เปิดกองอำนวยการร่วมฯดูแลปชช.เฝ้าฯรับเสด็จงานพระราชพิธี


   

2 ธ.ค.62-ที่ห้องยุทธนาธิการ ชั้น 2 ศาลาว่าการกลาโหม กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจร(กอร.) อย่างเป็นทางการเพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาร่วมงาน"ใต้ร่มพระบารมี  สดุดีพระบรมมหาจักรีวงศ์" ระหว่างวันที่ 6-8 ธ.ค.2562 ที่ถนนเยาวราช, งานวันพ่อแห่งชาติ5 ธ.ค2562 ระหว่างวันที่ 5-14 ธ.ค.2562 ณ ท้องสนามหลวง และการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 วันที่ 12 ธ.ค.2562 เวลา15.30 น. 

พล.อ.ประวิตร เน้นย้ำให้ดูแลรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนเป็นพิเศษทุกขั้นตอนทางกอร.ก็ได้เตรียมการเรียบร้อย 

จากนั้น พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ, นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ที่ปรึกษากองอำนวยการร่วมด้านคมนาคม, น.อ.วศิน สระศรีดา ผู้อำนวยการกองยุทธการสำนักปฏิบัติการกรมยุทธการทหารเรือ ร่วมแถลงรายละเอียด

พล.ต.ท.ไกรบุญ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้พล.อ.ประวิตรได้สอบถามถึงความพร้อมและสั่งการเพิ่มเติมให้ กอร.รับผิดชอบและดูแลประชาชนทั้งการรักษาความปลอดภัยงานวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค2562 ระหว่างวันที่5-14 ธ.ค.2562 ณ ท้องสนามหลวงและวันที่ 6 ธ.ค.2562 เวลา17.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีที่เยาวราช รวมถึงวันที่ 12 ธ.ค.ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 โดย กอร.จะดูแลความปลอดภัยประชาชนทั้งทางบกและทางน้ำ รวมถึงอำนวยความสะดวกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

สำหรับวันที่6 ธ.ค. กอร.โดยกองทัพภาคที่1 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกันวางแผนอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเข้ามาชื่นชมพระบารมีร่วมกับคนไทยเชื้อสายจีนที่เยาวราช โดยเปิดพื้นที่ตั้งแต่ถนนเยาวราชต่อเนื่องถึงวัดมังกรกมลาวาสประชาชนสามารถเฝ้าฯ รับเสด็จบริเวณสองฟากฝั่งบนพื้นผิวจราจร โดย กอร.จะจัดเตรียมเสื่อปูรองนั่ง ส่วนวันที่12 ธ.ค. ประชาชนสามารถเฝ้าฯรับเสด็จตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยมีสถานที่ราชการวัดบ้านเรือนประชาชนที่เปิดให้เข้ามาชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคคาดว่า จะมีประชาชนมากกว่า 1 แสนคนมาจับจองพื้นที่ เช่นเดียวกับขบวนสถลมารคพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ จากท่าราชวรดิฐเช้าประตูวิเศษไชยศรีจะเปิดให้ประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จสองฝั่งถนน ส่วนจุดคัดกรองนั้นจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและจะแจกหมวกสีเหลืองให้แก่ประชาชนด้วย อย่างไรก็ตามมีข้อห่วงใยคาดว่า จะมีประชาชนมาร่วมงานมากอยากให้เตรียมสุขภาพร่างกายให้พร้อมเนื่องจากสภาพอากาศและความแออัดจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ทั้งนี้ กอร.ได้เตรียมความพร้อมแพทย์เดินเท้าและแพทย์เคลื่อนที่ประจำจุดเพื่อให้บริการรักษาประชาชน 

ด้านน.อ.วศิน สระศรีดา กล่าวว่ากองทัพเรือ โดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธีได้จัดฝึกซ้อมย่อยอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังพลประจำเรือจะพายท่านกบินตั้งแต่ท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิฐ เป็นรูปแบบการพายที่สง่างามตามโบราณราชพระเพณีและสมพระเกียรติ โดยจะใช้เวลาเคลื่อนขบวนจากจุดเริ่มต้นถึงที่หมาย 1 ชั่วโมง 15 นาทีรวมระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ขณะนี้กองทัพเรือมีความพร้อมและขั้นตอนเป็นไปตามพระราชพิธีส่วนการฝึกซ้อมวันที่9 ธ.ค.จะฝึกซ้อมเวลา 13.30 น. เพราะกระแสน้ำใกล้เคียงกับวันจริงมากที่สุดโดยจะมีการตกแต่งเรือพระราชพิธีเสมือนจริง ส่วนฝีพายแต่งกายชุดฝึกซ้อม ซึ่งไม่ห่วงว่ากระแสน้ำจะเป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านคมนาคมกองอำนวยการร่วมฯ เผยว่าในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) จะจัดรถให้บริการรับ-ส่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชน19 เส้นทางเตรียมรถไว้ให้บริการ221 คันเป็นรถโดยสารปรับอากาศให้บริการฟรี209 คัน  และรถธรรมดาให้บริการชัตเทิลบัสแทนเรือข้ามฟากอีก 2 เส้นทางอีก12 คันโดย ขสมก.จะจัดเส้นทางรถเฉพาะกิจรับส่งทุกป้าย 6 เส้นทางตั้งแต่เวลา09.00-22.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมดจากพื้นที่ได้แก่เส้นทางที่1. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ- ครัวสกายไฮเส้นทางที่2.สถานีขนส่งจตุจักรถึงสะพานพระราม8 เส้นทางที่3.วงเวียนใหญ่สถานีถึงรถไฟธนบุรีและวัดกัลยาณมิตรเส้นทางที่4. สนามศุภชลาศัยถึงม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนครเส้นทางที่5.สถานีขนส่งกรุงเทพฯ(สายใต้ใหม่) ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรีและเส้นทางที่6. สถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพงถึงใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า(ฝั่งพระนคร) 

นอกจากนี้ยังจัดจุดจอดรถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อต่อรถชัตเติลบัสของ ขสมก.ถึงสนามหลวง ได้แก่เส้นทางที่1 เมืองทองธานีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะขึ้นทางด่วนปลายทางใต้สะพานปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร เส้นทางที่2 สโมสรตำรวจมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขึ้นทางด่วนปลายทางใต้สะพานปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร เส้นทางที่3  ​สโมสรกองทัพบกกทม. 2 ขึ้นทางด่วนปลายทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เส้นทางที่4 ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตปลายทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเส้นทางที่5 ที่จอดรถของรถไฟฟ้า(รฟม.) รัชดาฯลานจอดรถเอ็มอาร์ทีลาดพร้าวศาลอาญารัชดาสำนักงานอัยการสูงสุดธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ปลายทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 

เส้นทางที่6 อิเกียบางนาเมกาบางนาศูนย์การประชุมไบเทคบางนาปลายทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์  เส้นทางที่7 ท่าเรือคลองเตย(ใกล้สน.ทางด่วน1) โรงงานยาสูบแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสันปลายทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์  เส้นทางที่8 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังปลายทางสนามหลวง(สกายไฮ) เส้นทางที่9  เซ็นทรัลพระราม2 โรงเรียนบางมดวิทยาปลายทางสนามหลวง(แยกท่าเตียน) เส้นทางที่10 ลานพุทธมณฑลสาย4 เซ็นทรัลศาลายาอู่จอดรถบรมราชชนนีวิทยาลัยทองสุขปลายทางใต้สะพานพระราม8 ฝั่งธนบุรีและเส้นทางที่11 บางใหญ่ที่เซ็นทรัลเวสต์เกตปลายทางใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี 

"ขสมก.ยังจัดเส้นทางรถโดยสารชัตเทิลบัสแทนเรือข้ามฟากอีก2 เส้นทางคือเส้นทางที่1 สะพานกรุงธน​(ซังฮี้) ฝั่งธนบุรี(หน้าร.ร.เขมะสิริอนุสรณ์) ถึงใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้าฝั่งพระนครและเส้นทางที่2 สะพานกรุงธน(ซังฮี้)​ฝั่งพระนคร(สถานีดับเพลิงสามเสน)​ถึงใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้าฝั่งพระนคร"
 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'