'ประสาร' ซัดน่าละอาย 'อนาคตใหม่' ปลุกม็อบลงถนนหวังต่อรองคดียุบพรรค


เพิ่มเพื่อน    

19 ธ.ค.62 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อนาคตใหม่ไม่รู้จักคำว่า”ความชอบธรรม”ในการชุมนุม คำประกาศว่า "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มี 2 ทางเลือก จะแก้โดยดี หรือจะแก้ด้วยเลือด" แถมบอกว่าจะนำม็อบลงถนนในเดือนหน้า นับว่าคุณธนาธร ท้าทายสังคมไทยอย่างสำคัญ

ในฐานะคนที่มีประสบการณ์ตรงในการชุมนุมทางการเมืองมาหลายครั้ง มีบทเรียนที่ควรคิดว่าการชุมนุมที่จะได้รับพลังร่วมจากมหาชนนั้น ต้องมีความชอบธรรมเป็นแก่นแกน ต้องก้าวพ้นไปจากประโยชน์ตนและประโยชน์พรรคพวก ดังเช่น การลุกขึ้นสู้ของนักศึกษาประชาชนในกรณี 14 ตุลาคม 2516 เริ่มจากการเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลเผด็จการเต็มรูป แต่รัฐบาลกลับจับกุม 13 กบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญโดยมิชอบ แถมตั้งข้อหาฉกรรจ์ ทำให้ประชาชนเรือนแสนออกมาบนถนน จนรัฐบาลอยู่ไม่ได้

เหตุการณ์ชุมนุมของ กปปส. เริ่มจากเสียงข้างมากที่ฉ้อฉลของสภาที่ลักหลับตอนตีสี่กว่า ออกกฏหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ที่ประชาชนไม่อาจอดทนได้ รวมถึงการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ดุจเดียวกันที่รัฐบาลแก้กฏหมายโทรคมนาคมให้ต่างชาติถือหุ้นข้างมากได้แล้วขายกิจการ 73,000 ล้าน ใช้เพทุบายไม่ต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาล

ทั้ง 3 กรณี ล้วนเริ่มต้นจากผลประโยชน์ชาติและประโยชน์ประชาชน ไม่มีประโยชน์เฉพาะตัวเฉพาะพวกที่ใครคนใดกลุ่มใดจะได้รับ แต่กรณีม็อบลงถนนเดือนหน้า แม้จะอ้างเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรืออ้างเรื่องยกเลิกเกณฑ์ทหาร ก็เห็นได้ว่าเป็นการชุมนุมที่เริ่มมาจากการปะทุอารมณ์ของฝ่ายนำพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูก กกต.ลงมติส่งคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคพรรคอนาคตใหม่ควรเสาะหาหลักฐานและข้อเท็จจริงไปต่อสู้ในศาลตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดทางไว้ให้อย่างมีวุฒิภาวะที่วิญญูชนพึงกระทำ

การระดมเหงื่อแรงประชาชนไปเป็นกำลังต่อรองเพื่อการคงอยู่ของพรรคและพวก มีความชอบธรรมอะไร ตรงไหน เป็นพฤติกรรมที่ควรละอายหรือไม่ ลองคิดกันดู


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"