บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

                ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" ธงหักไปตามๆ กัน เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ว่าการกระทำของ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหาร อนค.ไม่เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ตามที่ นายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้อง ศาลยังบอกให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งแก้ไขข้อบังคับพรรค อนค.ที่ระบุว่า "หลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ" ให้สอดคล้องกับ รธน.ที่ว่า "การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" เพื่อป้องกันความสับสนขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย...0  

                ถือว่าเป็นคำวินิจฉัยมีเหตุผลถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ใครที่ตีปี๊บว่าพรรค อนค.โดนยุบแน่ๆ เพราะมีพฤติกรรมชัดเจน จากนี้ไปก็รั้งๆ สติตัวเองไว้บ้างก็ดี ส่วนแกนนำ อนค.และเครือข่ายที่ตีโพยตีพายป้ายสีว่าชนชั้นปกครองฝ่ายเผด็จการอนุรักษนิยมใช้นิติสงครามกลั่นแกล้งกำจัด อนค.ออกจากเวทีการเมือง ก็ควรรับคำพูดของตัวเองด้วย คำแนะนำของศาลให้แก้ไขข้อบังคับนั้น ทั้ง กกต.และ อนค.ต้องรีบดำเนินการให้ถูกต้อง ส่วนที่ นายปิยบุตร บอกว่า "แม้วันนี้คำร้องยุบพรรคจะถูกยกออกไป แต่ก็ยังมีกระบวนการร้องยุบพรรคทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่" เท่ากับยังโทษแต่คนอื่น ทั้งที่คดีต่างๆ ก็มีพฤติการณ์อันน่าสงสัย ผู้ร้องก็มีสิทธิ์ยื่นคำร้อง ส่วนจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ก็ว่าไปตามกระบวนการกฎหมาย แต่กองแช่งจริงๆ ที่อยากให้ อนค.ถูกยุบก็คือ "ซ้ายตกขอบ" ที่อยากให้เป็นเงื่อนไขต่อต้านชนชั้นนำ และ "ขวาตกขอบ" ที่คิดว่ายุบ อนค.แล้วจะกำจัดความคิด ปฏิกษัตริย์นิยม ได้ ซึ่งก็สุดโต่งทั้ง 2 ขั้ว!...0

                ส่วนคดีที่ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง กับพวก กรณีเลี่ยงจ่ายค่าโฆษณาเกินเวลา อสมท 138 ล้าน ได้ปิดฉากแล้ว เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา แก้เป็นว่า นางพิชชาภา หรือ นางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท จำคุก 12 ปี, ปรับ บ.ไร่ส้ม เป็นเงิน 72,000 บาท นายสรยุทธ กับ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำคุกคนละ 6 ปี 24 เดือน ศาลชี้ด้วยว่า "จำเลยที่ 3 อ้างด้วยว่าเคยประกอบคุณงามความดีมาก่อน แต่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นสื่อมวลชนอาวุโส และเป็นที่นับหน้าถือตาของบุคคลทั่วไป ต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สื่อมวลชนอื่น กลับอาศัยโอกาสช่องว่างทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติเอื้อประโยชน์แก่ตน มากระทำผิดเสียเอง จึงไม่เพียงพอให้รับฟังเพื่อลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ" ถ้าใช้บรรทัดฐานเดียวกันแบบนี้ คงทำให้คนที่คิดจะโกงเงินหลวงขยาดไม่น้อย...0

สะเทือนสภาฯ ผู้ทรงเกียรติ ภายหลัง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แฉว่า นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลงมติในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2563 ทั้งที่ไม่อยู่ในห้องประชุม และแฉอีกว่าการประชุมวันที่ 11 มค. นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. ก็เดินทางไปประเทศจีน ซึ่ง นายฉลอง ยอมรับแล้วว่าลืมบัตรไว้จริง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก็ยอมรับว่ามีการสมคบกันทำเป็นขบวนการ ดังนั้นถึงเวลาที่จะต้องมีการสอบสวนหาข้อเท็จริงทั้งหมดว่า ส.ส.คนใดมีพฤติการณ์เช่นนี้บ้าง การเสียบบัตรแทนถือว่าไม่เคารพศักดิ์ศรีตนเองและทุจริตต่อหน้าที่ จึงต้องหามาตรการลงโทษด้วย เพื่อไม่ให้มีการกระทำน่าละอายเช่นนี้อีก...0

ส่วนกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 29 ม.ค.นี้ หลังมีกระแสข่าวว่ามีการล็อบบี้ไม่ให้ซักฟอก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ร้อนถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ออกมาเฉ่งยับว่า "คนปล่อยข่าวบัดซบ เป็นพวกจัญอัป ปล่อยข่าวว่าไปกินข้าว ไปพูดคุย ตกลงรับเงินจากบางคนเพื่อไม่อภิปรายรัฐมนตรีบางคน ขอสาปแช่งคนออกข่าวให้พบกับความวิบัติ และถ้าคณะตนเองทำเช่นนั้น ขอให้เกิดความวิบัติเช่นกัน" คนปล่อยข่าวก็อยู่พรรคเดียวกันนั่นแหละ เพราะไม่พอใจที่ ทั่นเฉลิม จะไม่ซักฟอก พล.อ.ประวิตร เมื่อยืนยันไม่มีซูเอี๋ย ไม่มีดีล ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป ไม่งั้นจะมีรายการซักฟอกกันเองอีก!...0 

แซมซาย


"การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ต้องอาศัยรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายกําหนดแหล่งที่มาไว้ตามมาตรา ๖๒

ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์