'แคร์รี แลม' รู้แล้ว คนฮ่องกงไม่พอใจรัฐบาล


   

เพิ่งรู้ว่าประชาชนไม่พอใจ "แคร์รี แลม" ยอมรับผลการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ชาวฮ่องกงออกมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์เทคะแนนให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะอย่างถล่มทลายนั้น สะท้อนให้เห็นความไม่พอใจรัฐบาล แต่เธอยังคงไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ขณะการตรวจ ม.โพลีเทคนิคเจอผู้ประท้วงเหลืออยู่แค่คนเดียว

แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง แถลงข่าวเมื่อวันอังคาร / AFP

    รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน กล่าวว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต 18 เขตของฮ่องกงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นประชามติของชาวฮ่องกงต่อการชุมนุมประท้วงและการรับมือของรัฐบาลภายใต้การนำของแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดที่ได้รับการคัดเลือกจากปักกิ่ง ผลคะแนนที่ออกมาปรากฏว่าผู้แทนจากฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยกวาดที่นั่งได้เกือบ 90% ของสมาชิกสภาเขต 452 ที่นั่ง โดยชาวฮ่องกงออกมาใช้สิทธิ์เกินกว่า 70%

    รัฐบาลปักกิ่งยังไม่แสดงทัศนะโดยตรงเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง สื่อของทางการจีนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการเปิดเผยรายละเอียดของผลคะแนน บางแห่งพยายามดิสเครดิตหรือไม่แยแสผลเลือกตั้ง เช่น หนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีกล่าวว่า ความไม่สงบทางสังคมกระทบกระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างรุนแรง ส่วนไชน่าเดลีกล่าวว่า การเลือกตั้งถูกเบี่ยงเบนโดยการข่มขู่และเล่ห์กลสกปรกที่ส่งผลร้ายต่อผู้สมัครที่นิยมจีน

    ด้านแลมแถลงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อวันอังคารยอมรับว่า ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งในฮ่องกงต้องการแสดงทัศนะของพวกเขาต่อประเด็นปัญหามากมายผ่านการลงคะแนนครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง "ความขาดตกบกพร่องในการบริหาร" และความไม่พอใจเรื่องการใช้เวลาเนิ่นนานในการรับมือกับความไม่สงบ

    ผู้บริหารหญิงของฮ่องกงได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนอย่างสันติ และหวังว่าความสงบช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไม่ได้เกิดแค่ช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณว่าประชาชนต้องการให้ความไม่สงบที่ยาวนาน 6 เดือนนี้ยุติลง

    ในการแถลงครั้งนี้ แลมกลับไม่ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องของฝ่ายประชาธิปไตยที่ต้องการให้เธอทำตามความต้องการหลัก 5 ข้อของผู้ชุมนุม เช่น การเลือกตั้งผู้บริหารและสภานิติบัญญัติโดยตรง และการสอบสวนความโหดร้ายของตำรวจ โดยเธอยังคงประณามการใช้ความรุนแรง และวิงวอนซ้ำอีกครั้งให้ชาวฮ่องกงช่วยกันรักษาความสงบสันติไว้เช่นนี้ต่อไป ทั้งยังประกาศจะเดินหน้าการสานเสวนาร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อแก้รากเหง้าของปัญหา ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ฝ่ายประชาธิปไตยไม่ยอมรับโดยเห็นว่าไม่เพียงพอ

    สถานการณ์ในฮ่องกงค่อนข้างสงบมาร่วม 1 สัปดาห์ หลังจากความรุนแรงถูกยกระดับขึ้นและลามเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย แลมกล่าวเรียกร้องให้ผู้ประท้วงที่ยังปักหลักภายในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค (โพลียู) ออกจากที่นั่นโดยดุษณีอย่างเร็วที่สุดด้วย

    วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของโพลียูได้เข้าตรวจค้นภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่งเป็นสมรภูมิการปะทะดุเดือดเมื่อกว่า 1 สัปดาห์ก่อน เพื่อค้นหาผู้ประท้วงที่ยังหลงเหลือ แต่พบผู้ประท้วงที่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว เพิ่มความหวังว่าการคุมเชิงระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วงที่นี่ใกล้จะยุติลงแล้ว กระนั้นเจ้าหน้าที่โพลียูกล่าวว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่คนอื่นอาจซ่อนตัวอยู่

    ทางการฮ่องกงประกาศด้วยว่า อุโมงค์ข้ามอ่าววิกตอเรียที่เชื่อมเกาะฮ่องกงกับเกาลูน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโพลียูและถูกปิดด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน จะกลับมาเปิดใช้งานได้เป็นครั้งแรกในวันพุธ หลังจากเจ้าหน้าที่รัฐและผู้รับเหมาใช้เวลาทำความสะอาดหลายวัน โดยเจ้าหน้าที่กล่าวกันว่าสภาพที่นั่นเหมือนสมรภูมิ หัวดับเพลิงและตู้เก็บเงินถูกผู้ประท้วงทำลายทิ้ง.


ผมว่านะ............ คนอย่างนาย "ปิยบุตร แสงกนกกุล" นี่ นอกจากสงสัยกันว่า จบดอกเตอร์ทางกฎหมาย เป็นถึงระดับรองศาสตราจารย์มาได้อย่างไรแล้ว เขายังสงสัยกันอีกว่า.........

ประชาธิปัตย์ 'ก่อนศตวรรษ'?
ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์
'ผีบุญ' แนวทางศึกษา 'ทอน'
ประเดิมศกด้วย"ศึก ๒ สวน"
'ตำรวจกับผู้ร้ายในชีวิตจริง'
จากตะวันออกกลางสู่ปทุมวัน