เฝ้าระวังโควิค-19


เพิ่มเพื่อน    

 

       ตามที่มีรายงานข่าวเรื่องเรือสำราญ “Westerdam” ได้ทำการเทียบท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา และตรวจพบผู้เดินทางนักท่องเที่ยวสงสัยติดเชื้อโควิค-19 จำนวน 20 ราย และทางการมาเลเซียตรวจพบผู้เดินทางมาจากเรือลำดังกล่าวซึ่งมีอาการผิดปกติ และได้รับการตรวจวินิจฉัย ต่อมาพบว่าเป็นโควิค-19 นั้น

                จากเดิมที่มีข่าวว่าเรือลำดังกล่าวถูกปฏิเสธการจอดเทียบท่าจากประเทศไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ได้จอดเทียบท่าที่กัมพูชาแล้ว พร้อมผู้โดยสาร 1,455 คน ซึ่งมีคนไทยอยู่ด้วย และผู้โดยสารจากเรือลำดังกล่าวได้เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย

                ล่าสุดเว็บไซต์ Malaysiakini.com รายงาน หญิงชาวอเมริกันวัย 83 ปี ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเธออยู่ในเรือสำราญ Westerdam สัญชาติเนเธอร์แลนด์ ที่ถูกปฏิเสธไม่ให้จอดเทียบท่า ทั้งที่ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และไทย จากนั้นรัฐบาลกัมพูชาอนุญาตให้เข้าเทียบท่าในกัมพูชาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกัมพูชารายงานว่า ไม่มีผู้โดยสารคนใดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากมีการสุ่มตรวจผู้โดยสารจำนวน 20 คนบนเรือลำดังกล่าว ก่อนที่จะอนุญาตให้ขึ้นฝั่ง 

                อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจจากสถาบันเพื่อการวิจัยทางการแพทย์ (the Institute for Medical Research : IMR) กลับพบว่า มีผู้โดยสารคนหนึ่งติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นหญิงอายุ 83 ปี เป็นหนึ่งใน 145 คนที่บินจากกรุงพนมเปญของกัมพูชา ไปยังประเทศมาเลเซีย และสามีของเธออายุ 85 ปี ก็มีอาการคล้ายกันด้วย

                ขณะที่ประเทศไทยได้มีการวางมาตรการป้องกันโควิค-19 โดย ”ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม ได้มีการประสานงานของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ทาง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ร่วมกับด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต ทำการเพิ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสารในเที่ยวบินที่มาจากประเทศกัมพูชา (Entry Screening)

                โดยเฉพาะได้จัดหลุมจอดอากาศยานเฉพาะให้กับอากาศยานที่เดินทางมาจากประเทศกัมพูชา ตั้งแต่เวลา  00.00 น. ของวันที่ 14-21 กุมภาพันธ์ 63 เพื่อทำการคัดกรองผู้โดยสารทุกรายให้ผ่านจุดคัดกรองอุณหภูมิ ณ ท่าอากาศยานที่ได้กำหนดไว้ เช่นเดียวกับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศจีน

                นอกจากนี้ ในส่วนของเที่ยวบิน TG 585 ซึ่งเดินทางจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และมีผู้โดยสารที่เดินทางมากับเรือสำราญ Westerdam จำนวน 27 รายนั้น ทอท.ได้ประสานงานหน่วยงานต่างๆ ทำการคัดกรองผู้โดยสารดังกล่าวแล้ว และไม่พบผู้โดยสารมีไข้หรือมีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ดังนั้นจึงได้อนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางต่อได้ รวมทั้งให้คำแนะนำ และแจก Health Beware Card เพื่อการดูแลตนเองต่อไป

                สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิได้มีเที่ยวบินที่เดินทางจากประเทศกัมพูชา 19 เที่ยวบินต่อวัน ส่วนสนามบินดอนเมืองมีเที่ยวบินที่เดินทางมาจากประเทศกัมพูชา 7 เที่ยวบินต่อวัน และสนามบินภูเก็ตได้มีเที่ยวบินที่เดินทางจากประเทศกัมพูชา 1 เที่ยวบินต่อวัน สำหรับสนามบินเชียงใหม่ สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ไม่มีเที่ยวบินที่เดินทางมาจากประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด

                ขณะที่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้สั่งการยกระดับมาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานในสังกัดทั้ง 28 แห่ง ยืนยันความปลอดภัยผู้โดยสารเป็นอันดับแรก ตามที่มีรายงานข่าวพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิค-19 จากเรือสำราญ Westerdarm ที่เทียบท่าเรือนั้น ทางกรมท่าอากาศยานได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการคัดกรองผู้โดยสาร

                โดยมีการเพิ่มจุดคัดกรองผู้โดยสาร โดยร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานสาธาณสุขจังหวัด โรงพยาบาลในพื้นที่ หน่วยควบคุมโรค ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแล และคัดกรองผู้โดยสารอย่างทั่วถึง โดยการติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกน และเพิ่มจุดคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ โดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือ (Hand Held Thermometer) วัดอุณหภูมิผู้โดยสาร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ทั้งการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ รวมถึงบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะ มาประจำที่ท่าอากาศยาน

                เมื่อดูจากมาตรการของ ทอท., ทย. และด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค จะมีทำการประเมินสถานการณ์เป็นประจำทุกวัน หากมีความจำเป็นในการยกระดับมาตรการ ก็จะแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบกันอย่างทั่วถึง จึงไม่ต้องกังวลว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปล่อยปะละเลยกับสถานการณ์โควิค-19 ที่เกิดขึ้นขณะนี้.

กัลยา ยืนยง


โลกนี้..... อยู่ยากขึ้นทุกวัน เห็นคลิประเบิดท่าเรือที่เลบานอน หลายคนคงคิดเหมือนกัน ณ ช่วงเวลาเช่นนี้ ไม่มีที่ไหนในโลก ปลอดภัย และน่าอยู่กว่าประเทศไทยอีกแล้ว

'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง