กู้รถไฟไทย-จีน ใช้เงินสกุลUS เซ็นสัญญาสิ้นปี


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" หัวโต๊ะ ครม.เศรษฐกิจ ย้ำทุกฝ่ายดูแลคนรายได้น้อย-ปานกลาง เร่งรัดเบิกจ่ายงบท้องถิ่น จ่อคลอดมาตรการกระตุ้นเพิ่ม ประคองจีดีพีไม่ให้หลุดกรอบ ไฟเขียวเงินกู้รถไฟไทย-จีนใช้ดอลลาร์สหรัฐ ตั้งเป้าเซ็นสัญญาปลายปีนี้
        ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจำเป็นจะต้องพิจารณาในกรอบกว้างด้วย นอกเหนือจากกิจกรรมที่มีอยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อเดินหน้าไปทั้งการสร้างความเข้มแข็ง การดูแลผู้มีรายได้น้อย หรือผู้มีรายได้ปานกลาง และต้องทำในทุกมิติ ซึ่งได้ให้แนวทางไปแล้วว่า คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมีที่มาจากหลายส่วนและหลายพรรคการเมือง จึงย้ำทุกครั้งว่าการทำงานทุกครั้งอยู่ในกรอบของรัฐบาล ซึ่งทุกหน่วยงานต้องนำนโยบาย คำสั่งการ หรือมติของที่ประชุมไปขับเคลื่อน นอกเหนือจากงานประจำของส่วนราชการและกระทรวงแล้ว
    นอกจากนี้ ข้อสำคัญอีกอย่างคือ สังคมรอความหวัง รอสิ่งที่รัฐบาลทำ จึงอย่าลืมว่าสิ่งที่ต้องทำวันนี้ต้องทำคู่ขนานกันไป ทั้งเรื่องในปัจจุบันที่เป็นปัญหาความเดือดร้อน รวมถึงการสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งด้านการเกษตร การลงทุนและอุตสาหกรรม รวมถึงการใช้จ่ายโครงการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายระดับล่างให้มากที่สุด    
    ภายหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ แถลงว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เกี่ยวกับแผนการเบิกจ่ายงบรัฐวิสาหกิจ ช่วงสุดท้ายของปี 62 ที่คาดว่าจะเบิกจ่ายวงเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีก 115,552 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนของกลุ่ม บมจ.ปตท. และบริษัทลูกกว่า 67,000 ล้านบาท รวมทั้งยังมอบหมายให้กระทรวงต่างๆ หามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4 ปี 62 ขยายตัวสูงกว่าที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินไว้ที่ 2.8%
    ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงานภาพรวมเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3 ปี 62 แม้จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 62 แต่ไม่สามารถขยายตัวได้ตามคาดไว้ เพราะเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว จากปัญหาสงครามการค้า ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ปัญหาเบร็กซิต 
    "เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะมีแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้ช่วงที่เหลือ 5 สัปดาห์นี้ จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมทั้งยังเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยหารือกับกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดบางจุดในหลายพื้นที่ให้เบิกจ่ายได้ตามแผน ซึ่งจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ในระดับหนึ่ง" นายกอบศักดิ์ระบุ
    นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานการประชุมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยด่วน ทั้งการผลักดันรัฐวิสาหกิจเร่งลงทุน หากพบว่าอุปสรรคจุดใดที่ทำให้การเบิกจ่ายงบล่าช้าก็ต้องเร่งแก้ไข เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่ล่าช้า รถไฟทางคู่นครปฐม-ชุมพร โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง รถไฟสายสีแดงอ่อน ระบบขนส่งทางรางในกรุงเทพฯ รวมทั้งยังสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีมาตรการขับเคลื่อนการลงทุนจากในประเทศเพิ่มเติม นอกเหนือจากการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ 
    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับรายงานจากการกระทรวงคมนาคม และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับโครงการรถไฟไทย-จีน หรือรถไฟความเร็วสูง ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. วงเงิน 179,413 ล้านบาท ในส่วนของสัญญา 2.3 ซึ่งเป็นงานระบบ วงเงิน 50,633 ล้านบาท จะให้กู้เงินในรูปของดอลลาร์สหรัฐ แทนการกู้เงินในรูปของเงินบาท เนื่องจากประเมินว่าคุ้มค่ามากกว่า แต่จะต้องไปหารือร่วมกับรัฐบาลจีนอีกครั้ง เพราะไม่ได้สรุปว่าจะมีการกู้เงินจากแหล่งใด
    ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบสกุลเงินที่จะใช้ในการกู้เงินเพื่อชำระค่าใช้จ่ายในสัญญา 2.3 งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและฝึกอบรมบุคลากร มูลค่าสัญญา 50,633.5 ล้านบาท ในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. วงเงิน 179,413 ล้านบาทแล้ว โดยเห็นควรให้กู้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะสามารถใช้อัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้ามากำกับการเบิกจ่ายได้
    ขณะที่แหล่งเงินกู้ที่จะกู้ในส่วนสัญญา 2.3 แบ่งสัดส่วนเป็นแหล่งเงินกู้ในประเทศ 85% และต่างประเทศ 15% มีดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณ 1.5-1.6% และจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 26 พ.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ทำหนังสือประสานไปยังนายนิ่ง จี๋เจ๋อ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน เพื่อนัดประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 28 เพื่อสรุปผลการหารือ และเร่งดำเนินการลงนามสัญญา 2.3 ภายในปีนี้.
 


นี่น่ะเรอะ "รุ่นใหม่" ของธนาธร? ที่ใช้ออกหน้า "เปิดประตูบานแรก" ล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามที่ประกาศวันก่อนน่ะ สถุล "ต่ำสัตว์" อย่างนี้ มันจะไหวหรือ?

ยุทธศาสตร์ชาติ 'มิติกองทัพ'
'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'