จีนจ่อสยบ‘ไวรัสโคโรนา’ ‘อิตาลี’โคม่าปิดประเทศ


เพิ่มเพื่อน    

  วิกฤติโควิด-19 ในจีนใกล้ยุติ ผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิตเพิ่มไม่ถึง 20 ราย หูเป่ย์ผ่อนคลายมาตรการกักกัน แต่อิตาลีสวนทางสั่งปิดเมืองทั้งประเทศตั้งแต่วันอังคาร ยุติกิจกรรมหมู่ในที่สาธารณะทั้งหมด ทำเนียบขาวเผยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ไม่เคยตรวจหาเชื้อ แม้คนใกล้ชิดหลายรายกักกันตนเองแล้ว

    รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและข้อมูลจากเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2563 กล่าวว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ของจีนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ได้แพร่เชื้อติดผู้คนใน 110 ประเทศและดินแดนแล้วถึงขณะนี้ โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 114,000 ราย และมีเพียงภูมิภาคแอฟริกา, ลาตินอเมริกา และโอเชียเนีย ที่ยังไม่มีรายงานการระบาดใหญ่ 
    ดับเบิลยูเอชโอเตือนไว้ว่า มีภาวะคุกคามจริงๆ ที่โควิด-19 จะเป็นโรคระบาดทั่วโลก โดยทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การนี้กล่าวว่า โรคภัยนี้ไม่มีความเมตตาปรานีต่อโลกของเรา 
    ข้อมูลเมื่อช่วงค่ำวันอังคารระบุว่า ถึงขณะนี้ชาวโลกสังเวยไวรัสชนิดนี้แล้ว 4,012 ชีวิต โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกในหลายประเทศ ทั้งที่จีน, อิตาลี, อิหร่าน, เกาหลีใต้, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, สเปน, สหราชอาณาจักร, เลบานอน, เยอรมนี และแคนาดา ขณะเดียวกัน ปานามา, มองโกเลีย, บูร์กินาฟาโซ และไซปรัสเหนือ ยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ
    เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางไปเยี่ยมเมืองอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางต้นกำเนิดของวิกฤติครั้งนี้ สีกล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย์ถูกควบคุมไว้ได้ จีนประสบความสำเร็จเบื้องต้นในการคุมสถานการณ์ให้คงที่และพลิกสถานการณ์ได้แล้ว 
    เวลาต่อมาทางการจีนประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มณฑลภาคกลางแห่งนี้ ซึ่งประชากร 56 ล้านคนถูกจำกัดพื้นที่เคลื่อนไหวมาตั้งแต่เดือนมกราคม รัฐบาลท้องถิ่นเผยว่า ชาวหูเป่ย์จะได้รับแจ้งรหัสสีทางแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ที่ได้รับรหัสสีเขียวในพื้นที่ที่มีความเสียงระดับกลางและต่ำจะได้รับอนุญาตให้เดินทางได้ภายในมณฑลนี้ แต่ยังไม่มีการแจ้งว่าประชาชนสามารถออกนอกมณฑลได้ และดูเหมือนว่าการผ่อนคลายยังไม่รวมถึงผู้คนในเมืองอู่ฮั่น
    รายงานของทางการจีนเมื่อวันอังคารเผยว่า จีนมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 17 คน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 19 คน เป็นยอดต่ำที่สุดนับแต่จีนเริ่มรายงานข้อมูลการติดเชื้อเมื่อปลายเดือนมกราคม และส่งสัญญาณว่าสถานการณ์เลวร้ายของจีนใกล้ยุติแล้ว ยอดรวมถึงขณะนี้จีนแผ่นดินใหญ่มีผู้เสียชีวิต 3,136 คน จากผู้ติดเชื้อ 80,754 คน 
    สถานการณ์ของเกาหลีใต้ก็ดีขึ้นเป็นลำดับเช่นกัน โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี (เคซีดีซี) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 131 ราย ซึ่งเป็นยอดที่ต่ำกว่า 150 รายครั้งแรกในช่วง 2 สัปดาห์ ยอดรวมผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 7,513 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 54 คน ขณะที่อิหร่านมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 881 รายในวันอังคาร ยอดรวมเพิ่มเป็น 8,042 ราย และมีผู้เสียชีวิตอีก 54 ราย รวมถึง 291 ราย 
    ประเทศที่สถานการณ์หนักสุดในเวลานี้กลับเป็นอิตาลี ข้อมูลถึงช่วงค่ำวันอังคารของไทย อิตาลีมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 463 คนเมื่อวันจันทร์ ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 9,172 ราย ข้อมูลของดับเบิลยูเอชโอระบุว่าอิตาลีเป็นประเทศที่มีประชากรสูงอายุมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุคือกลุ่มที่เสี่ยงต่อไวรัสโคโรนามากที่สุด
    รัฐบาลอิตาลีพยายามใช้มาตรการหนักหน่วงขึ้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ด้วยการขยายการปิดเมืองที่บังคับใช้ในแคว้นและ 14 จังหวัดภาคเหนือเมื่อวันอาทิตย์ เป็นครอบคลุมประชากร 60 ล้านคนทั่วทั้งประเทศ โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันอังคารที่ 10 มีนาคม จนถึงวันที่ 3 เมษายน 
    นายกฯ จูเซปเป คอนเต ของอิตาลี ลงนามกฤษฎีกาฉบับนี้เมื่อเที่ยงคืนวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2563 โดยกล่าวว่า ทุกคนต้องเสียสละเพื่อปกป้องสุขภาพของพลเมืองในประเทศนี้ โดยมาตรการที่ประกาศใช้นี้สรุปง่ายๆ คือ จงอยู่กับบ้าน
    มาตรการควบคุมนี้จะจำกัดการเดินทางทั่วประเทศ โดยยกเว้นเฉพาะการทำงานเร่งด่วนที่สุดหรือเหตุผลด้านการแพทย์และงานฉุกเฉิน โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่เริ่มปิดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจะขยายเวลาปิดไปถึงวันที่ 3 เมษายนตามมาตรการนี้เช่นกัน 
    การชุมนุมของคนจำนวนมากในสถานที่สาธารณะหรือกลางแจ้งทั้งหมดเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งรวมถึงการจัดงานแต่งงานและงานศพ การแข่งขันและกิจกรรมกีฬาในทุกระดับต้องยกเลิก รวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศ มีเพียงกีฬาทัวร์นาเมนต์ระหว่างประเทศที่แข่งขันต่อได้ แต่ห้ามมีผู้ชม ร้านอาหารและบาร์ถูกกำหนดเวลาเปิด-ปิดระหว่าง 06.00-18.00 น. โดยมีข้อแม้ว่าต้องรักษาระยะห่างของลูกค้าแต่ละคนไม่ต่ำกว่า 1 เมตร ศาสนสถานสามารถทำกิจกรรมได้ด้วยข้อแม้เดียวกันว่าแต่ละคนต้องรักษาระยะห่างไม่ต่ำกว่า 1 เมตร แต่โรงละคร โรงภาพยนตร์ ไนต์คลับ สกีรีสอร์ต และสถานบริการลักษณะคล้ายกันถูกปิดทั้งหมด
    ยังไม่มีความชัดเจนว่าทางการอิตาลีจะบังคับใช้ข้อห้ามนี้อย่างไร ก่อนหน้านี้รถไฟในเมืองมิลานและเที่ยวบินขาเข้าและออกยังมีให้บริการแม้จะรัฐบาลจะสั่งปิดเมืองนี้ด้วยตั้งแต่สุดสัปดาห์ และกำหนดบทลงโทษปรับเงินผู้ที่เดินทางโดยไม่มีเหตุผลจำเป็น ตามมาตรการจำกัดการเดินทางนี้แม้ระบบขนส่งมวลชนจะยังเปิดให้บริการ แต่ผู้เดินทางต้องยื่นเอกสารระบุเหตุผลต่อเจ้าหน้าที่ นายสถานีรถไฟและเจ้าหน้าที่สนามบิน รวมถึงบนถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างเมือง
    มาตรการควบคุมที่ห้ามการเข้าเยี่ยมนักโทษในเรือนจำทั่วประเทศและความวิตกต่อการติดเชื้อไวรัส ส่งผลให้นักโทษก่อจลาจลหรือมีการชุมนุมประท้วงที่เรือนจำ 23 แห่งทั่วอิตาลีมาตั้งแต่สุดสัปดาห์ ข่าวรอยเตอร์อ้างข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมว่า มีนักโทษเสียชีวิตแล้ว 7 ราย นักโทษบางส่วนขอร้องให้รัฐบาลนิรโทษกรรม
    สหรัฐอเมริกากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดใหญ่ ข้อมูลเมื่อวันจันทร์ชี้ว่าสหรัฐมีผู้เสียชีวิต 26 ราย จากผู้ติดเชื้อ 605 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรัฐฝั่งตะวันตก แต่ก็มีรายงานการติดเชื้อรายใหม่ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่องทั่วสหรัฐ รวมถึงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.และที่นครนิวยอร์กในฝั่งตะวันออก
    มีรายงานว่า ส.ส.รีพับลิกันอย่างน้อย 2 ราย ซึ่งเพิ่งพบกับประธานาธิบดีทรัมป์ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เปิดเผยว่าพวกเขากำลังอยู่ระหว่างกักกันตัวเองนาน 14 วัน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาระหว่างเข้าร่วมการประชุมของฝ่ายอนุรักษนิยมใกล้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ส.ส.คนหนึ่งคือแมตต์ เกตซ์ เคยเดินทางพร้อมกับทรัมป์บนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ฟอร์ซวัน เมื่อวันจันทร์ อีกคนคือ ส.ส.ดั๊ก คอลลินส์ อยู่กับทรัมป์ระหว่างไปรับฟังสรุปสถานการณ์ที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
    มาร์ก เมโดวส์ ซึ่งกำลังจะมารับตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ก็กำลังกักกันตัวเองเมื่อวันจันทร์ ภายหลังรู้ตัวว่าเขาเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการประชุมเดียวกันนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีอาการและการตรวจก็ไม่พบเชื้อ 
     ด้านสเตฟานี กริแชม โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันเมื่อค่ำวันจันทร์ว่า ทรัมป์ยังไม่เคยรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะทรัมป์ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับคนไข้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และทรัมป์ก็ไม่มีอาการของการติดเชื้อ ทรัมป์มีสุขภาพแข็งแรงดีและแพทย์ประจำตัวก็เฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด.


"เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์-อานนท์" วันนี้คึกเขาน่าจะรู้...คึกวันนี้ แต่คุกพรุ่งนี้!เพราะเขาไม่ใช่เด็กแล้ว เป็นทนาย เป็นนักศึกษาปริญญาตรี-โท ยกเว้นนายไมค์ ศึกษาขยะศาสตร์ ในมหา'ลัยชีวิตจริง 

ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!