อำนาจ...กับความเป็นธรรม


เพิ่มเพื่อน    

                                                          (1)

                เห็นข่าวท่านนายกรัฐมนตรี บิ๊กตู่ ท่านปฏิเสธ ไม่ยอมอนุญาตให้ใครเอาชื่อนามสกุลของท่าน ไปตั้งเป็นชื่อ สะพาน ข้ามเกาะ ข้ามทะเล อะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องถือเป็นเรื่องที่ เข้าท่า มิใช่น้อย คืออย่างน้อย...ก็ยังพอสะท้อนให้เห็นว่าท่านไม่ได้ หลุด ไม่ได้ ลอย ไม่ได้ เพลย์ บวก เลิร์น (เพลิน) กับสิ่งที่เรียกว่า อำนาจ หรือวาสนา บารมี มากมายเกินไปนัก...

                                                         (2)

                ยิ่งท่านได้หยิบเอาเรื่อง พญามัจจุราช มาปรารภ รำพึง กับใครต่อใคร ด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมี สติ หรือแสดงให้เห็นถึงความตระหนัก สำนึก ต่อการเกิด-การดับ การเปลี่ยนแปลงอันเป็นนิรันดรไป อันเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็เถอะ ล้วนจะไป บังคับ หรือ ควบคุม ไม่ได้เป็นอันขาด ไม่ว่าจะมีอำนาจ วาสนา บารมี สูงส่งครอบคลุมซักเพียงไหน ดังนั้นการที่ ผู้มีอำนาจ และยังคงต้อง สืบทอดอำนาจ ต่อไป ด้วยเงื่อนไข-เหตุปัจจัยใดๆ ก็ตามที ยังไม่ได้หลุด ไม่ได้ลอย ยังคงตั้งมั่นอยู่ในสติ ก็ต้องถือเป็นอัน ใช้ได้ หรือเป็นอันที่พอจะ อยู่ๆ กันไปได้ โดยไม่ถึงกับต้องครั่นเนื้อ ครั่นตัว อะไรมากมายนัก...

                                                     (3)

                เพราะไอ้สิ่งที่เรียกๆ กันว่า อำนาจ หรือ บารมี นั้น...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ ว่ามันมีศักยภาพ มีขีดความสามารถที่จะทำให้ใครต่อใคร หลุดๆ-ลอยๆ สติสตังค์ไม่อยู่กับเนื้อ กับตัว ได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ ยิ่งอำนาจ บารมี ในแบบไทยๆ หรือในโครงสร้างอำนาจอย่างสังคมไทยด้วยแล้ว ที่ก่อรูป ก่อร่าง และวิวัฒนาการมาในลักษณะ รวมศูนย์ เป็นด้านหลัก แม้จะคลี่คลายไปบ้างในช่วงหลังๆ แต่ร่องรอยที่ยังคงหลงเหลือ และสะท้อนให้เห็นจากความแข็งแกร่ง ยืนยง คงทน ของสิ่งที่เรียกๆ กันว่า ระบบอุปถัมภ์ ก็ยังทำให้ อำนาจ และ บารมี ถือเป็น ข้อเท็จจริงทางสังคม อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงปฏิเสธได้...

                                                      (4)

                การนำเอา อำนาจ และ บารมี ไปใช้ใน ทางบวก หรือ ทางลบ จึงกลายเป็นสิ่งที่ถือเป็นตัวชี้เป็น ชี้ตาย ต่อปัจจุบันและอนาคตความเป็นไปของส่วนรวม ของชาติบ้านเมือง อย่างฉกาจฉกรรจ์เอามากๆ เผลอๆ...อาจถือเป็น แก่นสาระ ของความเป็นไปในบ้านเมือง มากซะยิ่งกว่า ระบบ หรือ ระบอบ ใดๆ ที่เราไปลอก ไปเลียนแบบพวกฝรั่งมาในช่วงหลังๆ คือถ้าหากอำนาจและบารมีนั้น เป็นไปในทางที่ สร้างสรรค์ มี สติ” รองรับ ไม่ได้หลุด ไม่ได้ลอย ไปในทางที่ขัดแย้ง แปลกแยก กับอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนจนเกินไป หรือเป็นอำนาจ บารมี ที่มีสิ่งที่เรียกว่า ธรรม กำกับเอาไว้ในแต่ละขั้น แต่ละตอน โอกาสที่อำนาจนั้นๆ บารมีนั้นๆ จะนำพามาซึ่งความสุข ความเจริญ ความสงบเรียบร้อย หรือแม้กระทั่งความมีศีล มีธรรม ของผู้คนในสังคม ย่อมมีความเป็นไปได้ มิใช่น้อย...

