กบฏเยเมนเหิมหนัก ซัลโวมิสไซล์ 7 ลูกถล่มซาอุฯ สังเวย 1 ศพ


เพิ่มเพื่อน    

กบฏฮูตีในเยเมนยิงมิสไซล์ 7 ลูกถล่มกรุงริยาดและอีกหลายเมืองเมื่อวันอาทิตย์ กองทัพซาอุดีอาระเบียสามารถยิงสกัดได้ทั้งหมด แต่สะเก็ดจรวดที่ตกใส่กรุงริยาดคร่าชีวิตพลเมืองอียิปต์ 1 คน เจ็บอีก 2 คน

ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 เผยสภาพบ้านในเขตอุมอัลฮัมมานในกรุงริยาดที่โดนสะเก็ดจรวดตกใส่  / AFP

ทางการซาอุฯ เปิดเผยว่า กบฏฮูตีในเยเมนซึ่งมีอิหร่านหนุนหลัง ยิงมิสไซล์ 3 ลูกโจมตีกรุงริยาด และอีก 4 ลูกโจมตีเมืองคามิสมูชาอิต, จีซาน และนัจรานในภาคใต้ จรวดทั้งหมดล้วนพุ่งเป้าหมายที่เขตชุมชน

ที่กรุงริยาด ชาวเมืองกล่าวกันว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องและแสงวาบบนท้องฟ้าช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืนของวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า มีชาวอียิปต์คนหนึ่งโดนเศษชิ้นส่วนของระเบิดตกใส่จนถึงแก่ความตาย และอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ

ตูร์กี อัลมัลกี โฆษกของกองกำลังผสมที่ซาอุฯ เป็นแกนนำ กล่าวว่า พฤติการณ์รุกรานและเป็นปรปักษ์โดยกลุ่มฮูตีที่อิหร่านหนุนหลัง ในครั้งนี้ พิสูจน์ว่ารัฐบาลอิหร่านยังคงสนับสนุนขีดความสามารถทางทหารแก่กลุ่มติดอาวุธชีอะห์กลุ่มนี้ และการยิงขีปนาวุธพร้อมกันหลายลูกโจมตีหลายเมืองเป็นพัฒนาการที่ร้ายแรง

สถานีโทรทัศน์ช่องอัลมาซิราของฮูตีประกาศว่า กบฏฮูตีพุ่งเป้าหมายโจมตีท่าอากาศยานระหว่างประเทศคิงคาลิด และทางวิ่งของเครื่องบินทางใต้ของซาอุฯ

ชาวบ้านในเขตอุมอัลฮัมมานแหงนมองรูบนหลังคาที่ชิ้นส่วนจรวดตกใส่ / AFP

ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กบฏฮูตีในเยเมนยิงมิสไซล์โจมตีซาอุฯ มาแล้วหลายสิบลูก ซึ่งทางการซาอุฯ คุยว่าสามารถยิงสกัดได้ทั้งหมด การโจมตีรอบล่าสุดนี้อาจกระตุ้นให้กองกำลังพันธมิตรของซาอุฯ ขยายปฏิบัติการทางทหารในเยเมนมากขึ้นอีก

การโจมตีครั้งใหญ่หนล่าสุดก่อนหน้านี้คือเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน กบฏฮูตียิงมิสไซล์โจมตีสนามบินนานาชาติริยาด และทำให้ซาอุฯ ตอบโต้ด้วยการเพิ่มการปิดล้อมเยเมนอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่หลังจากนั้นยังมีการโจมตีอีกครั้งในวันที่ 19 ธันวาคม โดยเป้าหมายคือพระราชวังของกษัตริย์ซัลมาน

เหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ก่อนขึ้น 1 วันก่อนหน้าวันครบรอบ 3 ปีที่ซาอุดีอาระเบียนำกองกำลังพันธมิตรสุหนี่เข้าแทรกแซงความขัดแย้งนองเลือดในเยเมนเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลที่นานาชาติหนุนหลัง และขับไล่กบฏฮูตีที่เข้ายึดครองกรุงซานาเมื่อเดือนกันยายน 2557 ผู้คนในเยเมนสังเวยชีวิตแล้ว 10,000 คน และบาดเจ็บ 53,000 คน ก่อวิกฤติด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลก.

 


หน้าร้อนแล้ว!สิ่งมากับหน้าร้อนยุคนี้ ไม่ใช่ทะเล-น้ำตก แต่เป็น "ไฟป่า-ฝุ่นพิษ และหมอกควัน"โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ตั้งแต่ตากขึ้นไปถึงเชียงใหม่-เชียงราย-ลำปาง-น่าน-แม่ฮ่องสอน

ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'