ฝ่ายค้านพลิกเกมขอชิง'ปธ.แก้รธน.'โภคินลั่นต้องรื้อทั้งฉบับเว้นหมวด1-2


เพิ่มเพื่อน    

24 ธ.ค.62- ที่ห้องประชุม301 อาคารรัฐสภา แกนนำ 7พรรคฝ่ายค้าน ประชุมหารือแนวทางการพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะมีการประชุมกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ภายหลังการประชุมนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรรมาธิการศึกษาวิธีการรัฐธรรมนูญในสัดส่วนพรรคฝ่ายค้าน 19คน หารือกันมีมติว่า จะส่งบุคคลชิงตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯชุดนี้ รวมถึงตัวบุคลากรในตำแหน่งอื่นๆทั้งรองประธานกมธ. เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ และโฆษกกมธ.

นายโภคิน พลกุล กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กมธ.แก้รัฐธรรมนูญในสัดส่วนฝ่ายค้านมีมติเสนอชื่อตนชิงตำแหน่งประธานกมธ.  แม้รู้ว่าโหวตแล้วจะแพ้ แต่ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ฝ่ายค้านยังเชื่อว่าแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญดีที่สุดคือ การตั้งส.ส.ร.มาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด1และ2 โดยอาจแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดช่องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ  ขอเชิญทุกฝ่ายร่วมมือให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้ วันนี้เป็นเพียงการศึกษาแนวทางแก้ไข  เราจะตั้งตุ๊กตาไว้ให้ แล้วให้กระบวนการต่อไปมาดำเนินการ

ถามว่า มั่นใจว่ารัฐบาลจะให้แก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ นายโภคินตอบว่า คนเราต้องอยู่ด้วยความหวังและความเชื่อ ถ้ารัฐบาลมองประเทศเป็นหลักคิดว่าควรมาร่วมเดินกับฝ่ายค้านด้วย วันนี้ยังไม่รู้เลยว่า รัฐธรรมนูญที่ส.ส.ร.จะร่างมาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าทุกพรรคเห็นด้วย มาตรา256จะไม่มีความหมาย สามารถแก้ไขได้เลย แต่จะแก้ไขไม่ได้ ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย ดังนั้นมาตรา256 ไม่ใช่อุปสรรค

ถามว่า คิดว่า ส.ว.จะเห็นด้วยกับการให้มีส.ส.ร.หรือไม่ นายโภคินตอบว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าอยากให้ประเทศเดินหน้าไปด้วยกัน ควรฟังเสียงจากทุกฝ่าย เพราะรัฐธรรมนูญนี้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบเลย ถ้านี่คือทางออกของบ้านเมือง เรามาเดินไปด้วยกันหรือไม่  ถ้าเห็นด้วยกับแนวทางก็มาเดินไปด้วยกัน  ไม่มีอะไรยากเลย ส่วนจะหาฉันทามติจากประชาชนนอกสภาฯมาร่วมแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น  จะต้องให้ความรู้แก่ประชาชนด้านต่างๆเพราะประชาชนอยากมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่กมธ.19 คนคุยกันเอง แต่ไม่ควรใช้เวลานานเกินไป ภาควิชาการและภาคประชาชนมีสิทธิแสดงความเห็น  กมธ.ก็ทำหน้าที่ไปควบคู่กับการให้ความรู้ประชาชน  และคิดว่า ประเด็นนี้ควรเปิดเผยกระบวนการทุกขั้นตอนให้ประชาชนรับรู้ด้วย


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"