                                                     (5)

                แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่อำนาจ หรือบารมีนั้นๆ...ก่อให้เกิดการหลุด การลอย สติสตังค์เริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เริ่มเกิดอารมณ์ความรู้สึกอยากจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างตอบสนองโลกธรรมที่ตนเองปรารถนาและต้องการ โดยไม่สนใจว่ามันจะเหมาะ-ไม่เหมาะ สอดคล้อง-ไม่สอดคล้อง กับ ความเปลี่ยนแปลง อันเป็นนิรันดรไป ลืมเสียซึ่งกฎเหล็กแห่งธรรมชาติ หรือกฎอนิจจะลักษณะ อันว่าด้วยการเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป มุ่งแต่จะใช้อำนาจและบารมีเท่าที่มีอยู่ไป ควบคุม หรือ บังคับ ให้แต่ละสิ่ง แต่ละอย่างต้องเป็นไปตามนั้น แบบนั้น ซะร่ำไป อันนี้นี่แหละ...ถึงแม้ว่ามันจะดูดี ดูเข้าท่า ดูถูกต้องตามมาตรฐานอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง แต่โอกาสที่มันจะก่อให้เกิดความแปลกแยก ขัดแย้ง กับความรู้สึกของใครต่อใคร และทำให้อำนาจ บารมีนั้นๆ กลายเป็นตัวนำมาซึ่งความไม่สงบ ความเดือดร้อน ความไม่อยู่เย็นเป็นสุข ย่อมเป็นไปได้เสมอๆ...

                                                      (6)

                ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อ สังคมโลก มันกลายเป็น ตัวเร่ง ให้อัตราการเปลี่ยนแปลงในแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง เป็นไปในแบบ ทวีคูณ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ พร้อมจะ ดิสรัปถีบ หรือทั้งรับ ทั้งถีบ อะไรต่อมิอะไรให้ตกยุค ตกสมัย ไปได้ด้วยกันทั้งสิ้น การหาทางทำให้อำนาจและบารมีใดๆ ก็แล้วแต่ เป็นไปใน “ทางบวก” ให้มากๆ เข้าไว้ ให้ตั้งมั่นอยู่ใน สติ และยึดโยงอยู่กับ ธรรมะ ในทุกๆ ย่างก้าว ไม่ออกอาการหลุดๆ ลอยๆ ให้เห็นได้เลยแม้แต่น้อย ชนิด อานาปานสติ กันในทุกๆ ลมหายใจเข้าๆ-ออกๆ ไม่ใช่แค่ ยุบหนอ-พองหนอ ขณะนั่งสมาธิวิปัสสนาเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเดิน จะเหิน จะกิน จะนอน อาจถึงขั้นต้อง ย่างเท้าซ้ายแล้วหนอ-ย่างเท้าขวาแล้วหนอ หรือ กินแล้วหนอ-เคี้ยวแล้วหนอ ฯลฯ อะไรประมาณนั้นนั่นเลย มันถึงจะพอรับมือ รับลูกถีบ อันเนื่องมาจากอาการ ดิสรัปถีบ ทั้งหลายได้มั่ง...

                                                       (7)

                สรุปแล้ว...เอาเป็นว่า การที่ ผู้มีอำนาจ ระดับผู้นำประเทศ อย่างท่านนายกรัฐมนตรี บิ๊กตู่ ท่านยังพอแสดงให้เห็นถึงสติสตังค์บางอย่าง ยังไม่หลุด ไม่ลอย ในบางเรื่อง บางกรณี ก็ต้องถือเป็นสิ่งที่ ชอบแล้ว, เหมาะแล้ว และเป็นสิ่งที่คงต้องขออนุโมทนาเอาไว้ในที่นี้ ส่วนอะไรที่เคยหลุดๆ ไปแล้ว ลอยๆ ไปบ้างแล้ว เช่นการ วี้ดๆ แว้ดๆ ใส่ใครต่อใครนั้น อาจถือเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นเรื่องที่ ขอกันกิน...ยังมากกว่านี้ ก็แล้วกัน...

                              ------------------------------------------------------------- 


เฮ้อ..... เราจะต้องนับหัวคนป่วย-คนตายเป็น "ปฏิทินรายวัน" กันอีกนานมั้ยเนี่ย? พูดแล้วก็เหงาใจนัก! แต่ไม่น่ะ....

'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'