'เจ๊หน่อย'แนะเปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วประเทศเป็นการเร่งด่วน


เพิ่มเพื่อน    

17 มี.ค.62-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธ์ศาสตร์ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan ว่ายกระดับมาตรการของรัฐบาล ยุติการแพร่ระบาดให้เร็วที่สุด

“เปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วประเทศ - ระงับการเพิ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าประเทศจากทุกช่องทาง”

ปฏิบัติการนี้เป็นเหมือนยาแรงที่จะแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว เพื่อให้ “คนไทยปลอดภัย-เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็ว”

เพราะยิ่งค้นหาจำนวนผู้ติดเชื้อได้รวดเร็ว และมากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เร็วเท่านั้น เสนอให้นายกรัฐมนตรีทำทันที เพื่อคนไทยปลอดภัย-เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็ว

นาทีนี้ หนทางที่จะทำให้ประเทศไทย “ชนะ” ได้อย่างแท้จริง คือกุมหัวใจของการควบคุมโรคระบาดให้ได้ นั่นคือ “การค้นหาผู้ติดเชื้อให้ได้เร็ว และได้มากที่สุด”

ดิฉันขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดอย่างเร่งด่วนคือ

1) ประกาศเปิด “ปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วประเทศ” เป็นการเร่งด่วน

โดยลงมือทำทันที แบบปูพรมพร้อมกันทั้งประเทศ โดยใช้กลไกของสาธารณสุข ที่มีโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และ อสม. อยู่ทั่วประเทศ และใช้กลไกของมหาดไทย และ กทม.ร่วมสนับสนุน ทำ 3 รอบ ให้จบภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อจบปัญหาการแพร่ระบาดให้ได้เร็วที่สุด

หัวใจของปฏิบัติการอยู่ที่การค้นหาผู้ที่มีอาการเสี่ยงทั้งหมด เช่น ไอ จาม เจ็บคอ มีไข้ หรือสัมผัสกับผู้ที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้สามารถเข้าถึงการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เพราะยิ่งค้นหาจำนวนผู้ติดเชื้อได้มากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เร็วเท่านั้น

ทั้งนี้ ต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า ในระหว่าง “ปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วประเทศ” จำนวนผู้ติดเชื้ออาจจะพุ่งสูงขึ้น แต่ประชาชนไม่ต้องตกใจ เพราะถ้าเราพบผู้ติดเชื้อได้มากเและรวดเร็ว จะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ปลอดภัยมากขึ้น และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจให้ฟื้นเร็วขึ้น

“จบเร็ว คนไทยปลอดภัย เศรษฐกิจฟื้นเร็ว”

2) ระงับการเพิ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้าประเทศ

โดยขอเสนอมาตรการขั้นเด็ดขาดให้นายกรัฐมนตรีเลือก 2 มาตรการคือ
A. ประกาศปิดประเทศ (Lockdown) ไม่รับผู้เดินทางจากต่างประเทศ 14 วัน
หรือ
B. ประกาศให้ผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ต้องถูกกักตัวเฝ้าระวังสังเกตอาการ 14 วัน อย่างเคร่งครัด ตาม พ.ร.บ. ควบคุมโรค

โดยรัฐบาลประสานเช่าโรงแรมต่าง ๆ ที่ขณะนี้มีผู้เข้าพักน้อยอยู่แล้ว เป็นที่พักระหว่างการเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน ซึ่งผู้เดินทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และรัฐส่งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลให้ปฏิบัติตามคำประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคระบาด

และเพื่อให้ทั้ง 2 มาตรการ สามารถปฏิบัติได้สำเร็จบนพื้นฐานที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของ “นักรบ Covid-19 ด่านหน้า” คือ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข เป็นลำดับแรก

รัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณให้ทุกโรงพยาบาล เพื่อจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ในการป้องกันตัวเองของบุคลากรให้พร้อมเพรียง อย่าให้เป็นปัญหาขาดแคลน อย่างหน้ากากอนามัยอีก และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรซึ่งถือเป็น “นักรบ COVID-19 ด่านหน้า” รัฐบาลต้องจ่ายเบี้ยความเสี่ยงให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานทุกคน

และที่สำคัญคือรัฐบาลต้องจัดอุปกรณ์เวชภัณฑ์ให้เพียงพอรองรับการรักษาผู้ป่วยที่จะมีมากขึ้น

3. ต้องปรับปรุงการทำงานของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ต้อง มี Single command ให้มีผู้รับผิดชอบแต่ละด้านชัดเจน ทั้งด้าน
- ด้านการแพทย์
- ด้านการควบคุมป้องกัน
- ด้านอุปกรณ์ + เวชภัณฑ์
- ด้านเศรษฐกิจ
- ด้านการสื่อสาร

ปฏิบัติการเร่งด่วนทั้งหมดนี้
#ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ
“จบเร็ว คนไทยปลอดภัย เศรษฐกิจฟื้นเร็ว”
จึงจะเป็น “ชัยชนะ” ที่แท้จริงของคนไทย และประเทศไทย

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.