บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

 www.thaipost.net ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" Line ID:@thaipost ฮัลโหล 31 ธ.ค.2562 วันส่งท้ายปีเก่า ปีนักษัตรกุน ระหว่างวันหยุดยาวนี้หลายคนมีแผนเดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมถือโอกาสไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองกับครอบครัวและส่งมอบสิ่งดีๆ เพื่อเป็นสิริมงคลเริ่มต้นปีใหม่  

                และแน่นอนว่า ในช่วงเทศกาลแบบนี้อดไม่ได้ที่จะต้องมีชนแก้ว แม้จะมีการรณรงค์มานานเนิ่นแล้วก็ตามว่า “เมาไม่ขับ” แต่สุดท้ายสาเหตุหลักที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บก็มาจากเมาแล้วขับนี่เอง แหม เห็นข่าวลักษณะนี้ทุกปี แทนที่จะเป็นอุทาหรณ์ต่อสังคม แต่ไหงสถิติคนตายกลับไม่ลดลงเลย

ล่าสุด ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสม ในช่วง 3 วันของการรณรงค์ (27–29 ธ.ค.2562)

เกิดอุบัติเหตุรวม 1,504 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 159 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,549 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 21 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง จำนวน 48 ครั้ง และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด กรุงเทพมหานคร จำนวน 10 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด นครปฐม (56 คน) สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 31.83 และขับรถเร็ว ร้อยละ 30.89

ไปต่อกันที่เรื่องการจับจ่ายใช้สอย เรียกว่าคนไทยสายช็อปปิ้งไม่แพ้ชาติใดในโลก และตอนนี้ยิ่งมีคำพูดติดปาก “ของมันต้องมี” ยิ่งทำให้เงินในกระเป๋าสั่นรัวๆ งานนี้ “หมอระวี มาศฉมาดล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ออกมาแตะเบรก แนะนำให้ซื้อของเฉพาะที่จำเป็น จะได้บรรเทาปัญหาหนี้สิ้นได้

“หมอระวี” บอกว่า ปัจจุบันวิถีชีวิตและสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัวเราเริ่มปรับเปลี่ยนไป ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ช่วยให้การใช้จ่ายสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นจากเดิม เพราะมีแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ขายของออนไลน์ต่างๆ เพิ่มขึ้น เป็นยุคที่รวดเร็วไปหมด กดไม่กี่ครั้งก็สามารถสั่งซื้อขายสินค้ากันได้แล้ว ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวเอง อยู่ที่เรานั้นจะนำมาใช้ประโยชน์กันอย่างไร แต่ก็อยากให้ทุกคนอย่าลืมคำนึงว่า สิ่งที่จะซื้อมีความจำเป็น “ต้องมี” หรือ “อยากจะมี” กันแน่

จับกระแสประเด็นร้อนในสภาผู้แทนราษฎร เริ่มเดือนแรก ปี 2563 ก็มีมหกรรมใหญ่ๆ อยู่ 3 ประเด็น ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 สำหรับงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งปัจจุบันย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และยังมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ต้องจับตาการทำงานว่าจะมีเหตุมีผล เป็นกลางแค่ไหน จะมีการเสนอตั้ง ส.ส.ร. โละ ส.ว. แก้ระบบเลือกตั้ง แก้ไขมาตรา 256 หรือไม่ 

ส่วนร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 63 คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่มี “อุตตม สาวนายน” รมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว รวมปรับลดทั้งสิ้นตามมติของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จํานวน 16,231,217,700 บาท หลังทุกคนกลับมาจากปีใหม่ การประชุมสภาในวันที่ 8 ม.ค. จะมีเรื่องสำคัญนี้เข้าสู่การพิจารณาเป็นวาระแรก

บันทึกบรรทัดสุดท้าย โลกโซเชียลเตือนกันมากในการเซ็นเอกสารต่างๆ ในปีหน้า ที่ตามปกติต้องเขียนวัน เดือน ปี กำกับไว้ท้ายลายมือชื่อ อย่าเผลอเขียนย่อปี แค่ “../../20” แบบนี้ เพราะอาจมีผู้ประสงค์ร้ายเขียนตัวเลขเพิ่มต่อท้ายลงไปได้ ดังนั้น เวลาเขียนให้ระบุชัดไปเลยว่า “2020” 

ปราชญ์ศรี


นักข่าวนี่....ก็นะ น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"
'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน