สนามบินคัดกรองเข้มญี่ปุ่น-สิงคโปร์


เพิ่มเพื่อน    

  สธ.แถลงผู้ป่วยโควิด-19 หายแล้ว 17 คน ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 18 คน ยอดผู้ป่วยสะสมคงเดิม 35 คน ขณะที่ สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองยกระดับคัดกรองผู้โดยสารญี่ปุ่น-สิงคโปร์เทียบเท่าจีน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ของจีนสังเวยโควิด-19 เป็นรายที่ 7 แล้ว

    นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า วันที่ 18 ก.พ. มีผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หายดี กลับบ้านได้อีก 2 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันโรคทรวงอก และโรงพยาบาลราชวิถี ทำให้ขณะนี้มีผู้ป่วยหายป่วย แพทย์ให้กลับบ้านได้ รวมเป็น 17 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ 18 ราย และยังไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเติม คงยอดเดิม 35 คน  
     สำหรับผู้โดยสารเรือสำราญเวสเตอร์ดัมที่เข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 14 ก.พ. ก่อนที่ทางการไทยจะสั่งยกเลิกเข้าประเทศมีทั้งสิ้น 95 คน โดยส่วนใหญ่ได้ต่อเครื่องไปต่างประเทศทั้งหมดแล้ว ที่เข้ามาในประเทศมีเพียง 4 คน เป็นคนไทย 2 คน ต่างชาติ 2 คน ทุกคนได้รับการตรวจด้วยเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค เก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลเป็นลบทุกคน และยังมีการติดตามอยู่ต่อเนื่อง 14 วัน ส่วนผลการหารือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงการต่างประเทศและการท่าอากาศยานไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วันที่ 17ก.พ. มีมติตรงกันว่าไม่รับเครื่องบินเช่าเหมาลำ(charter flight ) ที่รับผู้โดยสารจากเรือสำราญลำนี้ จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์
    นพ.ธนรักษ์กล่าวต่อว่า ส่วนคนไทยกลับบ้านที่ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมแล้วสำหรับการเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากคนไทย 137 คนที่พักในอาคารรับรองส่งตรวจซ้ำ ทราบผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในช่วงค่ำของวันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ทั้งนี้มี 2 ปัจจัยที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มการคัดกรองที่เข้มข้นยังประเทศนั้นๆ คือ 1.จำนวนผู้ติดเชื้อที่ประเทศต้นทาง และ 2.จำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศไทย
    นพ.ธนรักษ์ย้ำว่า แม้การติดเชื้อในประเทศไทยยังคงมีระดับต่ำ แต่แนะนำให้ทุกคนไม่ควรประมาท เมื่อเข้าสู่สถานที่มีคนแออัด ต้องสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ หรือใช้เจลล้างมือ
    วันเดียวกัน น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยอมรับว่าขณะนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยกระดับการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์เข้มมากขึ้น หลังจาก 2 ประเทศมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการยกระดับการคัดกรองฯ อยู่ระดับเทียบเท่าผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศจีน 
    อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดแยกเครื่องบินเพื่อเป็นจุดจอดอากาศยานมาถึง โดยจะใช้อาคารเทียบเครื่องบิน FEC เช่นเดียวกับผู้โดยสารเดินทางมาจากประเทศจีน รวมทั้งการเดินทางมาถึงจะมีจุดคัดกรองตรวจเช็กอุณหภูมิ 2 ขั้นตอน คือ บริเวณทางเข้า หรือ Gate ของอาคารเทียบเครื่องบินและจุดผ่านตรวจคนเข้าเมือง หากพบผู้โดยสารมีแนวโน้มติดเชื้อจะคัดแยกส่งตัวให้แก่โรงพยาบาลบำราศนราดูร
    ร.ท.สัมพันธ์ ขุทรานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า มีการยกระดับตรวจเข้มของผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงจากประเทศต้นทางที่มีการระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมาท่าอากาศยานดอนเมืองมีการแยกอาคารเทียบเครื่องบินรองรับเที่ยวบินจากประเทศจีนและกัมพูชาให้มาเทียบเครื่องบินที่อาคารหมายเลข 6 มีลักษณะพื้นที่แยกออกไปเป็นสัดส่วนง่ายต่อการคัดกรองผู้โดยสารและหลังจากสถานการณ์การะบาดของโรคเพิ่มขึ้นหลายประเทศ ขณะนี้จะมีการเพิ่มเที่ยวบินที่เดินทางมาจากฮ่องกง สิงคโปร์และญี่ปุ่นมาเทียบเครื่องบินที่อาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 6 เช่นเดียวกัน
    อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 6 จะรองรับเที่ยวบินได้ประมาณ 50 เที่ยวบินต่อวัน ดังนั้น หากมีเที่ยวบินมาใช้อาคารหมายเลข 6 มากขึ้นกว่าวันละ 50 เที่ยวบิน ดอนเมืองอาจจำเป็นต้องปรับแผน โดยการใช้มาตรการประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเจ้าหน้าที่และเทอร์โมสแกน เพื่อตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงตรงหน้า Gate ของอาคารเทียบเครื่องบินทุกอาคาร อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ยอมรับว่าจะดำเนินการได้ต้องมีความพร้อมได้รับเครื่องเทอร์โมสแกนและเจ้าหน้าที่เพิ่ม 
    นอกจากนี้ ขณะนี้ท่าอากาศยานดอนเมืองยอมรับว่าจะมีการนำมาตรการชะลอผู้โดยสารที่เดินทางมาถึง สำหรับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานก็ชะลอเดินเข้าอาคารผู้โดยสารเพื่อทำการคัดกรอง โดยให้ผู้โดยสารจากเที่ยวบินอื่นเดินทางไปก่อน อาจทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกบ้าง แต่เป็นมาตรการที่จำเป็นต้องนำมาใช้อย่างเร่งด่วน
    ด้านนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากรายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 บนเรือ Westerdam นั้น กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ห้ามผู้โดยสารชาวต่างชาติบนเรือสำราญลำดังกล่าวเดินทางเข้าประเทศไทยโดยเด็ดขาด จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา 
    ทั้งนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้สั่งการให้หน่วยงานด้านการขนส่งทางอากาศ ภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม จัดเตรียมมาตรการรับมือการเดินทางของผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางมากับเรือสำราญเวสเตอร์ดัมและต้องการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย
    สำหรับการบินไทยมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นมาตรการที่มีมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับมาตรการขององค์การอนามัยโลก (WHO) สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยกรณีผู้โดยสารจากเรือเวสเตอร์ดัมนี้ การบินไทยได้เพิ่มมาตรการคัดกรองบนเที่ยวบินในเส้นทางพนมเปญ-กรุงเทพฯ ตั้งแต่บัดนี้-29 กุมภาพันธ์ 2563 ดังนี้ 
    1.จัดทีมพิเศษเดินทางไป-กลับ ในเที่ยวบินเส้นทางพนมเปญ-กรุงเทพฯ เพื่อสังเกต ประเมินอาการ และคัดกรองผู้โดยสารบนเที่ยวบิน 
    2.ปฏิเสธการเดินทาง หากพบว่าผู้โดยสารท่านใดมีความเสี่ยงที่จะเป็นพาหะนำโรค 
    3.จัดที่นั่งเฉพาะบนเครื่องบินให้ผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางมาจากเรือเวสเตอร์ดัม (ถ้ามี) โดยให้นั่งแยกจากผู้โดยสารอื่น 
    4.หลังจากเดินทางกลับมาถึงสถานีปลายทาง จะทำการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในอากาศยาน ทั้งในบริเวณห้องโดยสาร ห้องนักบิน และทำความสะอาดแบบ Deep Cleaning 36 จุดสัมผัสร่วม
    ทั้งนี้ ขอให้ผู้โดยสารมั่นใจในมาตรการของการบินไทยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งการบินไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้องขอขอบคุณหน่วยเกี่ยวข้องที่ได้มีการประสานงานข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาทิ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
    ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ยังคงปกป้องการตัดสินใจของรัฐบาลกัมพูชาที่อนุญาตให้เรือสำราญเวสเตอร์ดัมของสหรัฐเทียบท่ากัมพูชาเพื่อถ่ายโอนผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินออกจากประเทศ แต่ภายหลังถูกมาเลเซียตรวจพบว่าผู้โดยสารคนหนึ่งซึ่งเป็นหญิงชาวอเมริกันอายุ 93 ปี ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 
    ในการปราศรัยเมื่อวันอังคาร นายกฯ ฮุน เซน กล่าวว่า คนบางคนบอกว่าเรือนี้นำไวรัสเข้ามากัมพูชา แต่เขายืนยันว่ากัมพูชาไม่มีประชาชนป่วยเป็นโรคนี้
    ทั้งนี้ กัมพูชามีผู้ติดเชื้อไวรัสที่ยืนยันแล้วเพียง 1 ราย แต่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งหายดีแล้ว
    คำกล่าวของนายกฯ ฮุน เซน มีออกมาในช่วงยามที่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามติดตามตรวจสอบผู้คนหลายร้อยคนที่สัมผัสใกล้ชิดหญิงชาวอเมริกันรายนี้ ซึ่งกำลังรับการรักษาอยู่ที่มาเลเซีย ในขณะที่ผู้โดยสารราว 233 คน กับลูกเรืออีก 747 คนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือระหว่างรอผลการตรวจเพิ่มเติม ลอร์เรน โอลิเวียรา ผู้โดยสารบนเรือ กล่าวกับเอเอฟพีว่า พวกเธอกังวลว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปหากผลตรวจพบว่ามีคนติดเชื้อไวรัส
    ด้านบริษัท ฮอลแลนด์ อเมริกา กล่าวว่า ผลตรวจผู้โดยสาร 406 คนที่พักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญนั้นออกมาเป็นลบ และพวกเขาสามารถเดินทางกลับประเทศได้ ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางไปถึงสหรัฐแล้วก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐ (ซีดีซี) กำลังติดตามสำรวจผู้ที่อาจสัมผัสใกล้ชิดหญิงอเมริกันที่ติดเชื้อ
    ฮุน เซน เปิดเผยด้วยว่า ผู้โดยสาร 300 คนจะเดินทางจากพนมเปญต่อไปยังนครดูไบ และอีก 100 คนจะขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำไปญี่ปุ่น 
    เจ้าหน้าที่ยังกำลังจัดเตรียมเที่ยวบินอีกเที่ยวหนึ่งสำหรับผู้โดยสารตกค้างอยู่ที่จังหวัดพระสีหนุ แต่ฮุน เซน ไม่ได้บอกว่าคนกลุ่มนี้มีจุดหมายที่ใด
    ด้านสถานการณ์ในจีน มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 98 รายเมื่อวันจันทร์ ยอดรวมเพิ่มเป็น 1,868 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลหูเป่ย์และเมืองอู่ฮั่น และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,886 ราย ลดลงจากวันก่อนหน้านั้น ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดเกือบ 72,500 ราย
    มีรายงานด้วยว่า บุคลากรทางการแพทย์ของจีนสังเวยโควิด-19 เป็นรายที่ 7 เมื่อวันอังคาร โดยเจ้าหน้าที่ผู้นี้คือหลิว จือหมิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอู๋ชางในเมืองอู่ฮั่น 
    ภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ มีรายงานผู้ติดเชื้อราว 900 รายภายใน 25 ประเทศทั่วโลก แต่มีผู้เสียชีวิตเพียง 5 ราย ที่ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และฮ่องกง ผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่ที่สุดอยู่บนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสที่ถูกกักกันนอกชายฝั่งโยโกฮามาของญี่ปุ่น โดยตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 88 รายเมื่อวันอังคาร จำนวนรวมผู้ติดเชื้อบนเรือลำนี้อยู่ที่ 542 ราย วันพุธนี้ทางการญี่ปุ่นจะอนุญาตให้ผู้โดยสารราว 500 คนที่ไม่ติดเชื้อลงจากเรือได้. 
 


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก