ซาอุฯ ตัดสินประหาร 5 จำเลยฆ่า 'คาช็อกกี' ตัวบิ๊กรอด


เพิ่มเพื่อน    

ศาลซาอุดีอาระเบียมีคำพิพากษาคดีฆาตกรรม "จามัล คาช็อกกี" นักข่าววิจารณ์เจ้าชายซาอุดีอาระเบียแล้วเมื่อวันจันทร์ จำเลย 5 คนถูกตัดสินประหารชีวิต สามคนถูกจำคุกรวม 24 ปี ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 คนที่ถูกซัดทอดว่าเป็นผู้บงการรอดตัว ศาลอ้างขาดหลักฐาน

แฟ้มภาพ จอภาพแสดงใบหน้าของจามัล คาช็อกกี ในงานรำลึกที่นครอิสตันบุลวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / AFP

    การฆาตกรรมอำพรางศพนักข่าววัย 59 ปีซึ่งเขียนบทความให้วอชิงตันโพสต์รายนี้ ภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูลของตุรกี เป็นข่าวครึกโครมเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และทำลายภาพพจน์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บินซัลมาน มกุฎราชกุมาร ซึ่งสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐและรัฐบาลตะวันตกบางประเทศเชื่อว่าพระองค์เป็นผู้สั่งการ แม้รัฐบาลซาอุฯ จะยืนกรานปฏิเสธ

    อัยการซาอุฯ ฟ้องดำเนินคดีจำเลย 11 คนโดยกระบวนการพิจารณาคดีปิดเป็นความลับ กระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2562 ชาลาน อัลชาลาน รองอัยการสูงสุด เปิดแถลงข่าวโดยอ่านคำพิพากษาว่า ศาลตัดสินประหารชีวิตจำเลย 5 คน ตัดสินจำคุกจำเลยอีก 3 คนรวม 24 ปี และยกฟ้องจำเลย 3 คน พวกเขาสามารถยื่นอุทธรณ์ได้

    "เราพบว่าการฆาตกรรมคาช็อกกีไม่ได้เป็นการวางแผนล่วงหน้า" รองอัยการสูงสุดกล่าว พร้อมกับเสริมว่า การสอบสวนพิสูจน์ได้ว่าจำเลยและคาช็อกกีไม่ได้เป็นศัตรูกันมาก่อน

    คดีนี้พนักงานสอบสวนจับกุมผู้ต้องสงสัยรวม 21 คน และเรียก 10 คนมาสอบปากคำโดยไม่ได้จับกุม และสุดท้ายอัยการส่งฟ้อง 11 ราย

    คาช็อกกีเคยเป็นบุคคลใกล้ชิดกับราชวงศ์ซาอุด แต่ภายหลังเขามักวิจารณ์ราชวงศ์และมกุฎราชกุมารซึ่งทรงเป็นประมุขของราชอาณาจักรแห่งนี้โดยพฤตินัย เขาย้ายออกจากซาอุฯ ไปพักอาศัยที่สหรัฐ วันเกิดเหตุวันที่ 2 ตุลาคม 2561 นั้น เขาเข้าไปสถานกงสุลที่นครอิสตันบูลเพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับคู่หมั้น แต่เขาไม่ได้กลับออกมาอีกเลย

    เจ้าหน้าที่ตุรกีเชื่อว่าคาช็อกกีโดนฆ่าตายภายในสถานกงสุล โดยฝีมือของทีมสังหาร 15 คนที่เดินทางมาจากซาอุฯ การค้นหาภายในสถานกงสุลไม่พบศพของเขา โดยเชื่อว่าศพถูกชำแหละแล้วเคลื่อนย้ายออกจากที่นั่นและจนบัดนี้ก็ยังไม่พบชิ้นส่วน

    อัยการซาอุฯ กล่าวว่า อาเหม็ด อัลอัสซิรี รองผู้อำนวยการข่าวกรอง เป็นผู้ควบคุมการฆาตกรรมครั้งนี้ โดยเขาได้รับคำแนะนำจากซาอุด อัลกาห์ตานี ที่ปรึกษาด้านสื่อของราชวงศ์ซาอุด ทว่า แม้กาห์ตานีจะถูกสอบสวน แต่เขาไม่ถูกส่งฟ้องด้วย "เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ" ส่วนอัสซิรีถูกสอบสวนและตั้งข้อหา แต่สุดท้ายศาลตัดสินยกฟ้องเขาด้วยเหตุผลเดียวกัน

    แหล่งข่าวที่เป็นชาวตะวันตกกล่าวกันว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 รายนี้เป็นบุคคลวงในที่ใกล้ชิดกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด พวกเขาถูกปลดจากตำแหน่ง แต่มีเพียงอัสซิรีคนเดียวที่ถูกดำเนินคดี

    กาห์ตานีเคยทำหน้าที่ดูแลการรณรงค์ทางโซเชียลมีเดียต่อต้านพวกที่วิจารณ์ราชวงศ์และถูกมองว่าเป็นบุคคลวงในสายตรงถึงเจ้าชาย เขาหายหน้าจากสาธารณะนับแต่เกิดคดีฆาตกรรม และมีการคาดเดากันต่างๆ นานาว่าขณะนี้เขาอยู่ที่ไหน

    แหล่งข่าวหลายรายบอกกับเอเอฟพีด้วยว่า ผู้ที่ถูกพิจารณาคดียังประกอบด้วย มาเฮอร์ มูเตร็บ สายลับที่ติดตามเจ้าชายโมฮัมเหม็ดขณะเสด็จเยือนต่างประเทศอยู่เสมอ, ซาเลาะห์ อัลตูเบกี ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ และฟาฮัด อัลบาลาวี หนึ่งในราชองครักษ์ ยังไม่มีข้อมูลว่าพวกเขาอยู่ในกลุ่มที่ถูกตัดสินประหารชีวิตหรือไม่

    แหล่งข่าวกล่าวกันด้วยว่า หลายคนที่ถูกกล่าวหาให้การปกป้องตนเองต่อศาลว่าพวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งของอัสซิรี ที่พวกเขาระบุว่าเป็น "ตัวการใหญ่" ของปฏิบัติการนี้

    คำแถลงของอัยการเผยว่า ศาลที่กรุงริยาดเปิดไต่สวนรวม 9 นัด โดยมีผู้แทนจากประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงสมาชิกครอบครัวของคาช็อกกี เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย.


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน