'ทรัมป์' ยังไม่เปิดสงครามอิหร่าน ดันแซงก์ชันเศรษฐกิจเพิ่ม


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดสถานการณ์ร้อนแรง ระบุอิหร่าน "ผ่อนคลายลงแล้ว" หลังจากได้ยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพในอิรัก ซึ่งไม่มีทหารอเมริกันบาดเจ็บล้มตาย ยืนยันสหรัฐไม่จำเป็นต้องตอบโต้ทางทหาร แต่จะลงโทษด้วยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมากขึ้น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่ทำเนียบขาว พร้อมกับรองประธานาธิบดี, รัฐมนตรีกลาโหม, รัฐมนตรีต่างประเทศ และบรรดาผู้บัญชาการทหาร

    ผู้นำสหรัฐแถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม ตามเวลากรุงวอชิงตัน ยืนยันว่าไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่านเมื่อเช้ามืดวันพุธของอิรัก ซึ่งกระทรวงกลาโหมระบุว่าเป็นการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 16 ลูกโจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกันและทหารกองกำลังผสมนานาชาติประจำการอยู่ โดยอย่างน้อย 11 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศไอน์อัลอาซัด และ 1 ลูกโดนฐานทัพที่เมืองเออร์บิล แต่ไม่มีความเสียหายร้ายแรง

    "ข้อเท็จจริงมีว่า เรามีกองทัพและยุทโธปกรณ์ที่ดีเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้มัน เราไม่อยากใช้มัน ความแข็งแกร่งของอเมริกาทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ คือการป้องกันที่ดีที่สุด" ทรัมป์กล่าวในการแถลงถ่ายทอดสด และว่า กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมรับมือทุกสิ่ง แต่ดูเหมือนว่าอิหร่านผ่อนคลายลงแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและเป็นเรื่องที่ดีมากต่อโลก

    ทรัมป์ไม่ได้ขู่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้โดยตรง แต่บอกว่าสหรัฐจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจลงโทษอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้ "การรุกรานของอิหร่าน"

    คำแถลงของทรัมป์ลดทอนความตึงเครียดของสถานการณ์ที่ก่อความวิตกไปทั่วโลกว่าจะบานปลายเป็นสงคราม ดัชนีแนสแด็กของนิวยอร์กพุ่งขึ้นทันทีเป็นสถิติที่ 9,129.24 จุด

    การโจมตีของอิหร่านเป็นการตอบโต้ที่ทรัมป์สั่งการให้ส่งโดรนยิงมิสไซล์สังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการนอกประเทศของอิหร่านที่สร้างอิทธิพลชักใยหลายประเทศในตะวันออกกลาง ทรัมป์กล่าวว่า สุไลมานีคือผู้ก่อการร้ายชั้นนำของโลกที่ควรถูกกำจัดมานานแล้ว

    ตอนท้ายของคำแถลง แม้ทรัมป์จะเรียกร้องสันติภาพ แต่เขายืนกรานว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านได้มีอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งยังกระตุ้นชาติมหาอำนาจที่ยังรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 กับอิหร่าน เพิกถอนข้อตกลงนี้ตามแบบสหรัฐ เพื่อมาเจรจาทำข้อตกลงฉบับใหม่

    ทั้งนี้ การตัดสินใจนำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อปี 2561 แล้วรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ คือชนวนเหตุสำคัญที่เพิ่มความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจนบานปลายถึงปัจจุบัน.


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