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศประมาณ 1,050,000 ครัวเรือน  เช่น  โครงการบ้านมั่นคง  โครงการบ้านพอเพียงชนบท  บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาชีวิตคนไร้บ้าน

สมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผอ.พอช.

 

“หลักการสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของ พอช.ก็คือ ให้ชุมชนเป็นแกนนำในการแก้ไขปัญหาของตนเอง  โดยมีหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน  เช่น  พอช. องค์กรปกครองในท้องถิ่น  และภาคีเครือข่ายต่างๆ  เปลี่ยนจากการที่หน่วยงานรัฐทำให้เป็นชุมชนที่เดือดร้อนซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาดำเนินการเอง  โดยชาวบ้านและชุมชนที่เดือดร้อนจะต้องรวมกลุ่มกัน  ร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชน  ข้อมูลผู้ที่เดือดร้อน  กำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหา  เช่น  เช่าที่ดินอย่างถูกต้อง  หรือจัดหาที่ดินแปลงใหม่  ร่วมกันออกแบบบ้าน  ออกแบบผังชุมชน   ร่วมกันออมทรัพย์เพื่อเป็นทุน  จนถึงการบริหารงานก่อสร้างบ้านและชุมชน”  ผอ.พอช.กล่าว

 

ทั้งนี้ พอช.ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2546  ภายใต้โครงการ ‘บ้านมั่นคง’  ปัจจุบัน (กันยายน 2562 ) พอช.สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วทั่วประเทศ  รวม  1,231 โครงการ  ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงรวมทั้งหมด  112,610 ครัวเรือน  โดยมีการอนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนชุมชนในด้านการก่อสร้างสาธารณูปโภค  และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย รวมทั้งหมด  6,311 ล้านบาทเศษ  ซึ่งสินเชื่อดังกล่าวนี้  ชุมชนต่างๆ  ได้ทยอยชำระคืนให้แก่ พอช. เพื่อนำไปใช้หมุนเวียนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศต่อไป

 

การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย  ภายใต้หัวข้อ การขับเคลื่อนแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินระดับจังหวัดให้เกิดรูปธรรม’  มีเป้าหมายการจัดงาน  คือ  1.สร้างความตระหนักต่อการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย  ที่ดินทำกินและคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยแก่สาธารณะและหน่วยงานต่างๆ  2.ผลักดันให้กลไกในระดับจังหวัดที่มีอยู่ทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินขับเคลื่อนแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้เป็นรูปธรรม โดยการเชื่อมโยงและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง  3.ผลักดันให้เกิดการจัดตั้งและพัฒนากองทุนที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของผู้มีรายได้น้อยในระดับจังหวัด  โดยความร่วมมือจากภาครัฐ   เอกชน  และชุมชน

บรรยากาศการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่เชียงราย


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน