งานศิลป์"เรียกขวัญ-กำลังใจ"สู่เมืองโคราช


เพิ่มเพื่อน    

 

ศิลปินร่วมสมัยสร้างสรรค์ภาพวาดแสดงในพื้นที่ ลดภาพความทรงจำที่รุนแรง

 

 

     ภาพจำอันโหดร้ายจากเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้ากลางเมือง ถูกทำให้ผ่อนคลายขึ้นด้วยผลงานศิลปกรรมหลากหลายเทคนิคจากกิจกรรมศิลปะร่วมสมัย ส่งใจสู่โคราชเมืองศิลปะ “พลังศิลปินร่วมใจให้ขวัญ... สร้างสรรค์แผ่นดิน” พร้อมเชิญชวนให้ชาวโคราชและผู้สนใจเข้ามาชม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้คนในพื้นที่ และเติมเต็มเมืองย่าโมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมืองศิลปะ”
    ประติมากรรมขนาดใหญ่รูปมือชื่อว่า “สู้นะโคราช” เป็นหนึ่งในชิ้นงานศิลป์เรียกขวัญที่กระเจิดกระเจิงของคนกลับคืนมา และสัมพันธ์กับการ “เอิ้นขวัญ” ความเชื่อที่ผูกพันกับสังคมอีสาน เวลาเกิดเหตุเภทภัย กายและใจไม่ปกติ จะมีพิธีการบายศรีสู่ขวัญ
    ขณะที่ผลงานอีกกว่า 350 ชิ้น ศิลปินหลักร้อยรังสรรค์ขึ้น ทำให้ชมแล้วรู้สึกไม่สิ้นหวัง เพื่อให้เป็นเครื่องมือบำบัดเยียวยาจิตใจ หลายคนถ่ายรูปกับภาพวาด ประติมากรรมหรือสื่อผสมเก็บไว้เป็นที่ระลึก และลงในสื่อสังคมออนไลน์

 

ประติมากรรมเรียกขวัญชาวโคราช ชื่อ “สู้นะโคราช”
 


    โกวิทย์ ผกามาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์กราดยิงใน จ.นครราชสีมา ส่งผลกระทบสุดสะเทือนใจกับคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะคนในพื้นที่ จ.นครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง โดยหลังจากเหตุการณ์คลี่คลายลง อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม มอบหมายให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) เป็นหน่วยงานหลักในการนำศิลปะไปช่วยฟื้นฟูและเยียวยาจิตใจคนในพื้นที่ สศร.จึงร่วมกับ จ.นครราชสีมา ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จัดกิจกรรมศิลปะร่วมสมัย ส่งใจสู่โคราชเมืองศิลปะ “พลังศิลปินร่วมใจให้ขวัญ... สร้างสรรค์แผ่นดิน” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 มี.ค. ที่ลานชั้น G ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา ด้วยการนำศิลปะบำบัดและเยียวยาความรู้สึกหรือจิตใจของผู้คน
    ที่น่าสนใจ ในการดำเนินกิจกรรมศิลปะครั้งนี้ได้นำผลการศึกษาวิจัยมาใช้ในการจัดกิจกรรม รอง ผอ.สศร.กล่าวว่า ศิลปะสามารถใช้ในการพัฒนาจิตใจ ช่วยให้ผู้มีปัญหาความวิตกกังวลทางด้านอารมณ์และจิตใจในภาวะวิกฤติ ได้ระบายปัญหาความคับข้องใจที่อยู่ใต้จิตสำนึกผ่านออกมาทางงานศิลปะ ระบายอารมณ์ออกในหนทางที่สร้างสรรค์ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย คืนความสมดุลให้ชีวิต ลดภาพจำอันโหดร้าย ความขุ่นมัวในจิตใจ ตลอดจนสามารถปรับทัศนคติให้เข้าใจและรับรู้อารมณ์ต่างๆ ของตนเอง เปิดรับผู้อื่น ยับยั้งและควบคุมได้ดีขึ้น มีสมาธิ ลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลลงได้

 

สศร. ผนึกเครือข่ายศิลปินทั่วประเทศ 120 คน แสดงผลงานศิลปะ ส่งใจสู่โคราชเมืองศิลปะ


    งานนี้ สศร.ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเครือข่ายศิลปินทั่วประเทศ จำนวน 120 คน นำผลงานชิ้นสำคัญทั้งด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม รวมทั้งสิ้น 350 ผลงานโชว์ให้ชม ช่วยสร้างสุนทรียภาพให้ผู้ชมและมีการร้อยเรียงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ผลงานเด่นๆ เช่น ภาพ “ผู้บังคับบัญชา“ เป็นภาพเหมือน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้เป็นหนึ่งในฮีโร่ที่ช่วยวางแผนให้ภารกิจลุล่วง, ประติมากรรมท้าวสุรนารี หรือย่าโม, ประติมากรรมในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 พระมหากษัติรย์ผู้ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยและชาวโคราช
    “ผลงานประติมากรรมรูปมือให้ผู้ร่วมชมงานได้เขียนข้อความถ่ายทอดความรู้สึกและให้กำลังใจแก่ชาวโคราช ตลอดจนครอบครัวผู้สูญเสีย โดย สศร.ได้ขอให้ศิลปินช่วยหาแนวทางที่จะนำกระดาษข้อความไปต่อยอดสร้างงานศิลปะให้เป็นอนุสรณ์แห่งความดีที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ขณะเดียวกันศิลปินได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องงานศิลปะและร่วมสร้างเวิร์กช็อปด้วยการสร้างแนวคิดการวาดลงเส้นการใช้สี โดยศิลปินจะเป็นพี่เลี้ยงแนะนำการสร้างสรรค์ผลงานออกมา นอกจากนี้ยังมีศิลปินแสดงสดการแสดงดนตรีเพื่อช่วยบำบัดผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าด้วย ทั้งนี้ สศร.ได้มีการเก็บข้อมูลและประเมินผลตอบรับการทำงานเพื่อนำเสนอรัฐบาลต่อไป” โกวิทย์กล่าว

 

มาชมงานศิลปะ “พลังศิลปินร่วมใจให้ขวัญ... สร้างสรรค์แผ่นดิน”



    ผช.ศ.บุญเกิด ศรีสุขา อาจารย์ประจำสาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมและออกแบบศิลปกรรม มทร.อีสาน เจ้าของประติมากรรม “สู้นะโคราช” กล่าวว่า ผลงานศิลปะชิ้นนี้เชื่อมโยงกับวิถีวัฒนธรรมของคนอีสานที่เชื่อว่าทุกคนเกิดมามีขวัญและขวัญติดตามตัวไปทุกที่ มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ เป็นการนำความเป็นสิริมงคลมาไว้ที่ตัวคน ทำให้จิตใจเข้มแข็ง เรียกขวัญและกำลังใจ คนอีสานเรียกว่า “เอิ้นขวัญ” จะมีการผูกแขนด้วยฝ้ายสีขาว ยืนยันว่าขวัญได้อยู่กับตัวแล้ว  ประติมากรรมนี้เปิดโอกาสให้ผู้ชมงานนำฝ้ายสีขาวมาผูกกับชิ้นงาน ร่วมปลุกใจคนโคราชให้ลุกมาสู้ต่อ ตนใช้ต้นแบบจากมือคน ก่อนขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้นสมกับที่ใจอยากพูดกับสังคม ใช้เวลาทำงาน 3 วัน เลือกใช้มือสีทอง แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้า
    “ หน้าที่ของศิลปะช่วยปลอบประโลมจิตใจ หากคนมีจิตใจที่ดีงามอยู่แล้วได้เสพงานศิลป์จะพัฒนาจิตใจยิ่งขึ้น แต่ถ้าใจไม่อยู่กับตัว ด้วยพลังของศิลปะทำให้ใจกลับสู่ภาวะปกติ หรือมองหาทางออกเพื่อก้าวต่อไป” บุญเกิด ศิลปินอาจารย์ กล่าว

 

หนึ่งในผลงานส่งใจ ใช้งานปั้นดินเผาด่านเกวียนเอกลักษณ์โคราช 



    มีตำรวจร่วมแสดงผลงาน ขน 3 ภาพมาแสดงบรรเทาภาพความรุนแรงในโคราช พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ ผู้กำกับการฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 เจ้าของงานชื่อ “ผู้บังคับบัญชา” เผยแรงบันดาลใจว่า เหตุกราดยิงโคราช มีการชื่นชม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ ลงพื้นที่เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ทุกคน จนในที่สุดภารกิจลุล่วง มีคนยกย่อง บางคนยกเป็นฮีโร่ แต่ผู้บังคับบัญชาท่านนี้ยกให้ตำรวจทุกนายเป็นฮีโร่ ก็อยากนำเสนอมุมนี้ผ่านงานศิลปะ ตนทำงานใน 2 เทคนิค มีดิจิทัลเพนต์กับสีน้ำ เป็นภาพเหมือนของท่าน ส่วนอีกสองภาพที่โชว์ชื่องาน “น้ำใจ” เป็นภาพทิวทัศน์อันเขียวขจีร่มรื่นของโคราช อีกภาพแนวอิมเพรสชั่นนิสต์

 

ผลงานชื่อ “ผู้บังคับบัญชา” ยกย่อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน
 


    “ หลังเหตุกราดยิงโคราชที่ไม่มีใครคาดคิด เกิดความสูญเสีย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบและผู้สูญเสีย ส่วนการแสดงศิลปะเป็นแนวทางหนึ่งคืนความสุขให้คนโคราชหรือจุดประกายให้คนหันมาทำงานศิลปะ ประโยชน์ของศิลปะทำให้มีสมาธิ รู้จักกระบวนการคิด วิเคราะห์ นอกจากศิลปิน คนทั้งประเทศก็สำคัญ สามารถส่งกำลังใจหรือกลับมาเที่ยว จ.นครราชสีมา ทำให้เมืองย่าโมคึกคัก เพราะโคราชเป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม” พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ นายตำรวจผู้รักงานศิลปะ กล่าว พร้อมชวนมาชมผลงานกว่า 300 ชิ้นจากศิลปินทั่วทุกภูมิภาค

 

นอกจากชมผลงาน ยังเขียนข้อความส่งกำลังใจสู่ชาวโคราช 


    มาชมงานศิลปะ “พลังศิลปินร่วมใจให้ขวัญ... สร้างสรรค์แผ่นดิน” ที่ก่อให้เกิดสุนทรียภาพขึ้นในจิตใจของผู้ชม สำคัญกว่านั้นคือ ข้อความที่เหล่าศิลปินตั้งใจสื่อออกมาผ่านผลงานสามารถให้แง่คิดในการใช้ชีวิตและการมองโลกที่แตกต่างกันไป พร้อมจรรโลงจิตใจอันเป็นรากฐานที่สำคัญของความสุขด้วย.

 

 

 

 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"