โลกของคนแก่ในอีก 30 ปีข้างหน้า


   

                                                          (1)

                ดูเหมือนว่า...เมื่อซักเดือน-สองเดือนที่แล้ว มีบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับวิจัย หรือการตลาดอะไรทำนองนั้น ก็จำไม่ได้ถนัด ชื่อว่า อิปซอสส์ (สาขาประเทศไทย) เขาได้ออกมาเปิดเผยถึงผลวิจัย และตัวเลข สถิติ อันเกิดจากการประมาณการอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ทำนองว่า...ในอีก 30 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี ค.ศ.2050 โลกใบนี้จะกลายเป็นโลกที่เต็มไปด้วย คนแก่ หรือเป็นโลกที่จำนวน ผู้สูงอายุ หรือผู้มีอายุตั้งแต่ 60-65 ปีขึ้นไป จะมีจำนวนสูงถึง 1 ใน 5 ของประชากรโลก...

                                                         (2)

                โดยตัวเลขคร่าวๆ...ที่เขาได้ประมาณการเอาไว้ บรรดาผู้สูงวัย สูงอายุ เหล่านี้ จะมีจำนวนปาเข้าไปไม่ต่ำกว่า 2.1 พันล้านคน กระจัดกระจายกันอยู่ในแต่ละประเทศ รวมทั้งประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาอีกด้วย ที่ ณ ช่วงระหว่างนี้ จำนวนผู้สูงวัย สูงอายุ ก็ล้นเหลือและล้นหลามถึงประมาณ 11 ล้านคนเข้าไปแล้ว แต่ในอีก 30 ปีต่อจากนี้ไป จะปาเข้าไปอีกกี่สิบล้านคนก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่ย่อมถือเป็นครั้งแรก...ที่จำนวนคนแก่ คนชราทั้งหลายในโลกนี้ จะมีมากกว่าบรรดาคนหนุ่ม-คนสาว อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ...

                                                      (3)

                ฟังๆ ดูแล้ว....อันที่จริงก็น่าจะเป็นสิ่งที่รื่นรมย์ สมอุรา สำหรับบรรดา คนแก่ ทั้งหลายอยู่พอสมควร ที่แนวโน้มว่าจะมีเพื่อนแก่ เพื่อนตาย เพิ่มขึ้นมาอีกเยอะ หรืออาจไม่ถึงกับต้องเหี่ยวปลาย เหี่ยวแห้ง แหงแก๋ อะไรมาก พอได้หันไปเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ กินของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง ตามประสาคนแก่ด้วยกันได้แบบสบายๆ แต่ถ้าหากลองเอาข้อมูล ตัวเลข สถิติ เหล่านี้มาคิดหน้า-คิดหลัง เอาไว้บ้าง ดูๆ แล้ว...มันคงไม่น่าจะถึงกับชื่นตา ฟ้าเบิกบาน มากมายซักเท่าไหร่ เพราะในอีก 30 ปีข้างหน้านั้น บรรดาผู้ที่จะมีอายุขึ้นไปถึง 60-65 ปี ตามคุณสมบัติแห่งความเป็นผู้สูงวัย สูงอายุ ก็คือ...บรรดาคนหนุ่ม-คนสาว หรือหนุ่มใหญ่-สาวใหญ่ ที่ในช่วงระยะนี้ ยังมีอายุอยู่แค่ประมาณ 30-35 ปีเท่านั้นเอง...

                                                      (4)

                โดยบรรดาผู้ซึ่งมีอายุประมาณ 30-35 ปีทุกวันนี้...ถ้าลองจัดหมวดหมู่ จัด Category ตามแบบฉบับพวกฝรั่งเขา ก็น่าจะจัดกลุ่ม จัดประเภท อยู่ในประเภท คนรุ่นใหม่ ทั้งหลายในทุกวันนี้นั่นเอง หรือจัดอยู่ในประเภท เจเนอเรชั่น เอ็กซ์, เจเนอเรชั่น วาย อะไรทำนองนั้น ไม่ใช่พวกรุ่น เบบี้ บูม ที่น่าจะ โชคดี...ที่ตายก่อน กันไปหมดแล้ว ในช่วงอีก 30 ปีข้างหน้า ดังนั้น...บรรดา คนแก่ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ จึงเป็นคนแก่ประเภทที่เคยมีสถานะเป็นเจเนอเรชั่น เอ็กซ์ เจเนอเรชั่น วาย หรือเป็นบรรดา คนรุ่นใหม่ ในทุกวันนี้นี่เอง...

