อภิปรายไม่ไว้วางใจ ล็อกเป้า ซักฟอก-ไล่ถลุง "3 ป." เปิดแผลธรรมนัส ขย้ำจุดอ่อนรบ.


เพิ่มเพื่อน    

 

 

        หลังพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติต่อ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และรัฐมนตรีอีก 5 คน คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป ก็คือการเตรียมความพร้อมรับศึกใหญ่ของพลเอกประยุทธ์และรัฐมนตรีที่โดนฝ่ายค้านจับขึ้นเขียง เตรียมเรียงหน้าถล่มกลางสภาฯ ตลอดจนต้องดูว่า การจัดทัพของฝ่ายค้านในการวางขุนพลตัวหลักๆ ที่จะอภิปรายบิ๊กตู่และ 5 รมต. เรื่องการเตรียมประเด็น ข้อมูล หลักฐานต่างๆ ที่นำมาอภิปราย สุดท้ายแล้วจะเจ๋งจริงอย่างที่ฝ่ายค้านคุยโวว่ามีหมัดเด็ด หมัดน็อก จริงหรือไม่

ขณะเดียวกัน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้านี้น่าจะมีความชัดเจนจากวิปรัฐบาลและประธานสภาฯ ชวน หลีกภัย ว่าจะบรรจุญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เข้าสู่การประชุมสภาฯ ในช่วงไหน

หลังมีความเห็นไม่ลงรอยกันระหว่างวิปฝ่ายค้านกับวิปรัฐบาล เพราะวิปฝ่ายค้าน ต้องการให้อภิปรายในช่วงวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ และให้ลงมติเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ แต่ก็ มีข่าวอีกทางหนึ่งว่า แกนนำรัฐบาลพลังประชารัฐต้องการให้อภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงอังคารถึงพฤหัสบดีที่ 25-27 กุมภาพันธ์ และลงมติในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่เป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมสภาฯ รอบนี้ ที่ก็คือฝ่ายรัฐบาลต้องการล็อกเวลาไว้ตายตัว เพื่อไม่ให้การอภิปรายของฝ่ายค้านเกินเวลา 3 วัน 3 คืน ออกไปได้อีก

จึงต้องดูว่าวิปฝ่ายค้านกับวิปรัฐบาลจะหารือและมีข้อสรุปออกมาอย่างไร

แมตช์ซักฟอกรอบนี้ ฝ่ายค้านจับ 1 นายกฯ - 5 รมต.ขึ้นเขียง โดยพบว่าไม่มีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ อีกทั้งมีถึง 5 คน ล้วนเป็นรัฐมนตรีในยุครัฐบาล คสช.ที่อยู่มาตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลวันแรก จนมาถึงยุครัฐบาลบิ๊กตู่หลังเลือกตั้ง ซึ่งก็คือพลเอกประยุทธ์-พลเอกประวิตร-พลเอกอนุพงษ์-วิษณุ-ดอน โดยทั้งหมดไม่มีใครเป็น ส.ส.แม้แต่คนเดียว โดยมีแค่ธรรมนัสเท่านั้นที่เป็น ส.ส.พะเยา พลังประชารัฐ

ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ แวดวงการเมืองต่างเห็นไปในทางเดียวกันว่า ฝ่ายค้านเทน้ำหนักการอภิปรายไปที่รัฐมนตรี “3 ป.” ประยุทธ์-ป้อม-ป๊อก เป็นหลัก ที่ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะทั้ง 3 คน คือตัวหลัก-คีย์แมนของรัฐบาล และทั้ง 3 คน ต่างอยู่เบื้องหลังการเกิดขึ้นและตั้งอยู่ของพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้นแม้ผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อให้ฝ่ายค้านอภิปรายกันหนักหน่วงข้ามวันข้ามคืน ซักฟอกกัน 3 วัน 3 คืน ยังไงถึงตอนนี้ประเมินว่า ก็ยากที่ ส.ส.รัฐบาลจะไม่โหวตไว้วางใจให้ทั้งพลเอกประยุทธ์-พลเอกประวิตร-พลเอกอนุพงษ์ ที่เป็นเสาหลักของรัฐบาล

ยิ่งในเวลานี้พลังประชารัฐแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำในสภาฯ ได้ระดับหนึ่ง เพราะล่าสุด 5 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ ยกเว้น มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แสดงท่าทีชัดๆ ไม่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำให้รัฐบาลได้เสียงเพิ่มขึ้นมาอีก 5 เสียงในกระเป๋า จึงทำให้การต่อรองในพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องเสียงโหวตตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจย่อมเกิดขึ้นยาก

ดังนั้นสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านมุ่งหวังจากศึกซักฟอกรอบนี้ จึงไม่ได้หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางการเมือง เพราะรู้ดีว่ามันจะไม่เกิดขึ้น แต่มุ่งหวังให้เนื้อหา-ประเด็นการอภิปราย-ข้อมูล หลักฐานการอภิปราย ทำให้บิ๊กตู่และรัฐมนตรีในรัฐบาลเสียเครดิตความน่าเชื่อถือทางการเมืองจากผลการอภิปราย ภายใต้การเทน้ำหนักการอภิปรายไปที่ 3 ป. ประยุทธ์-ป้อม-ป๊อก เป็นหลักนั่นเอง

