‘โป๊ป’ทำพิธีมิสซาเยาวชน ฝากครูประคองคนรุ่นใหม่


เพิ่มเพื่อน    

 

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในไทยเป็นวันที่ 3 เยือนวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร จ.นครปฐม พร้อมทรงแสดงปาฐกถาพิเศษประชาคมจุฬาฯ หัวข้อ "สร้างสะพานแห่งความเข้าใจและสันติสุข" ขออาจารย์ประคองคนรุ่นใหม่ให้อยู่ในทางที่ถูกต้อง ก่อนเสด็จทรงประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับเยาวชน อาสนวิหารอัสสัมชัญบางรัก

    เมื่อวันที่ 22 พ.ย. พระกรณียกิจของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกและนครรัฐวาติกัน ซึ่งเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นวันที่ 3 เวลา 09.45 น. สมเด็จพระสันตะปาปาได้เสด็จมายังวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อทรงพบปะคณะสงฆ์ นักบวช สามเณร ผู้ฝึกหัด และครูคำสอน โดยเมื่อถึงวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร ได้เปลี่ยนเป็นรถโป๊ปโมบิล เพื่อเสด็จพบปะและโบกพระหัตถ์ทักทายคริสต์ศาสนิกชนจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มารอรับเสด็จอย่างใกล้ชิด ด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม ไม่ย่อท้อต่อความร้อนของแสงแดด พร้อมโบกธงสัญลักษณ์วาติกัน และเปล่งเสียงกล่าวต้อนรับ "โป๊ปฟรานซิส we love you" และ "Viva il Papa" ซึ่งหมายถึงการกล่าวสรรเสริญพระสันตะปาปา
    หลังจากทรงทักทายคริสต์ศาสนิกชนเสร็จเรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระสันตะปาปาได้เสด็จเข้าไปภายในวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร เพื่อทรงพบปะทักทายคณะบาทหลวง นักบวชชาย-หญิง และนักพรต จากนั้นได้ทรงพบปะบรรดาบิชอปไทยและสหพันธ์บรรดาบิชอปแห่งเอเชีย ณ สักการสถาน บุญราศี นิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง 
    สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเทศน์ตอนหนึ่งมีใจความว่า ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีที่ได้มาอยู่ท่ามกลางพวกท่าน และมีส่วนร่วมในความหวังใจ ความชื่นชมยินดี การริเริ่ม ความฝัน รวมทั้งความท้าทายที่ท่านทั้งหลายต้องเผชิญในฐานะนายชุมพาบาลของประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาการเยือนแบบสั้นๆ ขอขอบใจสำหรับการต้อนรับฉันพี่น้องของท่านทั้งหลาย การพบปะกันระหว่างเรา ณ สถานที่แห่งนี้ภายในสักการสถานของบุญราศี นิโคลัส บุญเกิด กฤษบำรุง ผู้ซึ่งได้อุทิศชีวิตของท่านเพื่อการประกาศข่าวดีและการสอนคำสอน อบรมบรรดาศิษย์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยแห่งนี้ และรวมถึงบางส่วนของเวียดนาม และพื้นที่ชายแดนของประเทศลาว ท่านได้รับมงกุฎแห่งการเป็นประจักษ์พยานถึงพระคริสตเจ้าโดยการสละชีวิตเป็นมรณสักขี ให้เรามอบการพบปะของเราในวันนี้ภายใต้การดูแลของท่าน เพื่อว่าแบบอย่างของท่านจะได้ปลุกความร้อนรนในการแพร่ธรรมในพระศาสนจักรท้องถิ่นทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย และด้วยเหตุนี้ เราจะได้เป็นศิษย์ธรรมทูตได้มากยิ่งขึ้น และข่าวดีจะได้รับการเผยแพร่ในภูมิภาคที่สวยงามและยิ่งใหญ่แห่งนี้ราวกับสุคนธรส
    “ข้าพเจ้าทราบว่าพวกท่านได้วางแผนสำหรับการประชุมสมัชชาของสหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชียในปี ค.ศ.2020 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการก่อตั้งสหพันธ์ฯ เพราะฉะนั้น นี่จึงเป็นโอกาสดีที่เราทั้งหลายจะได้กลับมาเยี่ยมสักการสถานที่บรรจุจิตวิญญาณแห่งธรรมทูตที่เป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดินนี้ และยินยอมให้พระจิตเจ้าทรงนำเราจากรอยเท้าแห่งความรักเริ่มต้นไปอนาคต ที่กำลังได้การก่อร่างสร้างตัวด้วยความกล้าหาญ เพื่อให้พระศาสนจักรและสังคมเอเชียได้รับพระพรและประโยชน์จากเจตนารมณ์แห่งการแพร่ธรรมที่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ด้วยกันในความรักที่มีต่อพระคริสตเจ้า และการแบ่งปันความรักของพระคริสตเจ้านี้ร่วมกันกับผู้อื่น การที่ได้อยู่ในทวีปที่มีวัฒนธรรมและศาสนาที่หลากหลาย ทั้งยังมีความงดงามและความอุดมสมบูรณ์" 
    สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเทศน์ว่า เนื่องจากว่าวันนี้บรรดาบิชอปมาจากหลายประเทศในภาคพื้นทวีปเอเชีย ข้าพเจ้าถือโอกาสนี้ที่จะอวยพรและแสดงความรักของข้าพเจ้าที่มีต่อชุมชนของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้ป่วยและทุกผู้ทุกคนที่กำลังเผชิญช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบาก ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอวยพระพรและสถิตกับท่านเสมอ
ทรงให้ประคองคนรุ่นใหม่
    เวลา 12.00 น. สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเสวยพระกระยาหารกลางวัน ที่สถานทูตวาติกัน 
    ในเวลา 15.15 น. สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จไปยังหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงแสดงปาฐกถาพิเศษต่อผู้นำศาสนาต่างๆ และประชาคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ สร้างสะพานแห่งความเข้าใจและสันติสุข "Building Bridges for Peace and Understanding" โดยมีพระคาร์ดินัลฟรังซิส เซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช อาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองกรุงเทพฯ, นายแพทย์ ภิรมย์ กมลรัตนกุล นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นานบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บิชอป ยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประมุขแห่งเขตศาสนปกครองนครราชสีมา และประธานกรรมาธิการฝ่ายเสวนาระหว่างศาสนาและคริสตศาสนสัมพันธ์ของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ร่วมรับเสด็จ
    เมื่อเสด็จขึ้นเวทีหอประชุมจุฬาฯ นายบัณฑิตกราบทูลรายงานและถวายของที่ระลึก นายพิรงรอง รามสูตร รองอธิการบดี ถวายสูจิบัตร บิชอปยอแซฟกราบทูลต้อนรับ จากนั้นคณะนักร้องประสานเสียงจากหลากหลายกลุ่มศาสนา ประกอบด้วย คณะนักร้องประสานเสียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะนักร้องประสานเสียงมูโค่พอ จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และคณะนักร้องประสานเสียง AL-Aman จากโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ ขับร้องเพลง "Peace Prayer" ภายใต้การอำนวยเพลงโดยนายภาวศุทธิ์ พิริยะพงษ์รัตน์
    หลังจากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาทรงแสดงปาฐกถาในหัวข้อ "สร้างสะพานแห่งความเข้าใจและสันติสุข" โดยตรัสตอนหนึ่งว่าเมื่อ 122 ปี รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จเยือนนครรัฐวาติกัน และพระองค์ได้ทรงเลิกทาส ซึ่งกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการพูดคุยและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน โดยเห็นว่าควรต้องดำเนินต่อไป เพื่อยุติภาวะการตกเป็นทาสในหลากหลายรูปแบบในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน ส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้า การพัฒนา ซึ่งนำความขัดแย้งที่แก้ไม่ตก และการโยกย้ายถิ่นฐาน ผู้ลี้ภัย ความหิวโหย สงคราม รวมถึงความเสื่อมทราม จึงมีความจำเป็นที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันหาทางแก้ไข โดยเชื่อว่าทั้งสถาบันศาสนาและสถาบันการศึกษา จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรากฐานโดยยึดหลักการให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรีของบุคคล พระเจ้าไม่ได้เพียงเรียกให้เราช่วยเหลือผู้ยากไร้เท่านั้น แต่ต้องปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เคารพความคิดเห็นผู้อื่นและเสรีภาพทางศาสนา
