บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

สถานการณ์การระบาดเชื้อไวรัส โควิด-19 ยังเป็นประเด็น ฮอต ออฟเดอะเดย์ทั้งในระดับโลก และระดับภายในประเทศ แต่คงไม่มีการ เมาธ์มอย ในร้านกาแฟเหมือนกับเรื่องการเมือง เพราะต่างคนก็ต่างหวาดผวาและหวาดระแวงว่าจะเป็น ผู้ติดเชื้อ และ ผู้แพร่เชื้อ หรือ ผู้ได้รับเชื้อ กันอย่างกล้าๆ กลัวๆ และเชื่อว่า โคโรนาไวรัส จะยังคงเป็นประเด็นให้ลากยาวไปได้จนกว่าจะมี วัคซีน หรือวิธีกำจัด ไวรัสนรก ตัวนี้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ...๐ ล่าสุดตัวเลขของ ผู้ติดเชื้อทั่วโลกก็ใกล้แตะ 2 แสนรายเข้าไปแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งต้องโทษ นพ.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกนั่นแล ที่มัวแต่ยักแย่ยักยันเพิ่งมาประกาศเป็นระบาดครั้งใหญ่ หรือ Pandemic เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งก่อนหน้ากว่าจะยกเป็นภาวะฉุกเฉินก็เงื้อง่าราคาแพงอยู่นั่น จึงไม่แปลกที่ ท็อปเท็น 10 อันดับนั้นหากคิดเฉพาะระดับที่ 2 คือ อิตาลี ไล่เรียงไปถึง อังกฤษ แล้ว มีตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากกว่า จีน ที่เป็นต้นตอเสียอีก ที่สำคัญแนวโน้มของประเทศในท็อปเท็นไล่ตั้งแต่อิตาลี, อิหร่าน, สเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหรัฐอเมริกา, สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ มองได้คำเดียวว่ามีแต่คำว่า มืดมิด และ มืดมน ยิ่งกว่ายุคสมัยกลางในยุโรป เสียอีก เพราะแนวโน้มทั้งผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมีแต่ขยับแบบน่าตกใจ ...๐

ไม่รู้ว่าบรรดาฝ่ายแค้นและฝ่ายค้านของไทย โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย และ ผู้ถูกตัดสิทธิทางกฎหมายทางการเมืองที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง และตำหนิติติงรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา โควิด-19 ทั้งที่ตัวเองยังลูกผีลูกคนหากมีคนไปยื่นให้ตีความว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ มองอย่างเป็นธรรม แค่เห็นตัวเลขของผู้ติดเชื้อของไทยและผู้เสียชีวิตที่แม้ล่าสุดจะขยับมาอยู่ที่ 212 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ก็น่าจะปรบมือให้แล้วมิใช่เหรอ หากไม่มี อคติ ฝังแน่นอยู่ในสายเลือด ...๐

ดูประเทศพัฒนาที่ ฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น มองและเทิดทูนยิ่งกว่า บิดา-มารดา บังเกิดเกล้าทั้ง สหรัฐ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส-เยอรมนี สิ ว่าตัวเลขมากกว่าไทยกี่เท่า ทั้งผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต แต่ทำไมคนในชาติเขาเหล่านั้นไม่มีการมาขับไล่รัฐบาล หรือตำหนิติติงผู้นำเลย ทั้งที่บางชาติถึงขั้นประกาศจะใช้นโยบาย เจ็บแต่จบ แบบปล่อยให้ตายตามมีตามเกิดก็ตามที ...๐

นับวันจึงเริ่มเห็นชัดเจนถึง สันดาน ของนักการเมืองได้ถ่องแท้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าขนาดวิกฤติของคนทั้งโลกและคนทั้งชาติ  นักการเมืองไทยก็ยังเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษที่ต้องการเพียงการเอาชนะคะคานทางการเมืองเท่านั้น นี่หรือที่บอกว่าทำเพื่อประชาชน อยากให้ลองไปดูข่าวใน ไทยโพสต์ออนไลน์ ซึ่งได้นำเนื้อหาบนเฟซบุ๊กของ ศ.ดร.สุภางค์ จันทวานิช ศาสตราจารย์กิตติคุณ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่โพสต์ไว้ใน  Facebook:supang.chantavanich ในหัวข้อ หญิงไทยที่เยอรมันต่อสู้กับโควิด-19 อย่างสุขุม ไปอ่านดู แต่คงต้องเป็นพวกที่อ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัดนั้น ที่สำคัญต้องไม่ใช่พวกที่อ่านหนังสือพิมพ์ฝรั่งมังค่าแล้วลอกมาบอกว่าเป็น วิชั่น ของตัวเองเหมือนไพร่เศรษฐีบางรายนะจ๊ะ ...๐

แล้วยิ่งไปดูข้อเรียกร้องของ บรรดาฝ่ายค้านที่ประชุมในเรื่อง โควิด-19 ก็ได้แต่บอกได้คำเดียวว่า มึนตึ้บ เพราะในส่วนของพรรคประชาชาติ โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติเรียกร้องให้เปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อถกเรื่องดังกล่าว แต่กลับไปอ้างรัฐธรรมนูญปี 2540 ในขณะที่ นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย มาเรียกร้องไม่เห็นด้วยกับการปิดสถานบันเทิง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บรรดา ลูกหาบ พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ถึงขึ้นปิดประเทศ ปิดเมืองกันมาแล้ว ...๐

ที่ งง หนักข้อที่สุด ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลที่ตำหนิติติงรัฐบาลว่าไม่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหาเหมือนช่วงรัฐประหารเลย ทั้งที่ควรใช้ แหม! พิโธ่ แค่บอกและวอนไม่ให้นิสิต-นักศึกษาจัดกิจกรรม แฟลชม็อบ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อโรคดังกล่าว ยังถูกกระแนะกระแหนว่าไปขัดขวางและรังแกเด็กเลย ถ้าใช้อำนาจตามที่ ชัยธวัช บอกไม่กลายเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมาหรือจ๊ะ แค่นี้ก็ยังไม่เห็นความเป็นเอกภาพในฝ่ายค้านเลย แล้วจะไปประชุมร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.หาพระแสงอะไร ...๐

ที่น่าวิตกคือ ศูนย์โควิดของพรรคเพื่อไทยเอง ที่ออกมาแถลงก็ยังสร้างความสับสนให้กับประชาชน โดยเฉพาะล่าสุดที่ออกมาบอกว่ามีการปกปิด ตัวเลข ผู้เสียชีวิต ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะนอกจากเป็นการ ฉีกหน้าสาธารณสุขไทยแล้ว ยังสร้างความเสื่อมเสียในสายตานานาชาติด้วย ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลและ หมอหนู จะปล่อยเฉยไว้ไม่ได้ ...๐

...ท.ศักดิ์


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"