อดีตรมว.สาธารณสุขอังกฤษยกย่องไทย หลักฐานของความสำเร็จอย่างยิ่งยวดในการรับมือโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

ภาพ: ทวิตเตอร์ @Jeremy_Hunt

13 มี.ค.63 -บีบีซีไทย โดย นพพร วงศ์อนันต์ รายงานว่า เจเรมี ฮันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของรัฐบาลพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ระหว่างปี 2012-2018 วิจารณ์รัฐบาลสหราชอาณาจักรว่า "ขยับตัวยังไม่เร็วพอ" ในการสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่คร่าชีวิตชาวอังกฤษไปแล้ว 10 ราย และทำให้มีผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 600 ราย

"คนจำนวนมากประหลาดใจและกังวลว่าเรายังขยับตัวไม่เร็วพอ" นายฮันต์ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 เมื่อค่ำวันที่ 12 มี.ค. ไม่กี่ชั่วโมงหลังการแถลงข่าวของ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีเรื่องมาตรการล่าสุดในการรับมือกับไวรัสโคโรนา

นายจอห์นสันเรียกการระบาดที่กำลังเกิดขึ้นว่าเป็น "วิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขที่เลวร้ายที่สุดแห่งยุคสมัย" และเตือนว่าจะมีจำนวนครอบครัวมากมายที่จะต้อง "สูญเสียคนที่รักก่อนเวลาอันควร"

ทว่ารัฐบาลของสหราชอาณาจักรยังไม่สั่งปิดโรงเรียน หรือห้ามการรวมตัวกันในพื้นที่สาธารณะ เช่นการไปชมการแข่งกีฬา การแสดงดนตรี แม้หลายประเทศในยุโรปได้ดำเนินการไปแล้ว รวมทั้งแคว้นสก็อตแลนด์ที่ออกคำสั่งห้ามการชุมนุมสาธารณะที่มีคนมากกว่า 500 คน ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเพื่อลดภาระของเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข

ด้านนายฮันต์ ผู้ดำรงตำแหน่ง รมว. สาธารณสุข สมัยที่นายจอห์นสัน เป็น รมว. ต่างประเทศ เรียกร้องให้รัฐบาลของนายจอห์นสันเร่งออกมาตรการเร่งด่วนในการแยกกลุ่มคนที่สุ่มเสี่ยงต่อโรคนี้ โดยเฉพาะผู้สูงวัยให้ห่างจากผู้ที่อาจเป็นพาหะโรค โดยเขาเสนอสหราชอาณาจักรดูตัวอย่างมาตรการต่อสู้กับเชื้อไวรัสของระบบสาธารณสุขของไทย ไต้หวัน สิงคโปร์ และฮ่องกง

"ดูเหมือนว่า เราเห็นหลักฐานของความสำเร็จอย่างยิ่งยวดของหลายชาติในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสนี้ ดูประเทศไทยเป็นตัวอย่าง เป็นชาติแรกหลังจีนที่ได้รับเชื้อไวรัส ตอนนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพียง 59 ราย (ตัวเลขเมื่อ 11 มี.ค.) ส่วนไต้หวันที่อยู่ติดกับจีนก็มีเพียง 49 ราย" นายฮันต์ กล่าว.

อ่านต้นฉบับ


พลัม-จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ Chutathut Laothamatas ตอนนี้ เรือนจำไม่อนุญาตให้เยี่ยม เพราะลุงกำนันและพี่ๆ ถูกกักตัวตามมาตรการป้องกัน covid นะคะ ให้พบได้เฉพาะทนาย

เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'
ครึ่งหลัง"รัฐบาล"ชักจะแย่