ล้มเป็นร้อยก็ลุกขึ้นใหม่ได้‘เอ๊ะ จิรากร’กับการทำธุรกิจที่ไม่เคยท้อ!


เพิ่มเพื่อน    

 

          ไม่ว่าจะเจออุปสรรคแค่ไหนก็บอกตัวเองเสมอว่าอย่ายอมแพ้ สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงดี เอ๊ะ-จิรากร สมพิทักษ์ หรือเจ้าของฉายา "หน้ากากอีกาดำ" จากรายการ The Mask Singer ที่หลายคนอาจจะรู้จักเส้นทางการเป็นนักร้องของเขามาแล้วว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ผู้ชายคนนี้กว่าจะมีเพลงที่โด่งดังเป็นของตัวเองนั้น เจ้าตัวก็เคยเป็นนักร้องไกด์ให้แก่ศิลปินท่านอื่นๆมาก่อน ล่าสุดหนุ่มเสียงดีได้มาเปลือยชีวิตในมุมของการทำธุรกิจที่ "ไม่เคยหยุด แม้จะล้มสักกี่ครั้ง"
          "ธุรกิจตอนนี้มีร้านเสื้อผ้า, เฉาก๊วยอีกาดำ และมีหุ้นทำร้านอาหารอยู่ที่นครปฐมด้วยครับ ร้าน SISTA เป็นร้านเสื้อผ้าแฟชั่นของผู้หญิง ตั้งอยู่ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น3 อยู่ติดๆกับร้านโคอิเตะ ร้านนี้ส่วนมากภรรยาเป็นคนดูแลครับ เขาจะเข้าร้านไปดูแลลูกค้าด้วยตัวเองเลย เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ผลตอบรับดีนะ เพราะราคาเราไม่ได้สูงด้วย หลักร้อยเลยครับ เป็นราคาที่จับต้องได้ แฟชั่นทันสมัย ลูกค้าส่วนมากก็จะเป็นน้องๆวัยเรียนและสาวๆวัยทำงาน ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าเราก็มีกระเป๋า รองเท้า หมวก สามารถมาเลือกมาลองกันได้เลยครับ บางวันถ้าเราไม่ได้ไปไหนก็จะเข้าร้านบ้าง ก็อาจจะได้เจอกัน

 

 

          ส่วน เฉาก๊วยอีกาดำ จากที่ตอนแรกเรามีหน้าร้านด้วยที่เมเจอร์รัชโยธิน ตอนนี้เราเหลือแค่รับออกบูธแล้วครับ ด้วยภาวะเศรษฐกิจด้วย และสภาพภูมิอากาศ ในช่วงที่มีฝนตกเยอะๆตอนนั้น ก็อาจจะทำให้เราต้องตัดสินใจถอยออกมาก่อน แต่ตอนนี้ยังสามารถสั่งไปออกบูธตามงานต่างๆได้ทางเพจ "กิน กับ กา" จะมีแอดมินคอยบริการอยู่
          และธุรกิจใหม่ล่าสุดตอนนี้ก็คือร้านอาหารที่ นครปฐม ชื่อร้าน "เรโทร" (Retro Food&cafe) อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อันนี้เราไปหุ้นกับพี่คนนึงครับ เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน นี่เองครับ ก็มีอาหารอร่อยๆ มีดนตรีเพราะๆ บรรยากาศสบายๆ ซึ่งบางวันก็อาจจะเห็นผมไปร้องเพลงให้คุณฟังระหว่างทานอาหารไปด้วยก็ได้

 

 

          ร้าน HAF Wanghin ที่เราหุ้นกับ น้าเน็ก-ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, ปิ๊ด บอดี้สแลม และ โอม โปเตโต้ ปิดไปแล้วครับ จริงๆกำลังไปได้ดีนะ แต่มันมีปัญหาเรื่องที่ เพราะคนที่ให้เช่าตึกเขาจดทะเบียนเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมันไม่ได้ เรื่องของข้อกฎหมายตรงนี้เนี่ยเราไม่เคยรู้มาก่อน เพราะเราไม่เคยทำร้านเหล้ามาก่อนเลย แล้วจริงๆก่อนหน้าที่เราจะไปทำก็เป็นร้านเหล้ามาก่อนนะ เราก็เลยงง ตอนแรกเราก็สงสัยว่าไอ้ร้านนั้นมันออกทำไม อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เขาไม่ได้บอกเรา ซึ่งตอนแรกเขาก็คิดว่าไหนๆมันก็เป็นร้านเหล้าละเราทำต่อเลย แล้ววัฎจักรของร้านเหล้ามันก็มักจะอยู่ที่ 3-5 ปี ก็ต้องรีโนเวท หรือเปลี่ยนร้านไป แต่ก็มาจุกตรงเรื่องที่นี่แหละ
          ที่เรามารู้เพราะมันมีคนร้องเรียน ซึ่งเราก็คิดว่าร้านเราเสียงเบากว่าร้านก่อนแน่ๆนะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราก็แก้ปัญหานะ เพิ่มแผ่นซัพเสียงนู่นนี่เข้ามา ทีนี้เราทำอะไรถูกหมดเรียบร้อย แล้วเราไปขอใบอนุญาติให้มันถูกต้องตามกฎหมายดีกว่า เพราะเราแกรนด์โอเพนนิ่งแล้ว เรารู้สึกว่ามันไปของมันได้แน่ๆ เราเข้าใจระบบแล้วว่าต้องไปขอใบอนุญาติด้วยนะ พอไปขอก็โป๊ะเลย นั่นแหละครับ ก็เลยต้องหยุด ยังไม่กำไรหรือคืนทุนอะไรเลย ตอนนี้ก็กำลังฟ้องร้องกันอยู่ครับ เราเป็นโจทย์ว่าเราตกลงว่าจะทำเป็นร้านเหล้าแล้วทำไมเจ้าของที่เขาถึงไม่แจ้งเราก่อนว่าไม่ได้จดทะเบียนแบบนั้นนะ อะไรอย่างนั้น ตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ทางเราก็มีผู้จัดการส่วนตัวของ น้าเน็ก เป็นตัวแทนไปดำเนินเรื่องต่างๆ

 

 

          คือเราหมุนการทำธุรกิจไปเรื่อยๆเพื่อหาว่าเราเหมาะกับอะไร เราถนัดอะไร คือถ้าถามว่าทำไมพี่เอ๊ะทำธุรกิจอะไรเยอะแยะไปหมดเลย ก็เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเราถูกโฉลกกับอะไร เราต้องหาไปเรื่อยๆ ในวันที่เรามีกำลังที่จะหา พี่ยืนยันคำนี้เลยว่า ทำในวันที่เรามีเงินลงทุน ดีกว่า ในวันที่เรายังมีงานมีเงินเราต้องรีบหาว่าเราเหมาะกับอะไร ไม่ใช่ในวันที่เงินมันขาดมือ หรือในวันที่เราไม่มีแล้วเรายังจับจุดอะไรไม่ถูกเลย อาชีพที่2ของเราคืออะไรล่ะ เพราะวงการบันเทิงมันก็ไม่ได้แน่นอนเสมอไป ก็พยายามหาอะไรทำไปเรื่อยๆ
          มันมีอยู่ครั้งนึงตอนที่ผมทำ "เอ๊ะ เอ๊ะ ทะเลนึ่ง" และตอนนั้นก็ถ่ายรายการ The Mask Singer ไปด้วย ซึ่งเป็นช่วงที่ลำบากมาก ในตอนนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ช่วงนั้นก็จะไม่มีงานบันเทิง แล้วเราไม่เคยหาอาชีพสำรองไว้สำหรับชีวิตของเราเลย อยู่ดีๆเราก็คิดว่าเราทำอะไรดี มันมีงานให้เราไปออกบูธนะ ทำอะไรกันดี เราชอบกินอาหารทะเลใช่ไหม งั้นเราก็ไปหาความรู้เรื่องอาหารทะเลมา ไปศึกษาเรื่องต่างๆมา แล้วก็มาทำ หรือช่วงที่เราเปิดร้านข้าวแกง เราก็รู้ว่าการทำร้านข้าวแกงมันเป็นยังไง ร้านเหล้า เราก็เคยลองเปิดดู ว่าร้านเหล้ามันมีรายละเอียอดอะไรบ้างที่จะต้องรู้ ต้องมีองค์ประกอบไหนบ้าง

 

 

          ใช่ว่าทุกคนจะหยิบจับอะไรแล้วเป็นเงินเป็นทองหมด จริงไหม ทุกวันนี้ วันที่เราได้มีโอกาสคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนมากคนมักจะถามแต่เรื่องที่ว่าเขาประสบความสำเร็จยังไง ถูกไหมคะ แต่เราไม่เคยถามว่าก่อนที่เขาเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จเขาผ่านอะไรมาบ้าง เขาล้มมากี่ครั้ง ในขณะที่คนที่ประสบความสำเร็จพยายามจะเล่าว่าเขาล้มยังไงมาบ้าง เขาผิดพลาดอะไรมาบ้าง แต่คนมักจะสนใจแต่ว่าเขาสำเร็จได้จากอะไรมากกว่า คนๆนั้นที่ประสบความสำเร็จพูดไว้ว่า ในทางที่ผมประสบความสำเร็จเนี่ยมันมีเป็นประสบการณ์ที่ดีมากมายเลยนะ มันทำให้ผมรู้อะไรหลายอย่าง ผมได้รู้ว่าผมถนัดและเหมาะกับอะไร นี่คือสิ่งที่เราได้ฟังมา
          สำหรับผม ไม่ว่าเราจะล้มแค่ไหนเราต้องลุกให้ได้ เราต้องเริ่มใหม่ให้ได้ ต้องลุยต่อ อย่ารอให้ไม่เหลืออะไรแล้วค่อยมาสู้ตอนหลัง"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม

aejirakorn

 

 

 

 

 

 


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