'บูเกนวิลล์'ลงมติท่วมท้นหนุนแยกเอกราชจากปาปัวฯ


เพิ่มเพื่อน    

บูเกนวิลล์เผยผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันพุธ ประชาชนถึง 98% สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชจากปาปัวนิวกินี เตรียมเป็นประเทศใหม่ล่าสุดของโลก แม้กระบวนการนี้ยังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน

จอห์น โมมิส ประธานรัฐบาลปกครองตนเองบูเกนวิลล์ (ซ้าย), เบอร์ตี อาเฮิร์น ประธานคณะกรรมการประชามติ (กลาง) และปูกา เตมู รัฐมนตรีกิจการบูเกนวิลล์ของปาปัวนิวกินี แสดงผลการลงประชามติเมื่อวันพุธ / AFP

    รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เบอร์ตี อาเฮิร์น ประธานคณะกรรมการประชามติบูเกนวิลล์ ประกาศผลการนับคะแนนเมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคมว่า มีประชาชน 176,928 คน หรือประมาณ 98% ของผู้ลงคะแนน สนับสนุนการแยกเอกราช โดยมีเพียง 3,043 คนที่สนับสนุนการเป็นส่วนหนึ่งของปาปัวนิวกินีต่อไปโดยมีอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น สิ้นเสียงประกาศชาวบูเกนวิลล์พากันปรบมือไชโยโห่ร้อง บ้างก็หลั่งน้ำตา บรรดาผู้ที่มีชื่อเสียงพากันร้องเพลงประจำเกาะแห่งนี้ "บูเกนวิลล์ของฉัน"

    การลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายนและสิ้นสุดในวันที่ 7 ธันวาคม เป็นผลจากกระบวนการสันติภาพยาวนานหลายทศวรรษ ภายหลังฟื้นตัวจากสงครามกลางเมืองระหว่างกบฏบูเกนวิลล์, กองกำลังความมั่นคงปาปัวนิวกินี และทหารรับจ้างชาวต่างชาติ ที่คร่าชีวิตผู้คนถึง 20,000 คน หรือราว 10% ประชากร ก่อนที่สงครามโหดร้ายนี้จะยุติลงเมื่อปี 2541

    จอห์น โมมิส อดีตบาทหลวงที่ผันตัวมาเป็นผู้นำรัฐบาลเขตปกครองตนเองแห่งนี้กล่าวว่า อย่างน้อยในทางจิตใจตอนนี้ พวกเรารู้สึกเป็นอิสระแล้ว

    อย่างไรก็ดี เอกราชไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่ยังต้องมีกระบวนการทางการเมืองอีกยาวไกลและพวกผู้นำยังต้องเผชิญปัญหาท้าทายทั้งด้านการเงินและการบริหารเพื่อเปลี่ยนหมู่เกาะยากจนในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ให้เป็นประเทศโดยสมบูรณ์

    ขั้นตอนต่อไป ผลประชามตินี้จะต้องได้รับการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรของปาปัวนิวกินี ที่ยังมีเสียงคัดค้านการแยกตัวด้วยเกรงว่าจะจุดชนวนขบวนการแยกเอกราชขึ้นในประเทศนี้ซึ่งมีหลายชนเผ่าและพูดกันต่างภาษา กระนั้นนักวิเคราะห์เชื่อว่า ด้วยผลคะแนนที่หนุนเอกราชอย่างท่วมท้นจะบีบให้ปาปัวนิวกินีต้องให้การรับรอง

    เชน แม็กลาวด์ จากสถาบันโลวีในออสเตรเลีย กล่าวว่า ผลที่ออกมาไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่น ชาวบูเกนวิลล์ต้องการเอกราช คะแนนที่ท่วมท้นทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ และปาปัวนิวกินีต้องยอมรับผลประชามติโดยเร็วและพร้อมเจรจาเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการแยกประเทศ.


ไม่อยากใช้คำว่า "เคยบอกไปแล้ว" ในการเขียนหนังสือ แต่วันนี้ "จำเป็น" ขออนุญาตซักครั้ง คือหลังจากเหตุ "ผีน้อย" เกิดเป็น "กรณีศึกษา" ขึ้นแล้ว

ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'