เกิดอะไรขึ้น!'ดร.เสรี'เริ่มสิ้นหวังกับการเมืองแล้ว อยากถอนตัว


เพิ่มเพื่อน    

16 ก.พ.63- ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าเริ่มสิ้นหวังกับการเมืองแล้ว ตั้งใจใช้ความรู้และทักษะที่เรียนมาทำหน้าที่พลเมืองดี ให้ประเทศไทยมีนักการเมืองที่เก่งและดีได้เป็นรัฐบาลที่ดีบริหารบ้านเมือง แต่ทำไมทุกพรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่จึงต้องพึ่งพาคนที่เราไม่มั่นใจในความดี

คนเก่งนั้นหาไม่ง่าย แต่คนที่เก่งและดีนั้นหายาก และคนที่เก่งและดีที่ยินยอมเข้ามาทำงานการเมืองนั้น หายากยิ่งกว่า เพราะวัฒนธรรมการเมืองของไทยเวลานี้ มันทำให้คนเก่งและดีจำนวนมากไม่ปรารถนาเข้ามาเกลือกกลั้วให้เปลืองตังค์

มันเป็นการเมืองที่ต้องลงทุน จึงต้องมีนายทุนครอบงำพรรคการเมืองที่พร้อมจะเข้ามาลงทุน ใช้เงินกันเป็นพันๆล้าน ในที่สุดก็หนีไม่พ้นต้องหาทางที่นายทุนที่เป็นเหมือนเจ้าของพรรค หรือ ATM ของพรรคจะต้องถอนทุน หากินจากโครงการต่างๆ

ประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงจำนวนหนึ่ง ไม่สนใจเรื่องจริยธรรม หรือหลักธรรมาภิบาลใดๆทั้งสิ้น สนใจแต่ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากนโยบายของพรรคการเมือง พรรคไหนให้ประโยชน์มาก ก็จะเลือกพรรคนั้น ไม่สนใจว่าแกนนำของพรรคที่เป็นเจ้าของนโยบายจะเป็นคนดีหรือคนเลว สร้างความเสียหายให่บ้านเมืองอย่างไร ทำให้พรรคการเมืองบางพรรคใช้นโยบายประชานิยมสร้างคะแนนนิยมให้พรรคของตน

ส.ส. บางคนเมื่อเป็นฝ่ายค้าน ก็ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ทำตัวเป็นฝ่ายแค้น ที่แค้นจนคลั่ง คอยแซะ แขวะ สำรากด่าคนในพรรคที่ได้เป็นรัฐบาลอย่างสาดเสียเทเสีย มีอาการสติแตก ชอบชกใต้เข็มขัด สร้างวาทกรรม ปล่อยข่าวลวง บิดเบือนความจริง จนคนเก่งและดี ไม่ต้องการเปลืองตัวลงมาทำงานการเมืองให้รักการเมืองปากเน่าปากหนอนก่นด่าด้อยถ้อยคำที่ต่ำทราม และปั้นนำเป็นตัวอย่างไม่มีความละอาย

มองไปแต่ละพรรคทั้งเก่าและใหม่ สิ้นหวังจริงๆ ทำไมเราจึงหนีคนสีเทา คนที่ตรรกะวิบัติ คนที่มีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง นายทุนที่ตั้งใตทำการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ไม่พ้นเสียทีนะ

เหนื่อยแล้วนะ อยากถอนตัวจากการข้องแวะกับการเมืองทุกรูปแบบแล้วนะ ช่วยกันคิดหน่อยเถอะ จะทำอย่างไรให้การเมืองบ้านเรามีการเมืองที่ดีกว่านี้ ให้พวกเราเต็มใจ มีกำลังใจทำงานการเมืองภาคประชาชนต่อไปอย่างมีความสุข ช่วยกันคิด ช่วยกันทำนะคะ.


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"