กองทัพสะดุ้ง แต่'ทรัมป์'ไม่สะทกสะท้าน ปินส์ยุติร่วมมือทางทหาร


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนกรานไม่นำพาการตัดสินใจของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ที่จะยกเลิกข้อตกลงการวางกำลังทหารสหรัฐในฟิลิปปินส์ บอกดีเสียอีกช่วยประหยัดเงิน แต่ผู้บัญชาการกองกำลังอินโด-แปซิฟิกเตือน การยุติข้อตกลงฉบับนี้จะกระทบการต่อสู้ผู้ก่อการร้ายและการต้านทานการแผ่อิทธิพลทางทหารของจีน

    ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ของฟิลิปปินส์ประกาศไว้เมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลของเขาจะยกเลิกความตกลงกองกำลังผู้มาเยือน (วีเอฟเอ) ที่มีอายุเก่าแก่ 2 ทศวรรษ และได้แจ้งให้รัฐบาลสหรัฐทราบล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 180 วัน หลังคำประกาศนี้ สถานทูตสหรัฐประจำกรุงมะนิลากล่าวว่า การตัดสินใจของฟิลิปปินส์เป็นก้าวย่างที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหม มาร์ก เอสเปอร์ ของสหรัฐกล่าวว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย

    การตัดสินใจของดูเตร์เตมีชนวนเหตุจากความไม่พอใจที่รัฐสภาสหรัฐวิจารณ์การทำสงครามยาเสพติดของฟิลิปปินส์ ที่นำไปสู่การเพิกถอนวีซ่าอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นพันธมิตรของดูเตร์เต

    ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ ว่าสหรัฐจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้ดูเตร์เตเปลี่ยนใจหรือไม่ ทรัมป์บอกว่า หากฟิลิปปินส์อยากยกเลิก ตัวเขาก็ไม่มีปัญหา สหรัฐจะประหยัดเงินได้มากโข "มุมมองของผมแตกต่างจากคนอื่นๆ" ทรัมป์กล่าว แต่ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังยืนยันว่า เขามีมิตรภาพที่ดีมากๆ กับผู้นำฟิลิปปินส์ และคุยด้วยว่า สหรัฐเคยช่วยเหลือฟิลิปปินส์โค่นล้มพวกนักรบกลุ่มรัฐอิสลาม

    ที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงความประสงค์มาตลอดว่า เขาต้องการถอนกำลังพลสหรัฐที่วางกำลังในหลายประเทศมายาวนานนับสิบๆ ปี  และมักกดดันชาติพันธมิตรบางชาติให้ออกค่าใช้จ่ายมากขึ้นแลกกับการคุ้มครองของสหรัฐ

    อย่างไรก็ดี การยกเลิกความตกลงปี 2541 ฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางทหารของสหรัฐในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในช่วงยามที่สหรัฐและชาติพันธมิตรพยายามกดดันให้จีนปฏิบัติตาม "กฎกติการะหว่างประเทศ" ในภูมิภาคนี้ และ ส.ว.ฟิลิปปินส์บางคนรีบขัดขวางการดำเนินการของรัฐบาล โดยโต้แย้งว่าดูเตร์เตไม่มีสิทธิตัดสินใจเองโดยฝ่ายเดียว ที่จะล้มเลิกความตกลงระหว่างประเทศที่ผ่านการให้สัตยาบันของวุฒิสภา

    พลเรือเอกฟิลิป เดวิดสัน ผู้บัญชาการกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐ ก็ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกวีเอฟเอนี้เช่นกัน โดยแสดงความหวังว่าประธานาธิบดีฟิลิปปินส์จะคิดทบทวน

    "ฟิลิปปินส์แจ้งล่วงหน้า 180 วัน ฉะนั้น เราจึงมีเวลาสำหรับการดำเนินการทางการทูต" นายทหารสหรัฐผู้นี้กล่าวสุนทรพจน์ที่นครซิดนีย์ของออสเตรเลียเมื่อวันพฤหัสบดี "ผมหวังว่าเราจะประสบผลสำเร็จ"

    ฝ่ายทหารของสหรัฐและสมาชิกรัฐสภาบางส่วนของฟิลิปปินส์กังวลว่า หากวีเอฟเอถูกยกเลิกไป ก็จะส่งผลสะเทือนต่อเนื่องถึงข้อตกลงความเป็นพันธมิตรยาวนานระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐ ทั้งความตกลงเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ปี 2557 ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา และสนธิสัญญาการป้องกันประเทศร่วมกัน ปี 2494

    พลเรือเอกเดวิดสันเตือนว่า การยกเลิกวีเอฟเอจะกระทบต่อขีดความสามารถของสหรัฐในการช่วยเหลือฟิลิปปินส์และกองทัพฟิลิปปินส์ต่อสู้กับพวกนักรบหัวรุนแรงในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ทั้งด้านการฝึกและการปฏิบัติการ

    การสับเปลี่ยนกำลังพลของสหรัฐในฟิลิปปินส์และการฝึกทหารร่วมกันตามปกติ ยังถูกมองว่าเป็นกำแพงขวางกั้นการแผ่อิทธิพลทางทหารของจีนด้วย ในสุนทรพจน์ที่ซิดนีย์ เดวิดสันยังยกย่องอินโดนีเซียที่พยายามผลักดันจีนออกจากน่านน้ำ และเรียกร้องให้มีความร่วมมือกันมากขึ้นระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้.


เมื่อคืนเป็นไงครับ? ได้ดูกันเปล่า......... ประชุมรัฐสภาในนัด "แก้รัฐธรรมนูญ" เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั่นน่ะ

'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!