รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านให้ผู้ด้อยโอกาสที่ จ.อุบลฯ-ระยอง ด้าน พอช.เดินหน้าบ้านพอเพียง-ซ่อมสร้าง 11,500 หลังทั่วประเทศ


เพิ่มเพื่อน    

 

กระทรวง พม./ ‘จุติ  ไกรฤกษ์’ รมว.พม.ประเดิมมอบบ้านพอเพียงให้ผู้ด้อยโอกาสที่จังหวัดอุบลราชธานีและระยองในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์นี้  ตามโครงการ ‘มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาลโดย พม.’ โดยสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนครอบครัวที่มีฐานะยากจน  สภาพบ้านชำรุดทรุดโทรมให้มีความมั่นคงแข็งแรง  เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย  ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทของ พอช.ที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน  มีเป้าหมาย 11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ  ใช้งบประมาณ 218.5 ล้านบาท  ตั้งเป้าซ่อมสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในมิถุนายนนี้

 

ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการ ‘มอบของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาล’ ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย  เนื่องในโอกาสปีใหม่ พ.ศ.2563  ซึ่งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดเตรียมของขวัญด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยตามโครงการ ‘บ้านพอเพียงชนบท’ จำนวน  11,500 ครัวเรือนทั่วประเทศ  ซึ่งโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย  มีฐานะยากจน  สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม  มีสภาพไม่ปลอดภัย  ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย  เช่น  หลังคารั่ว  เสาเรือนผุ  บันไดโยกคลอน  พื้นบ้าน  ฝาบ้าน  ห้องน้ำ  ห้องครัวชำรุด  ฯลฯ  ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนให้มีความมั่นคง  แข็งแรง  มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย  โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 19,000 บาท

 

นายจุติ  ไกรฤกษ์  รมว.พม.

 

โดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้  นายจุติ  ไกรฤกษ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และผู้บริหารกระทรวง พม. จะเดินทางมาที่บ้านโนนสร้างคำ  ตำบลไร่ใต้  อ.พิบูลมังสาหาร  จ.อุบลราชธานี  เพื่อมอบของขวัญปีใหม่  2563 ‘บ้านพอเพียงชนบท’  หลังแรกในจังหวัดอุบลราชธานี (จากทั้งหมด 213 หลัง) ให้แก่ครอบครัวนางหนูจันทร์ เกาะแก้ว  อายุ 54 ปี  ชาวบ้านตำบลไร่ใต้  ซึ่งมีฐานะยากจน  สภาพบ้านเดิมเป็นเพิงไม้ผุพัง  โดยชุมชนและทหารจากมณฑลทหารบกที่ 22  จ.อุบลราชธานีช่วยกันสร้างบ้านใหม่  ขนาด 4X6 ตารางเมตร  โครงสร้างเป็นปูนและไม้  ก่อด้วยอิฐบล็อค  เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 26-31  มกราคม  ใช้เวลาก่อสร้าง 6 วัน  

 

บ้านนางหนูจันทร์และสามีก่อนสร้าง (ซ้าย) ช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้าน (ขวา) 

 

ทั้งนี้นางหนูจันทร์และสามีมีอาชีพปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ 3 ไร่  แต่ได้รับความเสียหายเนื่องจากน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก  ทำให้ไม่มีรายได้  ต้องรับจ้างทำงานทั่วไป  แต่ไม่มีงานมากนัก  เนื่องจากทั้งคู่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง  โดยนางหนูจันทร์ป่วยเป็นโรคผิวหนัง  และมีปัญหาเรื่องโพรงจมูก  ส่วนสามีสติปัญญาไม่สมบูรณ์

 

นอกจากนี้ในวันดังกล่าว  รัฐมนตรี พม.จะมอบงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงชนบท ปี 2563 ที่จะดำเนินการในจังหวัดอุบลราชธานี  จำนวน  213  หลังคาเรือน  งบประมาณรวม 4,047,000 บาท ให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี  มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ จำนวน 5 หลัง งบประมาณรวม 128,000 บาท  มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านผู้พิการ  จำนวน 2 หลัง  งบประมาณรวม  40,000 บาท  มอบงบประมาณปรับสภาพแวดล้อมบ้านผู้สูงอายุ  “ส่งความสุข ลดทุกข์ปรับโถ” (ซ่อมแซมห้องสุขา) 1 หลัง งบประมาณ  5,000 บาท   และมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 8 ครอบครัว งบประมาณรวม 24,000 บาท