    "ประเทศไทยให้ความสำคัญกับครอบครัว การดูแลผู้สูงอายุ ให้เกียรติและเคารพยกย่องผู้สูงวัย ซึ่งถือเป็นรากแก้วของชนชาติไทย ที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม ในขณะที่ปัจจุปันคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่มีความคิดคล้ายกัน ซึ่งถือเป็นการทำลายล้างวัฒนธรรมที่ร้ายแรงพอๆ กับการสูญพันธุ์ทางธรรมชาติ พร้อมขอให้อาจารย์ให้ความรัก และช่วยประคับประคองคนรุ่นใหม่ให้อยู่ในทางที่ถูกต้อง"
    สมเด็จพระสันตะปาปาทรงแสดงปาฐกถาด้วยว่า ขณะที่บทบาทของสถาบันการศึกษาต้องหาองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้คน เพื่อสร้างความยุติธรรมในสังคม ปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หาแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ขอขอบคุณอาจารย์และนักวิชาการของประเทศนี้เป็นพิเศษ ที่ทำงานเพื่อคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต เพื่อช่วยให้สามารถมีส่วนในการเสริมสร้างประโยชน์ส่วนรวม
    สมเด็จพระสันตะปาปายังทรงเรียกร้องให้ทุกคนที่เปรียบเหมือนสมาชิกในครอบครัวในชาติร่วมกันสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีค่านิยมร่วมกัน ที่จะนำไปสู่ความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข พร้อมกันนี้ยังได้ทรงประทานพรประเทศไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองและมีสันติสุข    
    จากนั้นคณะนักร้องประสานเสียงขับร้องเพลง "Songs of Freedom" หลังจากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงฉายพระรูปหมู่ร่วมกับผู้นำศาสนาต่างๆ และผู้ทรงเกียรติทั้ง 18 คนบนเวที ก่อนเสด็จออกจากหอประชุม
    เวลา 16.30 น. สมเด็จพระสันตะปาปาได้เสด็จมายังอาสนวิหารอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรถโป๊ปโมบิล เพื่อทรงทักทายกับเหล่าคริสตชนที่มารอรับเสด็จเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงพบปะเหล่าคริสตชน ทรงโบกพระหัตถ์ทักทาย รวมทั้งทรงสัมผัสมือและศีรษะเหล่าคริสตชน ซึ่งมีเหล่าคริสตชนได้นำเด็กเล็กมาให้สมเด็จพระสันตะปาปาประทานพร ซึ่งพระองค์ทรงลูบและทรงจุมพิตที่ศีรษะของเด็ก สร้างความปลาบปลื้มต่อเหล่าคริสตชนเป็นอย่างมาก
    หลังจากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาได้เสด็จเข้าไปยังอาสนวิหารเพื่อทรงประกอบพิธีบูชาขอพร โดยได้มีพระดำรัสภายหลังการประกอบพิธีว่า ขอให้เยาวชนเป็นคนที่ฉลาด ระมัดระวัง และเตรียมพร้อมอยู่เสมอในการใช้ชีวิต ให้ทางที่ถูกต้อง และวางรากฐานความเชื่อที่ถูกต้องตามแบบอย่างที่บรรพบุรุษได้ดำเนินชีวิตตามพระธรรมคำสอน โดยดำเนินชีวิตอยู่ในความเชื่อ เดินตามพระคำของพระเยซู และตอบสนองต่อสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง เพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสในการเข้าสู่แผ่นดินสวรรค์ อย่างไรก็ตาม ขอขอบพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 รวมถึงรัฐบาลและผู้นำบริหารทั้งหลายของประเทศด้วยก้นบึ้งของหัวใจ ขอบใจอาสาสมัครที่ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยใจกว้างขวาง ขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบแทนความมีน้ำใจ โดยสันติสุขที่พระองค์มีนั้นจะเป็นผู้ประทานให้ได้   
    โดยหลังจากมีพระดำรัสเสร็จสิ้น สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้เสด็จออกไปพบปะกับคริสตชนอีกครั้ง ก่อนที่จะเสด็จกลับในเวลาต่อมา.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"