สธ.ประชุมติวเข้มทีมสอบสวนโรคทั่วประเทศสู้'โคโรนา'


เพิ่มเพื่อน    

3 ก.พ. 63 – ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  พร้อมนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค  เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019   โดยมีแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ระบาดวิทยา ทั่วประเทศเข้าร่วมประมาณ 500 คน

นายอนุทิน กล่าวว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เริ่มต้นการระบาดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา และมีการติดเชื้อไปในหลายประเทศ  สำหรับประเทศไทยได้จัดระบบการเฝ้าระวังโรค ทั้งในด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สถานพยาบาลรัฐ/เอกชน และในชุมชน ซึ่งมาตรการที่เข้มข้นของประเทศไทยทำให้เราเป็นประเทศแรกที่ตรวจพบผู้ป่วยยืนยันนอกราชอาณาจักรสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563) ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน 19 ราย เป็นคนจีน 17 ราย และคนไทย 2 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต  

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ในที่ 30 มกราคม 2563 เพื่อป้องกันหรือลดการแพร่ระบาดข้ามพรมแดน ซึ่งกรมควบคุมโรคได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือการระบาดตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2563 และประเทศไทยได้ประกาศยกระดับสถานการณ์โรคดังกล่าว เป็นระดับ 3 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างเต็มที่ 

ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมควบคุมโรค ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงาน  และเตรียมความพร้อมรับมือการระบาดของทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตรายและหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคในระดับจังหวัด ทั่วประเทศ โดยการเพิ่มความเข้มแข็งในการตรวจจับโรค วินิจฉัย ดูแลรักษา และควบคุมโรคในพื้นที่

นอกจากการเตรียมความพร้อมของทีมสอบสวนโรคฯ ในครั้งนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน คือ การสื่อสารทำความเข้าใจ ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ทุกคน ให้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ มาตรการที่ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะต้องสามารถป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อเมื่อดูแลผู้ป่วยได้  ส่วนประชาชนต้องสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความรอบรู้ในการป้องกันตนเองและครอบครัวไม่ให้มีการติดเชื้อได้ โดยมาตรการที่สำคัญ คือ การสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น ปฏิบัติตามคำแนะนำ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงไปในสถานที่แออัด  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422.


เมื่อวาน (๗ เม.ย.๖๓)พอเดวิดเจียงสา'สุข "นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน" โฆษกโควิด แถลงว่าวันนี้ป่วยเพิ่มแค่ ๓๘ ราย"นายกฯ ลุงตู่" เงี้ย......ยิ้มมุมปากเป็นพระเอก "ชีพ ชูชัย" ไปเลย!

"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"
เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค