รฟท. วางแนวทางป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

 

27 ก.พ. 2563 นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ว่า มีผู้ได้รับการวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แล้ว เป็นจำนวนมากและโรคดังกล่าวยังได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ความสำคัญต่อสุขภาพความปลอดภัยของพนักงานที่ปฏิบัติงานทุกคน โดยเฉพาะพนักงานบนขบวนรถ สถานี ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 การรถไฟฯ จึงได้เพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าว เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานการรถไฟฯ ดังนี้

1. ไม่อนุมัติ หรืออนุญาตให้พนักงานหรือลูกจ้างของการรถไฟฯ ลาเพื่อเดินทางไปยัง หรือแวะผ่าน (Transit) ประเทศหรือเขตปกครองที่เสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้
(1) สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)
(2) สาธารณรัฐประชาชนจีน
(3) เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
(4) เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
(5) ประเทศญี่ปุ่น(11) สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
(6) ประเทศไต้หวัน
(7) ประเทศมาเลเซีย
(8) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(9) สาธารณรัฐสิงคโปร์
(10) สาธารณรัฐอิตาลี

ทั้งนี้ มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

2. พนักงานหรือลูกจ้างการรถไฟฯ ทีได้รับการอนุมัติจากการรถไฟฯ แล้ว ขอให้ทบทวนความจำเป็นของการเดินทาง และแนะนำให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อน

3. กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางได้ ให้ขออนุมัติผู้ว่าการรถไฟฯ เป็นกรณี ๆ ไป

4. กรณีพนักงานหรือลูกจ้างของการรถไฟฯ เดินทางไปยังประเทศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามข้อ 1 และ/หรือ ตามประกาศเพิ่มเติมของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย
ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

4.1 ให้พนักงานหรือลูกจ้างของการรถไฟฯ รายงานตัวทางโทรศัพท์ต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป 1 ระดับ เพื่อรวบรวมข้อมูลรายงานต่อการรถไฟฯ

4.2 ให้พนักงานหรือลูกจ้างของการรถไฟฯ หยุดงานเป็นเวลา 14 วัน โดยใช้วันลาของตนเอง เพื่อเฝ้าระวังอาการป่วย และให้รายงานอาการต่อผู้บังคับบัญชาทุกวันในช่วงเวลาดังกล่าว

4.3 กรณีพนักงานหรือลูกจ้างของการรถไฟฯ ที่เดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง ตามข้อ 1 โดยคำสั่งของการรถไฟฯ ให้ไปปฏิบัติราชการ ให้สามารถทำงานที่บ้าน (Work at home) จนครบ 14 วัน

4.4 กรณีพนักงานหรือลูกจ้างการรถไฟฯ มีไข้สูงมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับ มีอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไอ เจ็บคอ น้ำมูก หายใจเร็ว หายใจลำบาก) ต้องเข้ารับการตรวจ ตามแนวทางการดูแลผู้ป่วย หรือผู้อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

5. การรถไฟฯ ขอให้พนักงานและลูกจ้างของการรถไฟฯ ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด และให้ถือว่าเป็นนโยบาย ข้อสั่งการ เร่งด่วนสำคัญ

นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า การรถไฟฯ ได้เน้นย้ำกำชับให้บุคลากรของการรถไฟฯ ทุกระดับ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ รวมถึงได้แนะนำให้พนักงานดูแลสุขอนามัยด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและใช้เจลหน้ามืออย่างถูกต้อง เพื่อตระหนักถึงความปลอดภัยต่อตนเองและส่วนรวม


มีข่าวสารจากเยอรมัน สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานตรงกัน  รัฐบาลเยอรมันชี้แจงต่อกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเยอรมันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา .......ยืนยันไม่พบการกระทำใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก