ผลวิจัยพบผู้สูบบุหรี่โอกาสติดเชื้อโควิดสูง


เพิ่มเพื่อน    

 หมอหทัยเผยงานวิจัยจากสหรัฐและอังกฤษ ระบุผู้สูบบุหรี่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ง่ายกว่าคนไม่สูบ ด้านเครือข่ายต้านสุราจี้ตำรวจตรวจสอบเข้มสถานบันเทิงเลี่ยงคำสั่งปิด ให้ขาประจำเข้าสังสรรค์ในห้องลับ วอนคนหนุ่มสาวรับผิดชอบสังคม ลดปาร์ตี้เป็นช่องทางแพร่เชื้อ 

    นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และประธานรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (2550-2551) เปิดเผยว่า ได้มีรายงานวิจัยที่พบว่าผู้สูบบุหรี่ทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์มีผลทำให้ปอดอ่อนแอ ส่งผลให้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ได้ง่ายขึ้น กลุ่มผู้ที่รายงานเรื่องนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งจากสหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยจากสหราชอาณาจักร คือ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ มหาวิทยาลัย Trent และ ศ.เดอร์ เลวิส แห่งมหาวิทยาลัยแวนเซีย ส่วนจากสหรัฐ คือผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก โดยได้ทำการทดลองในหนูทดลอง พบว่านิโคตินที่ผ่านเข้าปอดหนูทดลอง มีผลทำให้ลดประสิทธิภาพการทำงานของปอด ปอดกำจัดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ช้าลง ส่งผลให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
    “ช่วงเวลาที่โลกกำลังมีการระบาดของโรคนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่นักสูบบุหรี่ไทยจะเลิกสูบบุหรี่ เพื่อป้องกันตัวเองจากโควิด-19 และเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งการเลิกสูบบุหรี่จะช่วยฟื้นฟูปอดให้กลับมาแข็งแรงและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้สูบบุหรี่ที่มีจิตใจเข้มแข็งสามารถเลิกสูบได้ด้วยการหักดิบเลิกสูบ ส่วนผู้สูบที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 (โทร.ฟรีทุกเครือข่าย)” ดร.นพ.หทัย ชิตานนท์ กล่าว
    ด้านนายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ขณะนี้จำนวนผู้ติดโควิด-19 รายใหม่ พบว่าส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว วัยทำงาน เนื่องจากคนเหล่านี้มีการสังสรรค์ เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ไม่ลดกิจกรรมทางสังคม ไม่กักตัวอย่างเคร่งครัด จากข้อมูลของผู้ติดเชื้อบอกชัดเจนว่าได้ตั้งวงกินดื่ม โดยเฉพาะห้องแอร์ร้านเหล้า ผับ บาร์ รวมไปถึงในที่โล่ง ส่วนกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังก็มีพฤติกรรมที่ไม่รู้สึกรู้สา อ้างความไม่รู้ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้ในสถานการณ์นี้ เป็นอุปสรรคสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 ทำให้ไปแพร่เชื้อกับเพื่อนและครอบครัวอาจขยายวง ทำให้ควบคุมได้ลำบาก 
    นายชูวิทย์กล่าวว่า คนหนุ่มสาว คนทำงานจำเป็นต้องตระหนักกันให้มาก หยุดเห็นแก่ความสนุก ความสุขแค่เพียงส่วนตัว นี่คือความรับผิดชอบต่อส่วนรวม นาทีนี้ขอให้อดทน อดกลั้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เว้นวรรคการสังสรรค์ตั้งวงปาร์ตี้กินดื่ม เพราะแม้จะมีคำสั่งปิดร้านเหล้า ผับ บาร์ ไปแล้ว ยังพบว่ามีกลุ่มที่แอบตั้งวงกันเอง เช่น ชายทะเล ชายหาด หรือในชุมชน ในหมู่บ้าน ซึ่งปัญหาจะตามมาไม่จบสิ้น ดังนั้นอะไรที่ทำแล้วไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ช่วงนี้เลี่ยงให้หมดทั้งเหล้า บุหรี่ เพราะมันทำให้ร่างกายอ่อนแอ หันมาออกกำลังกายในที่แจ้ง ไม่รวมกลุ่ม รับประทานอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ใส่หน้ากาก ล้างมือ ติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไม่ส่งต่อเฟกนิวส์ มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม
    นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่าผับ บาร์บางแห่งยังเปิดให้บริการ จึงอยากขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีการตรวจตราอย่างเข้มงวดและเท่าทัน เพราะก่อนหน้านี้พบหลายแห่งที่จัดทำห้องพิเศษ ซึ่งยากต่อการสังเกต ดูทั่วไปเหมือนกับร้านปิด แต่จัดให้ขาเที่ยวเข้าไปในห้องโดยเฉพาะ ซึ่งหากพบการกระทำแบบนี้จริงต้องจัดการ โดยอาจใช้คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ขั้นเด็ดขาด รวมไปถึงกิจกรรมรถแห่ที่แสดงคอนเสิร์ต รวมตัวคนจำนวนมาก ต้องห้ามเด็ดขาด ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งไปยังเครือข่ายทุกจังหวัดให้ช่วยปูพรมเฝ้าระวัง แบ่งเบาภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอดส่อง หากพบการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อห้ามต่างๆ จะประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อไป 
    ศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในสถานการณ์การระบาดอย่างร้ายแรงของโควิด-19 ในปัจจุบัน ผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มเปราะบางต่อการติดเชื้อ และมีความเสี่ยงจากการเสียชีวิตมากที่สุด เพราะผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัว มีสภาพร่างกายเสื่อมตามวัย ภูมิต้านทานน้อยลง ที่น่าห่วงมากที่สุดคือผู้สูงอายุที่อยู่กันตามลำพัง หรือสองคนตายาย ในกรณีแบบนี้ เพื่อนบ้านและคนในชุมชนควรช่วยกันสอดส่องดูแล ทั้งอาหาร น้ำ ยา และดูว่าท่านเจ็บป่วยหรือมีอาการบ่งชี้ว่าติดโควิดหรือไม่
    "มีความกังวลต่อผู้สูงอายุที่อยู่ในต่างจังหวัด และลูกหลานที่มาทำงานในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ซึ่งกำลังเดินทางกลับไปภูมิลำเนา หลังคำสั่งปิด กทม.ตามที่ปรากฏเป็นข่าว น่ากลัวมากว่าจะมีโอกาสเอาเชื้อโควิด-19 กลับไปให้ผู้หลักผู้ใหญ่ด้วย อยากให้คิดกันตรงนี้มากๆ คิดถึงผู้สูงวัยที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้ หากกลับไปแล้วสามารถกักกันตัวเอง แยกกันกิน แยกกันอยู่ได้หรือไม่ในช่วง 14 วันแรก แต่จะให้ปลอดภัยที่สุด ลูกหลานไม่ควรย้ายกลับไป จำไว้เป็นคัมภีร์เลยสำหรับผู้สูงวัยว่า เสี่ยงติด เสี่ยงตาย เลี่ยงได้ ให้อยู่บ้าน". 
 


คนกรุงโปรดทราบ........ กทม.ยกเลิกคำสั่ง "ครึ่งปิด-ครึ่งเปิด" กรุงเทพฯ ๒๒ วัน จาก ๒๑ มี.ค.-๑๒ เม.ย.แล้วนะ แต่ อ๊ะ..อ๊ะ ฟังก่อน อย่าเพิ่งซ่า!

'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'
'ปิดประเทศ' แล้วยังไม่รู้ตัว?