 

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์  รัฐมนตรี พม.จะเดินทางไปที่ตำบลหนองบัว  อำเภอบ้านค่าย  จังหวัดระยอง  เพื่อเป็นประธานใน งาน ‘Kick Off มหกรรมบ้านพอเพียง : ซ่อมบ้าน สร้างโอกาส ส่งความสุข ปี 2563’   โดยการซ่อมสร้างบ้าน  10  หลังแรก  (จากทั้งหมด 1,525 หลังใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก) และมอบบ้านพอเพียงหลังแรกที่สร้างบ้านใหม่ให้แก่ผู้สูงอายุครอบครัวนายอัมรินทร์ อุ่นเรือน  ซึ่งมีฐานะยากจน  บ้านเดิมเป็นเพิงก่อสร้างด้วยเศษไม้  หลังคาสังกะสี  สภาพผุผังทรุดโทรม  ถูกปลวกทำลาย  โดยชาวชุมชน  และช่างอาสาช่วยกันสร้างบ้านใหม่  ขนาด 5X7 ตารางเมตร  ชั้นเดียว  ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อค  ใช้งบประมาณจาก พอช.  ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบท 18,000 บาท  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง (พมจ.ระยอง) 40,000 บาท  งบจากศูนย์คนไร้ที่พึ่ง 3,000 บาท  และการสนับสนุนสร้างห้องสุขาจากบริษัทสุภัทราแลนด์

 

บ้านนายอัมรินทร์ก่อนสร้าง (ซ้าย) ขณะกำลังสร้าง (ขวา)

 

นายอัมรินทร์มีอายุ 62 ปี  อาศัยอยู่กับภรรยา  มีอาชีพรับจ้างทั่วไป  เช่น  รับจ้างเก็บน้ำยาง  มีรายได้วันละประมาณ 150 บาท   ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของน้องสาวมานานกว่า 20 ปี  ในช่วงปลายปี 2562 นายอัมรินทร์และภรรยาประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ล้มทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ไหปลาร้า ทำให้ทำงานหนักไม่ได้ ประกอบกับมีผู้จ้างงานน้อย จึงไม่มีรายได้  เมื่อมีโครงการบ้านพอเพียงชนบท  คณะกรรมการในตำบล  ซึ่งประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้านและ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ได้มาสำรวจครอบครัวผู้เดือดร้อน  และเสนอให้มีการซ่อมสร้างบ้านให้แก่นายอัมรินทร์  แต่เนื่องจากสภาพบ้านเดิมผุผังทรุดโทรม  ไม่สามารถรื้อซ่อมแซมได้  จะต้องสร้างบ้านใหม่โดยการช่วยเหลือและสนับสนุนจากหลายฝ่าย

 

“ผมรู้สึกดีใจที่ได้บ้านหลังใหม่  ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยกันหางบมาให้  ขอบคุณคนที่มาช่วยสร้างบ้านด้วย เพราะลำพังผมกับเมียก็ไม่มีปัญญาที่จะหาเงินมาสร้างใหม่  เพราะมีรายได้พอกินไปวันๆ เท่านั้น”  นายอัมรินทร์บอกความรู้สึก

 

นอกจากนี้รัฐมนตรี พม.จะมอบงบประมาณบ้านพอเพียง ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ปี 2563  จำนวน 1,525 หลัง  งบประมาณรวม 27,360,000 บาท  มอบบ้านพอเพียงจังหวัดระยองที่สร้างเสร็จแล้วปี 2562 จำนวน 212 หลัง  มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ช่างชุมชน  หน่วยงาน   ร้านค้าที่ให้การสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบท  รวมทั้งมอบของขวัญปีใหม่สำหรับผู้สูงอายุจังหวัดระยอง “ส่งความสุข  ลดทุกข์ปรับโถ” (ซ่อมห้องสุขา) โดยภาคเอกชนจังหวัดระยอง (CSR ระยอง) และมอบงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดระยอง  จำนวน 4 ล้านบาทจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองให้แก่ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน จ.ระยอง  

 

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’  กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดำเนินการโดย พอช.ว่า  ในปี 2563  พอช. มีแผนงานสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน  รวม 21,115 ครัวเรือน  รวมงบประมาณ 1,708 ล้านบาทเศษ  

 

นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผอ.พอช.ร่วมยกเสาเอกสร้างบ้านใหม่

 

แยกเป็น 1.โครงการบ้านมั่นคง จำนวน 5,500 ครัวเรือน  2.โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 11,500 ครัวเรือน  3.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากร 3,115 ครัวเรือน  และ 4.ที่อยู่อาศัยชั่วคราว  กรณีไฟไหม้  ไล่รื้อ  1,000 ครัวเรือน  ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการโดย พอช. มีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ  โดยมีวิสัยทัศน์ คือ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579”

 

 “ส่วนกระบวนการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงนั้น  จะให้องค์กรชุมชนที่มีการจัดตั้งอยู่ในพื้นที่แล้ว  เช่น  สภาองค์กรชุมชนตำบล  กองทุนสวัสดิการตำบล  เป็นแกนหลักในการดำเนินโครงการ  เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา  เพื่อสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน  โดยมีทีมช่างชุมชนช่วยสำรวจ  คำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือน  นำข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนมาจัดเวทีประชาคมให้ชาวชุมชนช่วยกันรับรองสิทธิ  เพื่อให้ได้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อนจริง  จากนั้นชุมชนจะเสนอโครงการมายัง พอช. เพื่ออนุมัติโครงการและงบประมาณ”  ผอ.พอช. ชี้แจงกระบวนการ

 

ส่วนการซ่อมสร้างบ้านเรือนนั้น  ชุมชนและครัวเรือนที่เดือดร้อนจะช่วยกันซ่อมสร้าง โดยนำงบประมาณที่ได้รับมาจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมาก  ทำให้ได้ส่วนลด ใช้แรงงานจิตอาสา  เช่น  หน่วยทหารในพื้นที่  และช่างชุมชน   ทำให้ซ่อมสร้างได้เร็วและประหยัดงบประมาณ  ในกรณีที่สภาพบ้านทรุดโทรมและผุพังมาก  ไม่สามารถรื้อเพื่อซ่อมแซมได้  จำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่  ชุมชนและหน่วยงานในท้องถิ่น  เช่น  อบต.  เทศบาล  รวมทั้งภาคเอกชนจะช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์เพิ่มเติม  ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-7 วันจนได้บ้านหลังใหม่  ถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน  ทั้งภาครัฐ  เอกชน  และชุมชน

 

นายสมชาติกล่าวด้วยว่า  โครงการบ้านพอเพียงชนบทจำนวน  11,500 หลังทั่วประเทศ  ขณะนี้กำลังดำเนินการในทุกภูมิภาค  แยกเป็น  1.ภาคเหนือ จำนวน 2,200 ครัวเรือน 2.ภาคอีสาน 2,700 ครัวเรือน 3.ภาคกลางและตะวันตก 2,200 ครัวเรือน  4. กรุงเทพฯ ปริมณฑลและตะวันออก 2,200 ครัวเรือน และ 5.ภาคใต้ 2,200 ครัวเรือน งบประมาณไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 218,500,000 บาท

 

ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบท เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 ปัจจุบัน (มกราคม 2563) ดำเนินการซ่อมสร้างแล้วเสร็จ  รวม 39,194 ครัวเรือน ในพื้นที่ 2,391 ตำบล ใช้งบประมาณ 713 ล้านบาทเศษ ส่วนในปี 2563  จำนวน 11,500  ครัวเรือน  ใช้งบประมาณ  218.5 ล้านบาท  ตามแผนงานจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนมิถุนายนนี้


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก