ล้วงลึกชีวิต'ทราย เจริญปุระ' รับปรับตัวไม่ง่ายในวันที่ไม่มีแม่


เพิ่มเพื่อน    

 

          รายการ เรื่องลับมาก (NO CENSOR) ทางเนชั่นทีวี  ล้วงลับนางเอกร้อยล้าน ทราย เจริญปุระ กับทุกเรื่องที่หลายคนอยากรู้ โดยเฉพาะล่าสุดที่เจ้าตัวฟ้องคู่กรณีที่มาว่าคุณแม่ของเธอทั้งๆ ที่ท่านก็เสียชีวิตไปแล้ว

ล่าสุดฟ้องร้องเรื่องอะไร?

          "ฟ้องเรื่องที่มาว่าแม่ค่ะ ตรงไปตรงมา ค่าเสียหายไม่เยอะค่ะ กรุบกริบๆ"

ถ้าไม่พาดพิงแม่จะไม่ฟ้อง?

          "จริงๆ เรื่องโดนด่ากับทรายเป็นของคู่กันอยู่แล้ว หนูว่าเราสองคนน่าจะโดนจนชิน เพราะเราเป็นคนสาธารณะ ลำพังเราถือว่าปกติ เราเข้าใจได้ แต่การพาดพิงไปถึงแม่ในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องมันไม่ใช่ และเรื่องเกิดขึ้นในช่วงที่คุณแม่ทรายเสียชีวิตได้ไม่นาน มันเหมือนเอาจุดที่เรากำลังอ่อนแอที่สุดมาทำร้ายเราอีกที ก็ไม่คิดว่าจะไปได้แรงขนาดนั้น เราคิดว่าเถียงก็เถียงกันปกติ ด่าก็ด่ากันเอง ปกติมากไม่เป็นไร มีคำด่าเยอะแยะที่ใช้ได้ แต่ทรายเพิ่งทำบุญร้อยวันไปเมื่อต้นเดือนนี้เอง มันมากไป"

 

 

 ทรายปรับตัวได้ง่ายไหม เพิ่งผ่านมาร้อยวันนี่เอง?

          "ไม่ง่ายเลยค่ะ ตอนพ่อเสียทรายก็ยังมีแม่เป็นหลักอยู่ ตอนพ่อป่วย ทรายออกไปทำงาน แต่พอเราได้กลับมาบ้านเราก็ยังได้เจอเขาทั้งคู่ ถึงแม้พ่อจะไม่สบายไปเยอะแล้ว แต่ตอนแม่ไม่อยู่ ช่วงท้ายๆ ของชีวิตเขาสื่อสารไม่ได้แล้วด้วย เราต้องอาบน้ำให้ ป้อนข้าวอยู่ที่บ้าน มันก็ยากแล้ว เหมือนเรื่องท้ายๆ ที่เราคุยกับเขาคือแม่อยากกินอะไร มะม่วงหรือฝรั่ง"

ทรายทำงานหนัก กลับมาดูแลแม่ก็หนักอีก?

          "ก็หนักค่ะ แต่มีคนช่วย มีน้องช่วย พี่เลี้ยงคอยช่วย ต้องดูแลระหว่างวันด้วย เพราะเราต้องป้อนข้าว ทำอะไรให้เขา แต่มันไม่เหมือนเคย ปกติทรายมีอะไรกับแม่ก็คุยกันเลย หรือหลังๆ ทรายไปทำงานคนเดียวแม่ก็โทรมาถาม วันนี้เป็นยังไง เจออะไร เขาจะคอยคุยกับเราเรื่อยๆ พอวันนึงเราต้องมาทำเองทุกอย่าง ก็รู้สึกว่าโห ตอนนั้นแม่เขาก็ทำอะไรให้เราเยอะเหมือนกัน"

 

 

ความประทับใจที่มีกับแม่?

          "ถ้าไม่มีแม่ ทรายคงไม่ได้ทำอะไรหลายอย่างขนาดนี้ แม่เขามีความเชื่อมั่นในตัวเรามากว่าเราทำได้ เหมือนเรื่องหนังนางนากตอนที่เล่น มีบางฉากทรายเล่นไม่ไหวแล้ว ทรายร้องไห้จนไม่มีน้ำตา จนจะยกกองแล้ว แม่เขาก็เดินมาแบบ พี่ทรายไหวไหม ถ้าไม่ไหวเรากลับบ้านกันนะลูก แค่นั้นทรายร้องไห้เลย ไม่ได้แล้ว เราต้องไม่ทำให้แม่ผิดหวัง เขาจะมีโมเมนต์อะไรแบบนั้น เราฟังแล้วเฮ้ย ไม่ได้ เราต้องทำได้สิ มาถึงขนาดนี้แล้ว บางทีเขามีบ่นมีอะไรเราบ้างตามประสาแม่กับลูกสาว"

คำสอนของแม่ที่ทรายคิดว่ามีส่วนกับการใช้ชีวิต?

