มาตามสัญญา! ม็อบศึกษานิเทศก์ ตรวจสอบภายใน 500คนบุกศธ.อีกทวงค้านย้ายไปสังกัดศธจ.ขู่ถ้ายังนิ่งเฉย จะเจอไม้แข็งกว่านี้ 


เพิ่มเพื่อน    


17ม.ค.63-เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ - กลุ่มชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย สมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายองค์กรครูทั่วประเทศ กว่า 500 คน ได้แต่งชุดดำเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เรื่องคัดค้านการโอนศึกษานิเทศก์ บุคลากรหน่วยตรวจสอบภายใน และบุคลากรกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร จากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปฏิบัติงานในภูมิภาคมาไว้ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)

โดยนายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 1 ในฐานะประธาน ชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่ง ประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) กล่าวว่า ตามที่สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ02137 / 220 ลงวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2563 เรื่อง ขอข้อมูลอัตราตําแหน่งศึกษานิเทศก์ และตําแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน จาก สพฐ. เพื่อขออนุมัติโอนอัตราตําแหน่งและเงินงบประมาณแผ่นดินประจํา อัตรารวมตลอดทั้งงบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจํา และเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง ของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตําแหน่งศึกษานิเทศก์ และตําแหน่งนักวิชาการตรวจสอบภายใน จากสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ปฏิบัติงานในภูมิภาคมาไว้ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการโดยให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สํานักงาน ศธจ. เพื่อเสนอให้กรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคให้ความเห็นชอบในการประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 1 /2563 ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้

นายธนชน กล่าวต่อว่า จากหนังสือดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มสมาคมครู ตลอดจนพี่น้องบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค (2) ไม่เห็นด้วย และจะขอคัดค้านจนถึงที่สุด เพราะข้อเสนอดังกล่าวเป็นการดําเนินการโดยขาดหลักธรรมมาภิบาล อาศัยอํานาจของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ประกอบด้วย ท่านผู้บริหารองค์กรหลักในกระทรวง โดยไม่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมพิจารณาและข้อเสนอแนวทางนี้เป็นอีกกลยุทธ์ หนึ่งที่ต้องการทําลาย สพท.ให้อ่อนแอ เพื่อไปสร้างความเข้มแข็งให้กับสํานักงาน ศธจ. โดยข้อเท็จจริงคุณภาพการศึกษาจะบังเกิดผลได้ก็โดยการปฏิรูปการเรียนการสอนในห้องเรียนเป็นสําคัญ ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่โดยตรงของ สพท.ที่กํากับติดตามส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปเรียนการสอนในห้องเรียนและสร้างความเข้มแข็งให้กับสถานศึกษาในสังกัดให้มีคุณภาพตามมาตรการศึกษาชาติ โดยมีศึกษานิเทศก์ และกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกลเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้รับผิดชอบร่วมกันโดยตรง

“ข้อเสนอดังกล่าว ถ้าคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาคให้ความเห็นชอบ ก็คือความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของการปฏิรูปการศึกษาจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของเด็ก และเยาวชนของชาติ ไม่ให้รับผลกระทบที่เกิดจากการโอน ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรในหน่วยตรวจสอบภายใน และบุคลากรในกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร ของสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปสังกัดสํานักงานศึกษาธิการจังหวัด
ทั้งนี้ สมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย จึงเรียกร้องให้ สป. ยกเลิกการจัดทําข้อเสนอดังกล่าวนี้ ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคพิจารณา หากยังดันทุรังที่จะดําเนินการต่อไปโดยไม่ยอมรับฟัง ข้อเท็จจริง และเหตุผล ที่ได้เสนอต่อท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว สมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศ ไทย พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย จะยกระดับการเรียกร้อง และใช้มาตรการ ให้เข้มข้นต่อไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันความ ผิดพลาดซ้ำซาก ของการปฏิรูปการศึกษา”ผอ.สพป. ชัยภูมิ เขต 1 กล่าว

ด้านนายวราวิช กำ ภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษา รมว.ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ. กล่าวว่า ตนได้ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับโครงสร้าง ศธ.เป็นตัวแทน รมว.ศธ.มาชี้แจงและสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้คัดค้าน ซึ่งขอทำความเข้าใจก่อนว่าการปรับโครงสร้าง ศธ.ยังไม่ได้ข้อยุติหรือข้อสรุปที่ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยหนังสือที่ออกเป็นคำสั่งจาก สป. นั้นเป็นเพียงหนังสือที่สอบถามความคิดเห็นและอัตรากำลังของสพฐ.ในการเริ่มกระบวนการปรับปรุงโครงสร้าง ดังนั้นขอกลุ่มศึกษานิเทศก์และผู้เกี่ยวข้องทุกคนอย่าไปกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะการปรับโครงสร้างศธ.ยังต้องมีการจัดทำประชาพิจารณ์ความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ดังนั้นในขณะนี้เรายังไม่ได้มีการย้าย ยุบ โอนให้หน่วยงานศึกษานิเทศไปสังกัด ศธจ. แต่อย่างใด แต่ในอนาคตยอมรับว่าทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันทำงาน เพื่อขจัดปัญหาการซ้ำซ้อนของการปฏิบัติงานในพื้นที่
 
“ศธ.ต้องการให้มีการอบรมพัฒนาสร้างทักษะความรู้ให้แกศึกษานิเทศก์ เพื่อหวังว่าจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาโรงเรียน พร้อมกับมีรูปแบบการติดตามและประเมินผลคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้การปรับโครงสร้างในส่วนของสพฐ.ก็ได้มีเสนอแนวทางมาแล้วเช่นกันว่าจะปรับเปลี่ยนในเรื่องใดบ้าง โดยในวันที่ 24 มกราคม จะมีการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ก็ขอให้ติดตามว่าเราจะมีแนวทางหรือข้อสรุปไปในทิศทางใดบ้าง”ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าว


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์