องค์กรต้านโกงยกกรณี 'ปารีณา' สะท้อนสังคมคอร์รัปชันฝังลึกระบบราชการ


เพิ่มเพื่อน    

12 ธ.ค.62 - ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เขียนบทความสั้นๆ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า“ปารีณา” กับปัญหาที่ใหญ่กว่าของสังคมไทย การที่ ส.ส.ปารีณา เป็นนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลทำให้สังคมจับจ้องว่า เรื่องของเธอจะดำเนินต่อไปอย่างไร จะมีการ “อุ้ม” และปาฏิหาริย์ของกฎหมายเกิดขึ้นหรือไม่ แต่เรื่องนี้ชวนให้เรามาทบทวนถึงปัญหาคอร์รัปชันอีกมากมายที่ซับซ้อนและกำลังระบาดอยู่ทั่วประเทศ

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ฟาร์มไก่ของปารีณาเปิดมาแล้วหลายปี ตั้งอยู่บนที่ดิน ส.ป.ก. 4 - 01 มากถึง 682 ไร่ เป็นที่ป่าสงวน 46 ไร่ ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งถูกชาวบ้านร้องเรียนว่าใช้อิทธิพลไปแย่งกรรมสิทธิ์เขามา ทำให้หลายคนสงสัยว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อบ้านเมืองมีขื่อมีแป มีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่จำนวนมากคอยดูแล ทำไมเรื่องขนาดใหญ่นี้จึงลอดสายตาไปได้ แต่เราเคยตั้งคำถามไหมกับอีกหลายกรณีที่มีการทำผิดกฎหมายอย่างเปิดเผย ว่ามีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ ทั้งๆ ที่ทุกคนเห็นและอดทนกับมันมาตลอด ยกตัวอย่างเช่น

- นักลงทุนสร้างรีสอร์ท โรงงาน คฤหาสน์ บนที่ดิน สปก. รุกป่าสงวนและแย่งที่ทำกินของชาวบ้าน
- โรงงานปล่อยฝุ่น ควันและกลิ่น ปล่อยน้ำเสียลงคลองหรือท่อสาธารณะทำให้เกิดมลภาวะปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมในชุมชน
- ป้ายขนาดใหญ่มหึมาตามข้างถนนจนถึงป้ายโฆษณาขนาดเล็กตามเสาไฟฟ้าที่ติดตั้งโดยผิดกฎหมายมีมากกว่าถูกกฎหมาย
- โรงแรมเถื่อนเปิดให้บริการมีมากเป็นสองเท่าของโรงแรมถูกกฎหมาย ฯลฯ

เราต่างรู้ดีว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าข้าราชการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ละเลย ไม่ใช้ฉ้อฉล ไม่เกรงใจหรือรับผลประโยชน์จากใคร จะเป็นเรื่องใหญ่ไม่ได้เลยถ้านักการเมืองและข้าราชการระดับสูงที่มีอำนาจสั่งการและกำหนดนโยบายไม่มีอะไรมาบังตาหรือบีบบังคับ จนต้องออกโรงสนับสนุนและปกป้องความผิดปรกติเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดคอร์รัปชันที่ซับซ้อนจนกลายเป็นขบวนการเถื่อนที่ครอบงำกฎหมายและระบบราชการตลอดมา

แม้ความผิดจากการบุกรุกป่าสงวนและที่ดิน ส.ป.ก. หลายครั้งยังพบว่า ปัญหาเกิดจากการที่รัฐออกกฎหมายใหม่แทนของเก่าโดยไม่มีการเคลียร์ปัญหาในพื้นที่ให้หมดไป ปัญหาจึงทับถมไปเรื่อยๆ แต่ผู้มีอิทธิพล คนมีเส้นสายและนายทุนที่ร่วมมือกับข้าราชการได้ก็จะสามารถตักตวงประโยชน์ไป

กรณีคอร์รัปชันที่เกิดจากการบิดเบือนการใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน (Administrative Corruption) เหล่านี้เกิดขึ้นทั่วไปและสะสมปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นสถานการณ์ของคอร์รัปชันขนาดใหญ่ (Grand Corruption) ที่คนทั่วไปเชื่อว่านี่เป็นปัญหาของ “สังคมคอร์รัปชัน” ที่ไม่มีทางแก้ไขได้ เพราะมันฝังอยู่ในโครงสร้างของระบบราชการ ระบบการเมืองไทย เป็นคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างที่คนได้ประโยชน์จะช่วยกันปกปิดความจริง บ้างก็ปิดตาข้างเดียว หรือแม้จะชัดเจนว่าผิดก็ทำเป็นไม่เห็นเสีย

ปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ได้เพราะวันนี้สังคมไทยเป็นสังคมสีเทา คือ เต็มไปด้วยการปกปิดความจริงแม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องของส่วนรวมหรือเรื่องที่รัฐเสียประโยชน์ก็ตาม เมื่อประชาชนไม่รู้ความจริงก็ตรวจสอบอะไรไม่ได้ และถึงแม้จะรู้แต่บ่อยครั้งที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคัดค้าน

บ้านเมืองจึงเต็มไปด้วยการใช้อำนาจอย่างไม่สุจริต เลือกปฏิบัติและเกื้อกูลกัน คนที่มีเส้นสายพวกพ้อง นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล คนมีอำนาจ คนรวยบางกลุ่มบางคน จึงมักได้เปรียบ ได้ประโยชน์มากกว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทรัพยากรของประเทศจำนวนมากจึงสูญเสียไปกับคนไม่กี่คนเหล่านี้เพื่อให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้า ขอให้รัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้องโดยเริ่มจากกรณี ส.ส.ปารีณา และอย่าทำอย่างไฟไหม้ฟางแต่ควรทบทวนและมองในภาพกว้างเพื่อแก้ไขทั้งระบบ จะลงมือแบบรุนแรงสุดขั้วหรือถ้อยทีถ้อยอาศัยก็ตามแต่ต้องอยู่ในสายตาประชาชน หากทำได้ต่อเนื่องแม้ใช้เวลาสักหน่อยก็จะกลายเป็นผลงานการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ที่เกิดคุณูปการต่อสังคมไทยอย่างแท้จริง

ว่าแต่ว่า กรณีหมู่บ้านป่าแหว่ง ..เรื่องมันยังไงกันนะ ?!


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"