เพราะอย่าง มท.1-พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่เป็น รมว.มหาดไทยมา 5 ปีกว่า โดยไม่เคยถูกตรวจสอบใดๆ อย่างจริงจัง ก็มีข่าวว่ามีข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยหลายขั้วต่างก็ไม่พอใจการบริหารงานของพลเอกอนุพงษ์หลายเรื่อง เช่น เรื่องการบริหารงบประมาณ หรือการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับต่างๆ ในยุคบิ๊กป๊อกเป็น มท.1

จนมีข่าวว่ามีข้าราชการในมหาดไทยทั้งที่ยังรับราชการอยู่และเกษียณไปแล้ว มีการส่งข้อมูลหลายเรื่องให้พรรคฝ่ายค้านที่แกนนำพรรคฝ่ายค้านหลายคนมีสายสัมพันธ์กับบิ๊กๆ ในมหาดไทยหลายต่อหลายกลุ่มเพื่อนำไปซักฟอก มท.1 กลางสภาฯ

หากพิจารณาจากคำบรรยายพฤติการณ์ที่นำมาสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกอนุพงษ์-รมว.มหาดไทย จะพบว่ามีการบรรยายเนื้อหาที่ไม่ธรรมดา บ่งบอกให้พอรับรู้เป็นสังเขปว่า ศึกนี้ บิ๊กป๊อก-พลเอกอนุพงษ์ กว่าจะฝ่าด่านซักฟอกของฝ่ายค้านไปได้ อาจถึงขั้นน่วมกับคำบรรยายในญัตติที่ระบุถึงตัวพลเอกอนุพงษ์ไว้ อาทิเช่น

“บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรงล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ฉ้อฉล ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้..กลั่นแกล้งข้าราชการประจำ ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ประจำของข้าราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง”

เพราะอย่างคำบรรยายที่ระบุว่า พลเอกอนุพงษ์ "ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้ และกลั่นแกล้งข้าราชการประจำ"

ก็สอดรับกับกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า แกนนำพรรคฝ่ายค้านระดับอดีต รมว.มหาดไทย ได้ข้อมูลมาว่า พลเอกอนุพงษ์เคยเรียกบิ๊กคลองหลอดบางคนไปพบที่กระทรวงมหาดไทย หลังสื่อมีการเสนอข่าวเรื่องโครงการบางโครงการที่เกี่ยวกับ ก.มหาดไทย และหลังจากการพูดคุยดังกล่าว ก็มีเสียงโจษขานกันไปทั่วในแวดวงนักปกครอง ตั้งแต่ภาคใต้จนถึงคลองหลอด กระทรวงมหาดไทย ส่วนเสียงโจษขาน เสียงลือเสียงเล่าอ้าง คือเรื่องใด ต้องรอดูว่าฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้มาอภิปราย ซักถาม พลเอกอนุพงษ์กลางสภาฯ หรือไม่?

ส่วน พลเอกประยุทธ์-พลเอกประวิตร 2 เสาหลักรัฐบาล ก็แน่นอนว่าศึกซักฟอกรอบนี้คงโดนฝ่ายค้านจัดหนัก เพราะแค่ข้อหาที่ตั้งไว้ในญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มีทั้งเรื่องทุจริต-รู้เห็นเป็นใจเปิดช่องให้มีการทุจริต-บริหารประเทศล้มเหลว-ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์พวกพ้อง และอีกมากมายหลายข้อหาฉกรรจ์ ชนิดบิ๊กตู่-บิ๊กป้อม คงรำพึงรำพันว่า ตัวเองแย่-เลว ขนาดนี้เชียวหรือ?

ทำให้ศึกนี้แม้ระฆังยังไม่ทันเริ่มนับยก แต่ก็เห็นชัดว่าฝ่ายค้านหวังไล่ถลุงให้บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม หากไม่คางเหลืองกลางสภาฯ ก็ต้องถึงขั้นให้น้ำเกลือกันที่ห้องรับรองวีไอพีของนายกฯ และพลเอกประวิตร ที่รัฐสภา

สำหรับ ธรรมนัส-รมช.เกษตรฯ ที่พรรคเสรีรวมไทย ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และพรรคอนาคตใหม่ ขอจองกฐินซักฟอกเป็นพิเศษ ก็มีกระแสข่าวว่าหลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ใช้ช่องทางคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.ของสภาฯ ที่ตัวเองเป็นประธาน ประสานขอข้อมูลเป็นการภายในจากออสเตรเลีย ในเรื่องที่เป็นเสมือน ชนักติดหลัง ของธรรมนัสมาตลอด กับกรณีคำพิพากษาศาลออสเตรเลียคดียาเสพติด และข้อกล่าวหาเรื่องวุฒิปริญญาเอก โดยมีกระแสข่าวว่า หลังฝ่ายค้านซุ่มเงียบหาข้อมูลมาหลายเดือน ผ่านช่องทางการทำงานของอนุกรรมาธิการ ป.ป.ช. 2 ชุด ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตั้งขึ้นเพื่อหาข้อมูลของธรรมนัสโดยเฉพาะ

ข่าวบอกว่า ตอนนี้ฝ่ายค้านได้ข้อมูลมาพอสมควรระดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะข้อมูลจากศาลประเทศออสเตรเลีย แต่จะถึงขั้นเป็นเอกสารที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เช่น บันทึกคดี-คำให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรายงานการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ คาดกันว่า ส.ส.ฝ่ายค้านที่จะอภิปรายธรรมนัส เช่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์-พล.ต.ท.วิษณุ ม่วงแพรศรี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เสรีรวมไทย, ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ คงต้องเก็บข้อมูลและประเด็นการอภิปรายไว้เป็นความลับเต็มที่ เพราะฝ่ายค้านก็เชื่อว่าการซักฟอกธรรมนัสจะเปิดแผล-ถลกจุดอ่อนของรัฐบาลประยุทธ์ได้ หากข้อมูลของฝ่ายค้านแสดงให้เห็นว่า รมต.ในรัฐบาลมีข้อครหาที่เป็นเรื่องร้ายแรง หากธรรมนัสชี้แจงกลางสภาฯ ไม่ได้

  ขณะเดียวกันในทางการเมือง แม้พรรคเพื่อไทยดูจะไม่กระตือรือร้นในการอภิปรายธรรมนัส ที่อาจเป็นเพราะคนในเพื่อไทยก็รู้ดีว่าธรรมนัสที่เคยช่วยงานพรรคเพื่อไทยแบบเบื้องหลังมาตลอดตั้งแต่ยุคไทยรักไทย โดยเฉพาะการช่วยงาน ใต้ดิน ให้กับพรรคเพื่อไทย และการเคลื่อนไหวของ เสื้อแดง ในหลายโอกาส จนเพื่อไทยส่งธรรมนัสลง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เมื่อเลือกตั้งปี 2557 แต่สุดท้ายศาล รธน.ตัดสินให้เป็นโมฆะ ด้วยสายสัมพันธ์ในอดีต ทำให้เพื่อไทยกับธรรมนัสต่างฝ่ายต่างรู้มือกันและกุมความลับของกันและกันไว้ แต่เมื่อวันนี้ธรรมนัสไปเป็นขุนพลหลักของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ภาคเหนือ จนทะลวงป้อมค่ายเพื่อไทยในภาคเหนือได้บางจุด จึงมองได้ว่า ลึกๆ แล้วแกนนำพรรคเพื่อไทยก็ต้องการ สกัด-บล็อกธรรมนัสไม่ให้เติบโตทางการเมืองมากไปกว่านี้ จึงเอาด้วยกับการให้เสรีรวมไทยและอนาคตใหม่เตรียมไล่ถล่มธรรมนัสได้เต็มที่

การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อทั้งฝ่ายค้านและคนในรัฐบาลที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ แม้ผลแพ้-ชนะในทางการเมืองจะวัดกันที่เสียงโหวตในห้องประชุมสภาฯ ที่พลเอกประยุทธ์และ 5 รมต.น่าจะได้รับเสียงโหวตไว้วางใจมากกว่าไม่ไว้วางใจ

ทว่าสุดท้ายแล้ว ฝ่ายที่จะตัดสินว่าฝ่ายค้าน หรือพลเอกประยุทธ์และ 5 รมต. ใครทำหน้าที่ได้ดีกว่ากัน คำอภิปราย-คำชี้แจงฝ่ายไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน ก็คือประชาชน

       ดังนั้น หากพลเอกประยุทธ์-5 รมต. แม้ชนะเสียงโหวตในสภาฯ แต่หากแจงไม่ได้ เคลียร์ข้อกล่าวหาฝ่ายค้านไม่หลุด ก็ใช่ว่าจะชนะใจประชาชนได้.

 

                                                        ทีมข่าวการเมือง

///////

ดึงโปรย..

"ศึกนี้แม้ระฆังยังไม่ทันเริ่มนับยก แต่ก็เห็นชัดว่าฝ่ายค้านหวังไล่ถลุงให้บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม หากไม่คางเหลืองกลางสภาฯ ก็ต้องถึงขั้นให้น้ำเกลือกันที่ห้องรับรองวีไอพีของนายกฯ และพลเอกประวิตรที่รัฐสภา"


เมื่อวาน.....ผมหยิบข้อความที่ "ธนาธร" ประกาศกลางม็อบล้มเจ้าที่ท้องสนามหลวง เมื่อคืน ๑๙ กันยามาให้อ่านคงจำกันได้ ที่ว่า "วันนี้...เปิดประตูบานแรก" "วันนี้...เดินก้าวแรกไปด้วยกัน" นั่นน่ะ!

ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'