ผวาโควิด-19ลามทั่วโลก ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก2


เพิ่มเพื่อน    

 หวั่นโควิด-19 ระบาดทั่วโลก หลังจีนผ่านจุดสูงสุดแล้วแต่ยอดดับ-ติดเชื้อนอกจีนเพิ่มไม่หยุด เกาหลีใต้เร่งตรวจเชื้อสมาชิกลัทธิมากกว่า 2 แสนคน โครเอเชียชาติแรก บอลข่านพบคนติดเชื้อ อิตาลีลามถึงเมืองทางใต้ สเปนกักแขกโรงแรมหลายร้อยคน อิหร่านยังหนัก รมช.สาธารณสุขติดเชื้อเสียเอง สธ.พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย 

     ข้อมูลของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนเมื่อวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ ยืนยันแนวโน้มสถานการณ์ที่บรรเทาลงของจีน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม 71 รายในวันจันทร์ เป็นจำนวนต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ยอดรวมผู้เสียชีวิตเป็น 2,663 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่มี 508 ราย มีเพียง 9 รายในนี้อยู่นอกมณฑลหูเป่ย์ ยอดรวมผู้ติดเชื้อเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มเป็นมากกว่า 80,000 ราย
     องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า การแพร่ระบาดในจีนขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้วระหว่างวันที่ 23 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ และลดลงนับแต่นั้น อย่างไรก็ดี การแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วในยุโรปและตะวันออกกลางเพิ่มความวิตกว่าโควิด-19 จะกลายเป็นโรคระบาดทั่วโลก
     เรนา แมคอินไทร์ ผู้อำนวยการโครงการความปลอดภัยทางชีวภาพประจำสถาบันเคอร์บีของมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ให้ทัศนะว่า สถานการณ์ใกล้เข้าสู่ภาวะโรคระบาดทั่ว แต่ก็ยังมีความหวังว่าการแพร่เชื้อในอิหร่าน, อิตาลี, เกาหลีใต้ และที่อื่นๆ จะสามารถควบคุมได้
     กระนั้น รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเปิดเผยให้เห็นว่าสถานการณ์ภายนอกจีนน่ากังวลมากขึ้น เกาหลีใต้ซึ่งเป็นประเทศที่การระบาดรุนแรงที่สุดรองจากจีน มีคนไข้สังเวยชีวิตเป็นรายที่ 10 แล้ว และยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นรายวัน ยอดรวมในวันอังคารอยู่ที่ 977 ราย ประธานาธิบดีมุน แจอิน ยอมรับว่าสถานการณ์ในประเทศร้ายแรงมาก
     ในยุโรป โครเอเชีย เป็นประเทศแรกของคาบสมุทรบอลข่านที่ยืนยันแล้วว่ามีผู้ติดเชื้อ 1 ราย เป็นชายหนุ่มที่มีอาการป่วยเล็กน้อย และออสเตรียรายงานมีผู้ติดเชื้อ 2 รายแรก ขณะที่อิตาลีเป็นประเทศที่สถานการณ์หนักที่สุด มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 220 คนเมื่อวันจันทร์ ผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 7 ราย และในวันอังคารมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ในแคว้นทัสกานีและแคว้นซิซิลีทางภาคใต้ของประเทศ 2 ราย และ 1 ราย ตามลำดับ นายกฯ จูเซปเป คอนเต กล่าวโทษระบบการจัดการที่ย่ำแย่ของโรงพยาบาลทางเหนือที่พบการแพร่ระบาดเป็นที่แรก 
     เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของหมู่เกาะคะแนรีซึ่งเป็นดินแดนของสเปนแถลงว่า พบแขกชาวอิตาลีรายหนึ่งของโรงแรมเอช 10 กอสตาอาเดเฆาพาเลซ บนเกาะเตเนรีเฟ มีอาการป่วยต้องสงสัยว่าติดไวรัสโคโรนา โดยผลตรวจรอบแรกยืนยันว่าเขาติดเชื้อ ทำให้เจ้าหน้าที่ขอให้แขกหลายร้อยคนของโรงแรมนี้เก็บตัวอยู่ภายในห้องเพื่อเฝ้าดูอาการ
     รัฐบาลเกาหลีใต้ก็กำลังพยายามติดตามตรวจสมาชิกของคริสตจักรพระเยซูชินชอนจิราว 215,000 คน ภายหลังพบว่าผู้ติดเชื้อราว 68% ในประเทศเกี่ยวโยงกับนิกายนอกรีตแห่งนี้ ซึ่งมีต้นตอการแพร่เชื้อเป็นหญิงอายุ 61 ปี ขณะเดียวกัน รอยเตอร์รายงานว่า มีลูกเรือของสายการบินโคเรียนแอร์รายหนึ่งติดไวรัสนี้ด้วย ทำให้สายการบินต้องปิดสำนักงานที่อยู่ใกล้สนามบินนานาชาติอินชอน 
     ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อจากเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสเสียชีวิตเป็นรายที่ 4 ผู้คนบนเรือลำนี้ถูกกักนอกชายฝั่งโยโกฮามานาน 2 สัปดาห์ โดยตรวจพบผู้ติดเชื้อเกือบ 700 รายบนเรือนี้ จาก 850 รายทั้งประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าจะใช้มาตรการแบบใหม่เพื่อต่อสู้กับการระบาด แต่รัฐมนตรีสาธารณสุขคัตสึโนบุ คาโตะ กล่าวว่า ยังเร็วไปที่จะพูดถึงการยกเลิกการแข่งขันโอลิมปิกโตเกียว 2020 ที่จะเปิดฉากวันที่ 24 กรกฎาคม
     ด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางซึ่งอัฟกานิสถาน, บาห์เรน, อิรัก, คูเวต และโอมาน ยืนยันพบผู้ติดเชื้อแล้วโดยทั้งหมดเคยเดินทางไปอิหร่าน มีรายงานเมื่อวันอังคารว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อิราจ ฮารีร์ชี ของอิหร่านติดเชื้อไวรัสโคโรนาด้วย ฮารีร์ชี้ เพิ่งจัดแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์พร้อมกับอาลี ราเบอี โฆษกรัฐบาลปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าเมืองกุมมีผู้เสียชีวิตถึง 50 ราย ระหว่างแถลงนั้นเขาไอเป็นระยะและมีเหงื่อออกด้วย 
     อิหร่านยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ยอดรวมในประเทศอยู่ที่ 15 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อพบเพิ่ม 34 รายในวันอังคาร จำนวนรวมเป็น 95 ราย
    ขณะที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 1 ระบุว่า ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 15 ราย กลับบ้านแล้ว 22 ราย รวมสะสม 37 ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม-24 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 1,580 ราย คัดกรองจากสนามบิน 70 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 1,510 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 1,160 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 420 ราย
    กระทรวงสาธารณสุขพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่ม 2 ราย และมีผู้ป่วยที่หายเป็นปกติ สามารถกลับบ้านได้อีก 1 ราย สรุปสถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 22 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 15 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 37 ราย
    ขณะที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค, นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม แถลงว่า มีข่าวดีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้เพิ่มอีก 1 ราย ที่จังหวัดกระบี่ เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 32 ปี ซึ่งนักท่องเที่ยวรายนี้ได้เดินทางเข้าประเทศไทยก่อนที่ประเทศจีนจะปิดสนามบินอู่ฮั่น และวันนี้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการวิจัยยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรกับไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อศึกษาวิจัยประสิทธิผลของยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในการต้านเชื้อไวรัส ระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม
    ได้รับรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้ง 2 แห่ง (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ได้ผลยืนยันพบผู้ป่วยเพิ่ม 2 ราย รายที่ 1 เป็นหญิงไทยอายุ 31 ปี อาชีพแม่บ้าน ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี แพทย์ตรวจพบปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ แพทย์ได้ซักประวัติเพิ่มเติมพบประวัติสมาชิกในครอบครัวเดินทางกลับจากประเทศจีน รายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 29 ปี อาชีพทำงานสัมผัสใกล้ชิดนักท่องเที่ยวชาวจีน มาอาการด้วยอาการไข้ ไอ รับรักษาอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ทำให้ขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยัน รวม 37 คน กลับบ้านได้ 22 คน คิดเป็นร้อยละ 60 ผู้ป่วยยืนยัน รักษาอยู่ที่โรงพยาบาล 15 คน
    การที่เราพบผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากที่ สธ.ปรับนิยามการเฝ้าระวังคัดกรองตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. โดยขยายพื้นที่ครอบคลุมประเทศเสี่ยงใหม่ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน (ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน) และ 8 จังหวัดของไทย คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย สมุทรปราการ กระบี่ ภูเก็ต ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์.


 


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"