ชาวขอนแก่นเร่งทำ 'เสวียน' ล้อมต้นไม้ปราบฝุ่นคลุมเมืองช่วงฤดูหนาว


   

7 พ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวขอนแก่นต่างเร่งกันลงมือทำเสวียน เพื่อนำไปติดตั้งโดยรอบต้นไม้ตามสถานที่ต่างๆทั่วทั้ง 26 อำเภอของ จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะที่ศาลากาลางจังหวัดขอนแก่น รวมไปถึงหน่วยงานราชการบริเวณโดยรอบศูนย์ราชการจังหวัดขอนแก่น ที่ต่างมีการนำเสวียนมาติดตั้งโดยรอบต้นไม้ทุกต้น ตามมาตรการปราบฝุ่น ที่ทางจังหวัดได้ขอคามร่วมมือไปยังทุกหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาฝุ่นด้วยการบริหารจัดการขยะและเศษใบไม้ในพื้นที่อย่างเข้มงวด หลังจากช่วงที่ผ่านมา จ.ขอนแก่น ประสบปัญหากับมลพิษทางอากาศในเรื่องขอฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5 ครอบคลุมพื้นที่

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เสวียนคือภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมานานแล้ว ซึ่งหากเรียกให้เข้าใจง่ายก็คล้ายกันการล้อมต้นไม้ในระดับความสูง 60 ซม. ด้วยวัสดุธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นที่เก็บใบไม้ที่ร่วมหล่นลงมาไว้ในโดยรอบโคนต้น เพื่อให้กลายเป็นปุ๋ย ทดแทนการนำไปทิ้งหรือการนำไปเผา ซึ่งในการจัดทำเสวียนนั้นได้กำหนดให้หน่วยงานราชการทุกแห่งนำร่องจัดทำเสวียนไม้ไผ่ล้อมโคนต้นไม้ไว้ และเมื่อมีการทำความสะอาดก็ให้นำใบไม้และเศษหญ้า มาใส่ไว้เพื่อให้กลายเป็นปุ๋ย โดยใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ราดลงไปในเสวียนควบคู่กับการรดน้ำต้นไม้ทุกวัน ซึ่งเมื่อใบและเศษหญ้าที่อยู่ในเสวียน เมื่อถูน้ำหมักจุลินทรีย์และน้ำเข้าไปผมแล้วก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ เรียกได้ว่าเป็นการบริหารจัดการขยะ ควบคู่ไปกับการทำปุ๋ยจุลินทรีย์ และการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างแท้จริง

“เสวียนที่จังหวัดทำนั้นขณะนี้เน้นไปที่การทำเสวียนไม้ไผ่ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานเป็นอย่างดีและมีการขยายการทำงานครอบคลุมทุกอำเภอของจังหวัด และวันนี้ทุกครัวเรือนนั้นได้ร่วมกันทำแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้นำใบไม้หรือเศษหญ้าที่ถูกกำจัดมานั้นไปทำการเผาแบบเดิม ซึ่งเมื่อเผาแล้วก็จะกลายเป็นปัญหาฝุ่นละอองเกิดขึ้น ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมาขอนแก่น ประสบปัญหาเรื่อง ฝุ่น PM 2.5 อย่างมาก ดังนั้นการที่คนขอนแก่นนำวิถีดั้งเดิมมาช่วยกันทำคนละไม้คนละมือทำให้ขณะนี้ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ”

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ภูมิปัญญาพื้นบ้านดั้งเดิม วันนี้ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ถือเป็นการผสมผสานได้อย่างลงตัวและใช้งานได้จริง ซึ่งเสวียนที่จังหวัดได้กำหนดเป็นแผนการดำเนินงานนั้น ใช้ไม้ไผ่เป็นอุปกรณ์หลัก มาทำการสานกันในระดับความสูง 60 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร และหากพื้นที่ใดไม่สะดวกในเรื่องของไม้ไผ่ ก็สามารถที่จะใช้กระเบื้องเก่า หรือวัสดุทดแทนใดๆก็ได้ มาทำการล้อมต้นไม้เอาไว้ ซึ่งถือเป็นการนำวัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์จนเกิดการต่อยอดในการแก้ไขปัญหาในเรื่องฝุ่นละอองจากการเผาไหม้และเศษใบไม้ รวมไปถึงเศษหญ้า ตลอดทั้งช่วงหน้าหนาวปีนี้ยาวจนไปถึงฤดูแล้วปีหน้าอีกด้วย


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน