สธ.ติดดาบคุม‘โควิด-19’ อิหร่านแพร่เชื้อทั่วภูมิภาค


เพิ่มเพื่อน    

 ประกาศแล้วโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 "อนุทิน" ชี้เพิ่มอำนาจทางกฎหมายให้บุคลากรทางแพทย์คัดกรอง-ป้องกันแพร่กระจายเชื้อโรค จัดหนักต่างชาติปฏิเสธการรักษาเจอคุก ระบุไทยยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3 ขณะที่เกาหลีใต้ยอดติดเชื้อพุ่งเกิน 800 อิหร่านอ่วมกลายเป็นศูนย์กลางแพร่เชื้อในภูมิภาคอ่าวและเอเชียกลาง

    เมื่อวันจันทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2563 ระบุว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 ยังไม่พบการระบาดในประเทศ แต่แนวโน้มการระบาดในประเทศต่างๆ มีมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการระบาดของประเทศไทย   ในวันนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 ให้เพิ่มโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease  2019 : COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ลำดับที่ 14 เพื่อให้สามารถใช้ข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค สามารถควบคุมโรคได้มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม 
    โดยจะทำให้สามารถค้นหาผู้ป่วย สอบสวนและควบคุมโรคได้เร็ว โดยเจ้าบ้าน/ผู้ควบคุมดูแลบ้าน/ แพทย์ผู้ทำการรักษาที่บ้าน/ผู้รับผิดชอบในสถานพยาบาล/ผู้ทำการชันสูตร/ผู้รับผิดชอบสถานที่ชันสูตร  และเจ้าของ/ผู้ควบคุมสถานประกอบการหรือสถานที่อื่นใด ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ภายใน 3 ชั่วโมง 
    รวมทั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจะมีอำนาจในการดำเนินการหรือออกคำสั่ง เช่น ให้ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุสงสัยว่าเป็นโรคมารับการตรวจชันสูตร แยกกัก กักกัน คุมไว้สังเกต และกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ผู้ว่าราชการจังหวัด/กทม. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. มีอำนาจสั่งปิดตลาด สถานที่ประกอบการ โรงงาน สถานที่ชุมนุมชน โรงมหรสพ สถานศึกษา หรือสถานที่อื่นใดเป็นการชั่วคราว และสั่งให้ผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรหยุดประกอบอาชีพเป็นการชั่วคราว
    "ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก การประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตรายครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าไทยควบคุมโรคไม่ได้จนเข้าสู่ระยะที่ 3 แต่มาตรการที่เราทำอยู่เป็นการทำงานเชิงรุก ล่วงหน้ามากกว่าสถานการณ์จริงไปอีกขั้นหนึ่ง ที่สำคัญจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าควบคุมโรคได้ทันท่วงที ซึ่งจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายในวงกว้างเช่นที่เกิดในบางประเทศ" นายอนุทินกล่าว
    ด้านศาสตราจารย์พิเศษ นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค ระบุว่า ที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีชาวต่างชาติปฏิเสธเข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาล หลังเจ้าหน้าที่พบเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ซึ่งหากเกิดกรณีเช่นนี้อีกจะใช้กฎหมายดำเนินการได้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ปฏิเสธการรักษา แพร่เชื้อสู่บุคคลอื่นได้ โดยตามมาตรา 34 (1) ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2558 กำหนดให้ผู้ที่เป็น หรือมีเหตุสงสัยเป็นโรคติดต่ออันตราย ต้องมารับการตรวจและรักษา หากไม่ยินยอมจะมีโทษทั้งจำและปรับ
    ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระดับโลก ล่าสุดรายงานของเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ระบุว่า รัฐบาลคูเวตและบาห์เรนยืนยันพบผู้ติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ในประเทศอ่าวอาหรับทั้งสองประเทศเป็นครั้งแรก โดยคูเวตพบผู้ติดเชื้อ 3 ราย บาห์เรนพบ 1 ราย ทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางมาจากอิหร่าน
     กระทรวงสาธารณสุขคูเวตเปิดเผยว่า การตรวจสอบกลุ่มคนที่เดินทางมาจากเมืองมาชาดของอิหร่าน พบ 3 คนติดไวรัสโคโรนา โดยรายหนึ่งเป็นชายชาวคูเวตอายุ 53 ปี อีกรายเป็นชาวซาอุดีอาระเบียอายุ 61 ปี และชาวอาหรับไร้รัฐอายุ 21 ปี ส่วนกระทรวงสาธารณสุขบาห์เรนรายงานวันเดียวกันว่า  มีพลเมืองคนหนึ่งที่เดินทางมาจากอิหร่านเริ่มแสดงอาการป่วย เขาถูกเคลื่อนย้ายไปศูนย์การแพทย์เพื่อตรวจสอบทันทีและพบว่าติดเชื้อโควิด-19
     ด้านอิรัก ประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านที่ระบบสาธารณสุขเสื่อมโทรมอย่างมาก ยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศแล้ว เป็นชาวอิหร่านสูงวัยในเมืองนาจาฟ ภาคใต้ของอิรัก ชาวอิหร่านคนนี้เดินทางเข้าอิรักก่อนที่รัฐบาลจะมีคำสั่งปิดพรมแดนฝั่งอิหร่านห้ามการเดินทางเข้าออก ก่อนหน้านี้รัฐบาลอิรักยังได้ห้ามพลเมืองจีนเข้าประเทศ แม้ว่าจะมีบริษัทน้ำมันของจีนอยู่ในประเทศหลายแห่ง และยังปิดจุดผ่านแดนฝั่งคูเวตทันทีที่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อที่นั่น
     อัฟกานิสถานก็ตรวจเจอผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศเช่นกัน กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า คนไข้จากเมืองเฮรัตรายนี้เพิ่งเดินทางกลับจากอิหร่าน และขอร้องประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่จังหวัดเฮรัต ซึ่งอยู่ภาคตะวันตกของประเทศและมีพรมแดนติดกับอิหร่าน
     อิหร่านเพิ่งประกาศพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว และทำให้ประเทศเพื่อนบ้านรีบใช้มาตรการควบคุม เช่นคูเวตห้ามเรือทุกลำจากอิหร่านเทียบท่า และระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกไปอิหร่านด้วย ส่วนปากีสถานซึ่งมีพรมแดนติดกับอิหร่าน รัฐบาลสั่งปิดจุดผ่านแดนแล้ว และเมื่อวันจันทร์เจ้าหน้าที่ประกาศว่าได้เริ่มกักกันโรคประชาชนอย่างน้อย 200 คนที่อยู่ใกล้กับชายแดนอิหร่าน
     เมื่อวันจันทร์ อิหร่านยืนยันว่าผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 12 คนแล้ว โดยมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย ส่วนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 47 ราย รัฐบาลอิหร่านให้คำมั่นว่าจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดในประเทศอย่างโปร่งใส หลังจาก ส.ส.ในจังหวัดกุมซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาด กล่าวหาว่ารัฐบาลปกปิดสถานการณ์ที่แท้จริงในเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ คำแถลงของรัฐบาลยังปฏิเสธข่าวลือที่ว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในเมืองกุมของอิหร่านสูงถึง 50 ศพ 
     ส่วนสถานการณ์ภายในจีนนั้น คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 150 คน เกือบทั้งหมดเว้นเพียง 1 คนอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,592 คน  ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มี 409 คนลดลงจากวันก่อน ยอดรวมผู้ติดเชื้อมีมากกว่า 77,000 คน
     เกาหลีใต้เป็นประเทศที่สถานการณ์รุนแรงที่สุดรองจากจีน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี (เคซีดีซี) รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 รายเมื่อวันจันทร์ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 7 ราย นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มถึง 231 คนในวันเดียว ยอดผู้ติดเชื้อรวมเป็น 833 ราย 
     สถานการณ์แพร่ระบาดที่ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศเตือนขั้นสูงสุดเมื่อวันอาทิตย์ ยังทำให้เกาหลีใต้ประกาศเลื่อนการเปิดการแข่งขันฟุตบอลเคลีกฤดูกาลใหม่ กีฬาชนิดอื่นทั้งวอลเลย์บอล,  บาสเกตบอล และแฮนด์บอลก็เลื่อนการแข่งขันเช่นกัน แม้แต่วงบอยแบนด์ชื่อดัง "บีทีเอส" ยังจัดโปรโมตอัลบั้มใหม่ในฮอลโล่งๆ แล้วใช้วิธีสตรีมถ่ายทอดสดทางยูทูบแทน
     ทางการญี่ปุ่นตรวจพบเจ้าหน้าที่กักกันโรคที่ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่บนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซส ติดเชื้อไวรัสเพิ่มอีก 2 คน ยอดรวมเป็น 6 คนแล้ว ประเทศอิตาลีซึ่งเป็นชาติแรกในยุโรปที่มีผู้เสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 รายเมื่อวันจันทร์ ยอดรวมเป็น 5 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อในอิตาลีขณะนี้เพิ่มเป็น 219 ราย มากที่สุดในยุโรป.


ส.ส.เพื่อไทย "กรีดเลือดในสภา" ประกอบฉากไล่ให้นายกฯ ลาออกเย็นวาน (๒๗ ต.ค.๖๓) นั้นไม่น่าเจ็บตัวเปล่านะ!เพราะฉากนั้น "ยึดพื้นที่ข่าว" ได้แน่ 

นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์