บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

 

           แม้รอดพ้นคดียุบพรรคอนาคตใหม่จากเรื่องคำร้องคดีล้มล้างการปกครองไปแล้ว แต่พรรคอนาคตใหม่ยังต้องลุ้นต่อกับคดีเงินกู้ 191 ล้านบาท ล่าสุดพรรคอนาคตใหม่ยื่นเรื่องขอขยายเวลาการส่งเอกสารคำชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาล รธน. จากเดิมที่ต้องส่งภายในไม่เกินจันทร์ที่ 27 มกราคม กระนั้นถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่อนุญาต พรรคอนาคตใหม่ก็เตรียมพร้อมสำหรับส่งเอกสารภายในจันทร์นี้ เรื่องการเตรียมพร้อม แผนหนึ่ง แผนสอง แผนสาม พรรคนี้ไม่เป็นรองใคร อย่างวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ข่าวบอกว่าวันนั้นพรรคอนาคตใหม่เตรียมแถลงการณ์ไว้สองชุด  ชุดแรกคือ กรณีอนาคตใหม่ไม่โดนยุบพรรค กับชุดที่สอง กรณีโดนยุบพรรค ทำเสร็จไว้สองแบบ เพื่อแถลงท่าทีหลังศาลอ่านคำวินิจฉัยเสร็จ แต่พอไม่โดนยุบ ก็เลยต้องใช้รูปแบบการแสดงความเห็นที่เตรียมไว้สำหรับกรณีพรรคไม่โดนยุบ ขณะเดียวกัน วันนั้นจริงๆ แล้วแกนนำพรรคเตรียมประกาศทันทีหากพรรคโดนยุบว่าจะให้สมาชิกพรรค และ ส.ส.ของพรรคย้ายไปสังกัดพรรคไหน เรียกว่าเปิดชื่อพรรคสำรองกันวันนั้นเลย แต่เมื่อพรรคไม่โดนยุบ ชื่อพรรคสำรองก็เลยยังไม่ถูกเปิดออกมา แต่ข่าวว่ามีไว้แล้ว ไม่ใช่แค่พรรคเดียว แต่เตรียมไว้ถึง 3-5 พรรคกันเลยทีเดียว

            ๐ ปัญหาเสียบบัตรแทนกัน ลามจากพรรคภูมิใจไทยมาถึงพลังประชารัฐ ล่าสุด ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี พรรคพลังประชารัฐและเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมด้วย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งใน ส.ส.ที่ร่วมปรากฏภาพข่าวในสื่อมวลชนว่าได้กดบัตรลงคะแทน ส.ส.คนอื่นในระหว่างที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ร่วมกันแถลงข่าว นายชัยวุฒิกล่าวว่า ในวิปรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐไม่มีแนวทางให้ ส.ส.กดบัตรลงคะแนนแทนกัน ถ้าใครไม่มาก็จะไม่มีการลงคะแนนแทนกัน อย่างไรก็ตาม มีปัญหาในเรื่องของสถานที่ประชุม เนื่องจากช่องลงคะแนนของพรรคมี 68 ช่อง แต่พรรคมี ส.ส. 117 คน ในหนึ่งช่องย่อมมีการเสียบสองสามใบเป็นปกติอยู่แล้ว ส.ส.จะลงมาเสียบกันเอง แต่ภาพที่เกิดขึ้นอาจเป็นอุบัติเหตุ "ไม่มีการเสียบแทนกัน แต่เพียงครั้งเดียว ถ้าไม่ได้เข้าไปนั่งด้วยตัวเองจะไม่มีทางรู้เลยว่าการกดมันยากจริงๆ เป็นเรื่องอุบัติเหตุ ส่วนเรื่องข้อกฎหมายเป็นเรื่องของการตีความ เราไม่ได้ตัดสินว่าถูกหรือผิด ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลงคะแนนแทนกันแต่เป็นการช่วยกันลงคะแนน" ส่วน น.ส.ภริม แจกแจงว่า เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นไปในลักษณะที่เมื่อตนเองได้ลงคะแนนไปแล้ว ปรากฏว่านายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ในห้องประชุมได้นำบัตรของตัวเองมาให้กดลงคะแนน เพราะไม่สามารถเข้าไปที่นั่งเพื่อกดบัตรคะแนนด้วยตัวเองได้ ซึ่งยืนยันได้ว่าการลงคะแนนได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายทวิรัฐ โดยไม่ได้ลงคะแนนไปตามเจตนารมณ์ของตนเองแต่อย่างใด ต่อมา ปรากฏว่า น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยแฉ ส.ส.เพื่อไทย เสียบบัตรแทนกัน ในยุครัฐบาลเพื่อไทยมาแล้ว แถลงข่าวในประเด็นเดียวกันว่า ขอเรียกร้องให้ประธานสภาฯ เปลี่ยนระบบการลงคะแนนด้วยการใช้บัตรมาเป็นการแสดงอัตลักษณ์ควบคู่ไปด้วย เช่น การสแกนม่านตาและลายนิ้วมือ ซึ่งคิดว่ายังน่าจะเปลี่ยนแปลงระบบได้เนื่องจากอาคารรัฐสภาแห่งใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โดยเธอย้ำว่าสภาของเรามีช่องกดบัตรจำนวนน้อยมีเพียง 300 ช่อง แต่มี ส.ส. 500 คน ทำให้ต้องการมีดึงบัตรออกและเสียบบัตรเข้าไปใหม่ โดยกรณีที่เจ้าตัวอยู่ในห้องแล้วให้คนอื่นเสียบแทน เช่นนี้ยอมรับได้เพราะตัวยังอยู่ แต่หากตัวไม่อยู่ย่อมผิดแน่นอน พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นกับฝ่ายค้านและรัฐบาล เพราะช่องการลงคะแนนไม่พอจริงๆ ...สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป ทั้งในส่วนของสภาและพรรคพลังประชารัฐ

            ๐ เรื่องการแก้ปัญหา ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร สรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส.ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า รู้สึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้ รัฐสภาถูกออกแบบสำหรับแก้ไขปัญหาการกดบัตรแทนกัน โดยตั้งใจจะใช้เครื่องลงคะแนนแบบสแกนลายนิ้วมือ แทนการเสียบบัตรแบบเดิม ซึ่งไม่สามารถสแกนลายนิ้วมือแทนกันได้ แต่ปรากฏว่าในปี 2560-2561 เมื่อถึงเวลาต้องตั้งงบประมาณสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รัฐบาลกลับตัดลดงบประมาณจากที่เสนอขอไป 8 พันล้านบาท เหลือเพียง 3 พันล้านบาท จึงจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องดังกล่าว ประกอบกับมีอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปร้องเรียนถึงการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว ทำให้สภาต้องตัดงบประมาณส่วนนี้ออกไป.

หินกลิ้ง


สนใจกันทำไม.....?กับแถลงการณ์เนื้อหาบ่งบอก "คนถ่อย-คนเถื่อน" เขียน ถ้าระดับ "ตัวแทนประเทศ" เขียนแถลงการณ์นั้น.......

จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน
ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร
'บทบาท กมธ.ที่น่าทบทวน'
เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'
พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร
จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?