บันทึกหน้า 4


   

 

             ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net "ไม่ได้เสนอตัวทำหน้าที่นี้ แต่หากไม่มีบุคคลที่เหมาะสมจริงๆ ก็ไม่ปฏิเสธ ถ้าพรรคพลังประชารัฐมีมติเสนอชื่อตนเอง แต่ย้ำว่าตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่าเนื้อหาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข" ก็ชัดเจนแล้วว่า "สุชาติ ตันเจริญ" รองประธานสภาฯ คนที่ 1 พร้อมถ่างขานั่งอีกเก้าอี้รับงานจากพลังประชารัฐ สกัด "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จากค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม งานนี้ใครจะขึ้นแท่นประธานก็ต้องรอให้สภาไฟเขียวตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เสียก่อน แล้วกรรมาธิการ 49 คนก็จะเลือกกันเอง เวลาเสียงพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังไม่ชัดว่าจะเชียร์ใคร แต่ที่แน่ๆ มี 2 พรรคฝ่ายค้านออกโรงหนุน วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

                ๐ คัมแบ็กมารับหน้าที่สำคัญอีกครั้ง หลังจากวางมือการเมือง (ชั่วคราว) ตั้งแต่ลาออกจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ วันที่ 5 มิ.ย.62 ก่อนการประชุมสภาเพื่อลงมติสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากประชาธิปัตย์มีมติเสนอชื่อเป็นประธาน กมธ.ชุดนี้แล้ว ยังให้อำนาจคัดเลือกอีก 3 คนที่เหลือเองด้วย จากโควตาของพรรค 4 คน ก่อนหน้านี้ "อภิสิทธิ์" เคยให้สัมภาษณ์กับแท็บลอยด์ไทยโพสต์เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีทัศนะที่น่าสนใจว่า "เรื่องรัฐธรรมนูญคือโอกาส ถ้าปล่อยไว้แบบนี้จะกลายเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งของความขัดแย้ง ...อยู่ที่ทัศนคติของทุกฝ่ายก่อนว่า เปิดใจกันแค่ไหน ฝ่ายหนึ่งเปิดใจไหมว่ารัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ และอีกฝ่ายหนึ่งเปิดใจได้หรือไม่ว่ามันไม่ใช่ ต้องไปรื้อทุกอย่าง หากเปิดใจกันแบบนี้ก็เป็นโอกาส แต่หากตั้งป้อมกัน โดยฝ่ายหนึ่งบอกว่าต้องไม่แก้ แต่อีกฝ่ายบอกว่าต้องรื้ออย่างเดียว ก็คงพูดกันยาก"

                ๐ ไม่แปลกที่ฝ่ายค้านจะญาติดีกับประชาธิปัตย์ ในเมื่อพรรคพระแม่ธรณีฯ เสนอแก้มาตรา 256 งานหินที่สุดของการรื้อ รธน. ธงเดียวกับ 7 พรรคฝ่ายค้านที่เสนอให้มีการแก้ไขเป็นมาตราแรก เพื่อปลดล็อกให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เงื่อนไขที่เขียนเพิ่มจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ด่านแรก ในวาระรับหลักการ ต้องมีเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา และในจำนวนนี้ต้องมีเสียง ส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา ด่านที่สอง ในวาระที่สาม ต้องมีเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภา นอกจากจะมีเสียง ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ตามวาระแรก ยังต้องมีเสียง ส.ส.จากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหมายถึงฝ่ายค้านนั่นเอง ต้องเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุกพรรคดังกล่าวรวมกัน ส่วนด่านสุดท้าย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ส.ส.หรือ ส.ว. หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 มีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอความเห็นต่อประธานสภาที่ตนเป็นสมาชิก ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการแก้ไขมานั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ สรุปจะกลายเป็นโอกาสหรือวิกฤติ คงต้องถามใจผู้นำรัฐบาลดู

                ๐ จำอวดรายวันของ ส.ส.เต้-มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ นับวันยิ่งฉุดให้สภาผู้แทนราษฎรกลายเป็นสภาโจ๊กลงไปทุกที ขนาด "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" ยังเอ่ยปากปวดกบาล จะว่าไปแล้วของตัวเองก็มีเรื่องให้กุมขมับไม่น้อย 2 หัวหมู่ทะลวงฟันจากพลังประชารัฐกระเหี้ยนกระหือรือทำงานใน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบเต็มที ยังไม่ทันเข้าวงประชุมก็เตรียมชงเรื่องทำลายล้างทั่นประธาน กมธ.ซะแล้ว ดูท่าบรรยากาศการประชุมของจริงสัปดาห์หน้าน่าจะร้อนแรงไฟแลบแค่ไหน แทบอดใจไม่ไหวทีเดียว.

ลี้คิมฮวง


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน