เอาคืน!'ปารีณา'ส่งทนายยื่นฟ้อง'วีระ-อัจฉริยะ'หมิ่นประมาท


   

2 ธ.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มอบอำนาจให้ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระ สมความคิด อายุ 62 ปี ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ อายุ 52 ปี ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เป็นจำเลย โดยแยกฟ้องคดีเป็น 2 สำนวน

นายธีรยุทธ เปิดเผยว่า น.ส.ปารีณา ได้ยื่นฟ้อง นายวีระ สมความคิด กรณีกล่าวหาว่าฟอกเงิน ส่วนนายอัจฉริยะนั้น ได้พูดจาในทำนองเหยียดหยามว่าเป็น ส.ส.กระจอก ซึ่งประเด็นปัญหาที่นำคดีมาสู่ศาลก็เพื่อเปิดโอกาสให้มีการพิสูจน์ความจริงที่คลาดเคลื่อนอยู่บางประเด็นในสังคม หวังว่านายวีระและนายอัจฉริยะ คงพร้อมที่จะนำความจริงมาพิสูจน์กัน ส่วนตนเองได้เตรียมข้อมูลดังกล่าวไว้พร้อมแล้ว โดยทั้งสองคนดังกล่าวเชื่อว่า น.ส.ปารีณา ถือครองที่ดิน 3 แปลงย่อย มีการแบ่งแยกออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดคืน ตนเองจึงอยากทราบว่า ที่ดิน 3 แปลงย่อยที่อ้างถึงนั้นอยู่ที่ใดบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวีระกับนายอัจฉริยะกล่าวเท็จในประเด็นใดบ้าง นายธีรยุทธ กล่าวว่า มีหลายจุดมาก เพราะทั้งสองคนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้เยอะมาก ซึ่งมีรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในคำฟ้อง ความจริงบุคคลที่ทำงานสาธารณะระดับนี้ไม่ควรกระทำ เราอยู่ในสังคมทำงานสาธารณะ ความจริงและความสุภาพเท่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เห็นว่าการใช้อากัปกิริยาเหยียดหยามบุคคลที่ทำงานให้แก่สังคมและสาธารณะด้วยกันเอง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา (2ธ.ค.) นายอัจฉริยะ ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กล่าวหาว่า ที่ดินของ น.ส.ปารีณารุกล้ำที่ดินของชาวบ้าน โดยมีการล้อมรั้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายธีรยุทธ กล่าวว่า ขอชี้แจงว่า ตามแนวบรรทัดฐานของศาลฎีกา ระบุว่า ไม่ว่าที่ดินแปลงนั้นจะเป็นของใคร ถ้าหากเป็นการต่อสู้ระหว่างราษฎรด้วยกันเอง ส่วนข้อโต้แย้งซึ่งกันและกัน ก็มีหน่วยงานรัฐที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ แม้กระทั่งศาลเองก็ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่จะแก้ไขปัญหาได้

เมื่อถามว่า ยืนยันที่ดินของ น.ส.ปารีณาไม่ได้รุกล้ำที่ดินของชาวบ้านได้หรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้สอบถาม น.ส.ปารีณาอย่างละเอียด แล้วก็ไม่ใช่ประเด็นปัญหาที่นำมาฟ้องต่อศาล

ถามว่า ฟ้องนายวีระข้อหาบุกรุกด้วยหรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า นายวีระรู้ตัวเองดี ไม่ว่าจะอ้างว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่ป่า หรือป่าสงวนแห่งชาติ หรือไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม ถ้าหากมีบุคคลใดหวงห้ามอยู่ การเข้าไปแม้เพียงนิดเดียว ก็ถือว่าบุกรุก แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ฟ้องข้อหาบุกรุก เพราะว่า คำฟ้องวันนี้ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่า พร้อมจะพิสูจน์ให้ น.ส.ปวีณาเห็นได้ไหมว่า ที่ดินที่อ้างว่ามีการแบ่งแยกเป็น 3 แปลง นั้นอยู่ตรงไหน ซึ่งเขาใช้คำนี้หมายความว่าต้องมีที่ดินแปลงใหญ่อยู่ก่อนแบ่งเป็น 3 แปลง ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาจะต้องพิสูจน์ เราเปิดคดีขึ้นเพื่อให้ไปตามวัตถุประสงค์ ทั้งนายวีระและนายอัจฉริยะว่าจะนำความจริงมาพิสูจน์ให้กระจ่างในสังคม ส่วนอธิบดีกรมป่าไม้นั้น เท่าที่ตนเองได้ฟังสัมภาษณ์ล่าสุดทางสื่อมวลชนนั้น หลายประเด็นก็ตรงกับหลักฐานที่ตนเองมีอยู่ โดยระมัดระวังขึ้นเยอะ ซึ่งเราเตรียมหลักฐานไว้เยอะ เพียงแต่พิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่แค่นั้นเอง ถ้าอธิบดีกรมป่าไม้ท่านให้สัมภาษณ์ไปตามระบบของหน่วยงานราชการ เราพร้อมจะหยุด ก็อยู่ที่ท่านอธิบดีเอง แต่ตนเองก็สงสัยจากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมป่าไม้ว่า จะสงวนเรื่องแผนที่ไว้ทำไม เพราะขณะนี้เราโต้เถียงกันอยู่เรื่องแผนที่ ก็เรียกร้องให้อธิบดีเปิดเผยให้สังคมได้ทราบความจริง

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าสิ่งที่ น.ส.ปารีณาติดใจ ประเด็นมาตราวัดของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กับกรมป่าไม้ ยังคงไม่ตรงกันใช่หรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ขอเรียนว่า น.ส.ปารีณาไม่ได้มีความรู้เรื่องกฎหมาย หรือข้อมูลของหน่วยงานราชการมากนัก ก็เหมือนกับราษฎรทั่วไป แต่ปัญหาที่นักกฎหมายมองนั้นไม่ใช่แค่เรื่องแผนที่ แต่มันมีอย่างอื่นซ้อนอยู่อีก เราก็เตรียมข้อมูลไว้แล้ว ซึ่งถ้าหากมีประเด็นใดที่เป็นก้าวล้ำสิทธิ์ของ น.ส.ปารีณา ก็จำเป็นต้องป้องกันสิทธิและเกียรติยศของท่านอยู่แล้ว จากเมื่อวันก่อนอธิบดีกรมป่าไม้เคยพูดว่า สปก.ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว แต่วันนี้ให้สัมภาษณ์ว่าที่ดินนั้นอยู่ในเขต สปก.และ สปก.จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ก็แสดงว่า สปก.เกี่ยวข้องด้วยใช่หรือไม่ นี่คือความชัดเจนที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าสังคมจะต้องกระจ่างว่าที่ดินแปลงนี้ การเข้ามาสู่อำนาจการดำเนินงานของ สปก.ได้นั้น เกิดขึ้นได้อำนาจของกฎหมายใด เพราะไม่มีใครพูดออกมาว่าก่อนที่ ที่ดินจะมาอยู่กับ สปก.นั้นจะต้องมีการเพิกถอนที่ป่าและที่ป่าสงวนหรือไม่ ถ้ามีการเพิกถอนนั้น เพิกถอนกันเมื่อไหร่แค่นั้นเอง และถ้ามีการเพิกถอนก่อนหน้านี้แล้ว ความเป็นป่าและป่าสงวนก็ไม่เกิดขึ้น

ถามว่า หมายความว่าก่อนหน้านี้กรมป่าไม้ได้มอบหมายให้ สปก.นำที่ดินไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านถือสิทธิที่ดินทำกินแล้วใช่หรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า เรายังไม่ชัดเจนถึงตรงนั้น เพราะว่าเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เรารออยู่เช่นกัน ตอนนี้เรารอข้อมูลอยู่อีก 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ส่วนข้อมูลอีก 80 เปอร์เซ็นต์นั้นเรามีอยู่แล้ว แต่เราไม่อยากออกมาพูดให้เป็นวาทะอยู่ในสังคม หรือทำให้หน่วยงานราชการต้องกังวล แต่เราพร้อมพิสูจน์ความจริง

ถามว่า น.ส.ปารีณามั่นใจในพยานหลักฐานการถือครองที่ดินที่ตนเองมีอยู่ใช่หรือไม่ นายธีรยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมา น.ส.ปารีณาก็แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.แล้ว แสดงว่าท่านพร้อมก็ไม่เคยปกปิด เช่น การยื่น ภ.บ.ท.5 เลขที่อะไร ยื่นเสียภาษีเมื่อปีไหน ก็ชัดเจน ซึ่งการเสียภาษีตาม ภ.บ.ท.5 นั้นมีพระราชบัญญัติหรือกฎหมายเฉพาะ ซึ่งตนเองเคยทำคดีลักษณะนี้ ทางดีเอสไอเคยรวบรวมข้อเท็จจริงไว้จากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ยืนยันว่าการใส่ชื่อของนิติบุคคลหรือบุคคล หรือ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อในใบ ภ.บ.ท.5 นั้นสามารถทำได้ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดไว้ ก็แสดงว่าที่ชำระเสียภาษีบำรุงท้องที่ต้องมีการยืนยันได้ในระดับหนึ่ง สำหรับใบ ภ.บ.ท.5 ตัวจริงนั้นมีขนาดเท่ากระดาษเอ 4 ด้านหน้าจะบอกว่าใครเป็นผู้ถือครองและก่อนหน้านั้นใครเป็นผู้ถือครอง ส่วนด้านหลังเขียนเป็นรูปแผนที่ เหมือนกันกับโฉนดที่ดิน แสดงว่าจะต้องมีการรังวัด มีการกำหนดเขต มีการพูดคุยกันระดับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือผุ้ปกครองท้องที่ ซึ่งเป็นส่วนที่สามารถยืนยันได้ระดับหนึ่ง แม้จะไม่ใช้กรรมสิทธิก็ตาม

ภายหลังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเสร็จแล้ว ทนายความได้ยื่นคำฟ้อง และศาลได้รับคำฟ้องคดีฟ้องนายวีระ สมความคิด ไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3199/2562  โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 3 ก.พ. 2563 เวลา 09.00 น. และคดีฟ้องนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3201/2562 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 09.00 น.


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'