                                                       (5)

                อันนี้นี่แหละ...ที่มันน่าจะทำให้บรรดาผู้สูงวัย สูงอายุ ในอีก 30 ปีข้างหน้า ไม่น่าที่จะชื่นชม สมอุรา ชื่นตา ฟ้าเบิกบาน มากมายซักเท่าไหร่ เพราะโดยลักษณะอุปนิสัย แนวคิด ทัศนคติ ของบรรดาเจเนอเรชั่น เอ็กซ์ เจเนอเรชั่น วาย หรือบรรดา คนรุ่นใหม่ ในทุกวันนี้ มันออกจะแห้งแล้ง แหบโหย มาตั้งแต่แรก ไม่ว่าประเภทไม่คิดจะ นับญาติ ไม่คิดนับ ลุง-ป้า-น้า-อา กะใครต่อใครเค้าเลย ไม่คิดจะให้ความเคารพต่อ ผู้อาวุโส ไม่สนใจวัฒนธรรม ประเพณี หรือค่านิยมใดๆ ฯลฯ ที่เคยเป็นสายใย ผูกพัน เชื่อมโยงผู้คนภายในสังคม ระหว่างรุ่นต่อรุ่น ระหว่างยุคต่อยุค มาโดยตลอด...

                                                        (6)

                ดังนั้น...โอกาสที่ คนแก่ ในยุคอีก 30 ปีข้างหน้า จะได้รับการประคบประหงม คอยดูแล เช็ดเยี่ยว เช็ดขี้ คอยเข็นรถพาไปเข้าคิวรับบัตร รับยา จากโรงพยาบาล คอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ พาไปเปลี่ยนบรรยากาศดูโน่น ดูนี่ คอยเอาอก เอาใจ ฯลฯ ตามแบบแผน ตามวัฒนธรรม ประเพณี หรือตามค่านิยมแห่ง ความกตัญญู-รู้คุณ หรือการให้ความเคารพต่อผู้อาวุโส ผู้สูงวัย ฯลฯ ก็แล้วแต่ มันน่าจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแน่ๆ โอกาสที่จะต้องเหี่ยวปลาย เหี่ยวแห้ง แหงแก๋ ต้องโดดเดี่ยวอยู่ในบ้านร้างตามลำพัง น่าจะมีความเป็นได้สูงเอามากๆ เนื่องจาก สายใย แห่งวัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยมต่างๆ ที่ตัวเองเคยปฏิเสธ มันคงหายเกลี้ยงกันไปหมดแล้ว...

                                                        (7)

                หรือพูดง่ายๆ ว่า...โอกาสที่จะต้องเผชิญหน้ากับ กฎแห่งกรรม ที่ตัวเองได้เคยสร้าง เคยกระทำเอาไว้ ย่อมหลีกไม่พ้นอยู่แล้วแน่ๆ โลกที่เต็มไปด้วยคนแก่ ในอีกประมาณ 30 ปีข้างหน้า จึงเป็นโลกที่ออกจะน่าเกลียด น่ากลัว มิใช่น้อย เป็นโลกที่สุดแสนจะแห้งแล้ง และเผลอๆ...อาจโหดเหี้ยม อำมหิต เอามากๆ โดยเฉพาะถ้าดูจากนิสัย ใจคอ ของผู้ที่จัดอยู่ในประเภท คนรุ่นใหม่ ในทุกวันนี้ ที่พร้อมจะไล่ถีบ ไล่ทุบ ไล่กระทืบ หรือแม้แต่ย่างสดใครต่อใครก็ย่อมได้ มีแต่ต้องหันมาปรับเปลี่ยนอุปนิสัย ใจคอ เปลี่ยนทัศนคติ หรือกระบวนทัศน์ของตัวเองเอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ ไม่งั้น...โอกาสที่จะถูก คนหนุ่ม-คนสาว ในอีก 30 ปีข้างหน้าที่พร้อมจะ อยู่-ไม่-เป็น ทั้งหลาย เล่นงานกันชนิด อยู่-ไม่-ได้ ต้องหันไป โชคดี...ที่ตายก่อน กันไปเป็นแถบๆ ย่อมหนีไม่พ้นต้องเป็นไปตาม กฎแห่งกรรม นั่นแล...

                                  ------------------------------------------------- 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'