          "แม่สอนให้ทรายอยู่คนเดียวให้ได้ เขาบอกว่าสำคัญมาก ทรายเป็นลูกสาวคนโต ผู้หญิงต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ ดูแลตัวเองให้ได้ เราเป็นพี่คนโตของน้องด้วย ต้องเป็นหลักให้น้องอีกสองคน มันจะมีบางช่วงที่ทรายต้องออกไปทำงานคนเดียว น้องชายทรายลาออกมาดูคุณพ่อ เราอยากไปเที่ยวกับเพื่อน พอต้องไปไหนคนเดียวมันก็แปลก บางทีถามแม่ว่าทรายหาเพื่อนไปด้วยได้ไหม แม่บอกทำไมต้องหาใครไปด้วย อยู่คนเดียวกินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียวมันจะเป็นอะไร แรกๆ ทรายแปลกๆ เพราะคนชอบถามว่ามากับใคร เราบอกว่ามาคนเดียว คุณแม่อยู่บ้าน เวลาไปกองถ่ายคนเยอะแยะ หลากหลายประเภทมาก แม่เขาอยากให้ทรายอยู่ให้ได้ วางตัวให้ดี ไปคนเดียวให้ได้ สร้างปัญหาให้น้อย"

 

 

ตอนเด็กๆ มีวีรกรรมอะไรกับแม่?

          "โดนแม่ตีครั้งเดียวในชีวิตแล้วไม่โดนอีกเลย เอาปลาทองมาตากแดดค่ะ  จะมีหัวดุ๊กดิ๊กๆ มันน่ารัก เราเลยตักมาดู เอามาวางบนพื้นหญ้า แม่เห็นก็จับเอาปลาคืนบ่อ แม่บอกว่าอันนี้ไม่ดีนะ ไม่ทำ ถ้าทำแม่จะตี แต่แม่ไม่เคยตีทรายเลย เราก็เลยรู้สึกว่าไม่หรอก ไม่มั้ง ก็ตักใหม่เอามาวาง แม่เห็นอีกทีฟาดเลยค่ะ โอเคยอม"

ดื้อไหม?

          "ทรายดื้อตาใสค่ะ ตอบว่าค่ะแต่ไม่ทำ ดื้อที่สุดเท่าที่จะดื้อได้"

แม่สอนให้อยู่คนเดียวให้เป็น คำสอนพ่อล่ะที่จำแล้วเอามาใช้?

          "ทรายดูจากสิ่งที่พ่อทำ พ่อทรายเป็นฟรีแลนซ์มาทั้งชีวิต แต่เขาดูแลลูกได้ดีมาก ไม่เคยเอาปัญหามาบ่นที่บ้านว่าเหนื่อย เครียด ต้องบริหารเงินยังไง ลูกๆ ได้เรียนได้เที่ยวครบทุกอย่าง ตอนนั้นก็เฉยๆ ธรรมดา แต่พอโตมาแล้วบริหารเอง เราก็รู้สึกว่าพ่อไม่เครียดได้ยังไง ชีวิตฟรีแลนซ์ที่ไม่มีหลักประกันอะไรเลย ความแน่นอนไม่มีเลย เขาดูแลเรา เลี้ยงเรามาได้จนโตอย่างดี อย่างเต็มที่ของเขา เขาก็มีความสุขให้เราเห็นเสมอ ไม่เคยเอาปัญหามาบ่นที่บ้าน"

 

 

แม่บอกว่าฉันมีผัวดารายังไม่เหนื่อยเท่ามีลูกเป็นดารา?

          "จริงค่ะ  หนูเล่นหนังผีบ่อย แม่ทรายไม่ชอบขับรถกลางคืน เพราะสายตาไม่ดี แต่พอลูกต้องไปถ่าย เขาก็ต้องไปด้วย ไปขับรถให้ เขาบอกว่านี่ไม่ใช่ธุระของฉันเลย ตอนมีผัวเป็นดาราพ่อแกเลี้ยงดูฉันเป็นอย่างดี แต่พอเป็นแม่แกซึ่งเป็นดาราทำไมมันเหนื่อยขนาดนี้ แล้วเล่นหนังผีถ่ายตีสามตีสี่ เราก็ง่วงจะหลับ แม่บอกว่าห้ามหลับ พาฉันมาต้องอยู่คุยเป็นเพื่อน "

แม่ไม่อยากให้มีแฟนในวงการ?

          "จริงๆ เป็นไปได้เขาไม่อยากให้มีแฟนเลยด้วยซ้ำค่ะ"

มีคนในวงการจีบหลายคน?

          "ก็วันๆ หนูไม่ได้เจอใคร หนูก็เจอแต่คนในวงการนี่แหละค่ะ ถ้าแม่จะผิดหวังก็คงผิดหวังที่สุดคือเรื่องนี้ เราทำงานใกล้ชิดกับคนในวงการเดียวกันมากกว่า ไม่ได้ออกไปเจอคนข้างนอกเลยที่เขาทำอาชีพอื่น"

 

 

 

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @itr


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