โลกกักพลเมือง 1.7พันล้านคน! หลบภัยโคโรนา


เพิ่มเพื่อน    

 จีนสวนกระแสโลก ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทางในมณฑลหูเป่ย์ที่เคยเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ขณะทั่วโลกมีพลเมืองถูกกักกัน 1,700 ล้านคน อังกฤษเพิ่งขยับชัตดาวน์ 3 สัปดาห์ ห้ามรวมตัวเกิน 2 คน "โดนัลด์ ทรัมป์" กลัวสอบตก คุยจะรีบยกเลิกล็อกดาวน์บางรัฐพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ยอดติดเชื้อทั่วโลกจ่อ 390,000 ราย สังเวยเกือบ 17,000 ศพ

     รัฐบาลจีนประกาศเมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2563 ว่าจะยกเลิกการปิดมณฑลหูเป่ย์และจะอนุญาตให้ประชากรที่มีสุขภาพแข็งแรงออกจากมณฑลนี้ได้ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันเดียวกันนี้ แต่ยังยกเว้นเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของหูเป่ย์ ที่เป็นศูนย์กลางการระบาดใหญ่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งทำให้จีนกักกันประชากรมากกว่า 50 ล้านคนในมณฑลนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม โดยชาวอู่ฮั่นต้องรอถึงวันที่ 8 เมษายน 
    รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ตามคำประกาศของจีน ประชาชนที่จะเดินทางเข้าหรือออกเมืองจะต้องเป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีสุขภาพแข็งแรงหรืออยู่ในรหัสสีเขียว อย่างไรก็ดี โรงเรียนจะยังถูกปิดต่อไป ข่าวซีซีทีวีและสื่อทางการจีนเผยด้วยว่า สนามบิน 3 แห่งของหูเป่ย์จะเริ่มรับเที่ยวบินได้ตั้งแต่วันพุธ นอกจากนี้กำแพงเมืองจีนก็จะเปิดบริการนักท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่ทุกคนต้องเว้นระยะห่าง 1 เมตร และต้องสวมหน้ากากอนามัย
    เมื่อวันอังคาร คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 78 รายในวันจันทร์ เพิ่มจากวันอาทิตย์ 2 เท่า ในจำนวนนี้ 74 รายเป็นผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ เพิ่มจาก 39 รายในวันก่อนหน้านี้ ยอดรวมของผู้ติดเชื้อนำเข้าอยู่ที่ 427 คน จากผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด 81,171 คน โดยมีผู้เสียชีวิต 3,277 คน เพิ่ม 7 คนจากวันก่อน
    การผ่อนคลายกฎข้อบังคับเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของจีน มีออกมาหลังจากมากกว่า 50 ประเทศและดินแดนใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายหรือกักกันประชาชนให้อยู่ในเคหสถานรวมมากกว่า 1,700 ล้านคน ซึ่งรวมถึงชาวอินเดีย 700 ล้านคนที่อยู่ภายใต้มาตรการเคอร์ฟิวของรัฐบาล
     สถานการณ์ในโลกตะวันตกอยู่ในขั้นวิกฤติ เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลอังกฤษประกาศใช้มาตรการชัตดาวน์ 3 สัปดาห์ ปิดธุรกิจร้านค้าและบริการที่ไม่มีความจำเป็น และห้ามประชาชนรวมตัวกันมากกว่า 2 คน นายกฯ บอริส จอห์นสัน ซึ่งถูกตำหนิว่าตัดสินใจล่าช้าทั้งที่ประเทศในยุโรปล็อกดาวน์กันเกือบหมดแล้ว กล่าวเรียกร้องประชาชนผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ให้อยู่ที่บ้าน ข้อมูลถึงวันจันทร์อังกฤษมีผู้ติดเชื้อแล้ว 6,650 ราย เสียชีวิต 335 ราย
    ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวเตือนว่า การแพร่ระบาดทั่วโลกกำลังทวีความเร็วขึ้น เห็นได้จากโรคนี้ใช้เวลา 67 วันนับแต่เริ่มมีการระบาดในจีนเมื่อเดือนธันวาคม จนกระทั่งทำให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 100,000 คน แต่หลังจากนั้นโรคนี้ใช้เวลาเพียง 11 วัน ก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 100,000 คน และเพียงแค่ 4 วันก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 300,000 คน
    จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกกำลังพุ่งทะยานเข้าสู่หลัก 400,000 คนแล้ว โดยข้อมูลที่เอเอฟพีรวบรวมจากข้อมูลอย่างเป็นทางการของประเทศต่างๆ และของดับเบิลยูเอชโอ ถึง 18.00 น.ของวันอังคาร มีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วมากกว่า 386,350 ราย จาก 175 ประเทศและดินแดน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 16,961 ราย
    อิตาลี ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรายแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าจีนเกือบ 2 เท่าแล้ว โดยข้อมูลถึงวันจันทร์ อิตาลีมีคนเสียชีวิตแล้ว 6,077 ราย จากผู้ติดเชื้อ 63,927 ราย รักษาหายแล้ว 7,432 ราย 
    สเปนสถานการณ์หนักสุดอันดับ 3 ของโลก มีคนเสียชีวิต 2,696 ราย ติดเชื้อ 39,673 ราย, อิหร่านเสียชีวิต 1,934 ราย ติดเชื้อ 24,811 ราย และฝรั่งเศสเสียชีวิต 860 ราย ติดเชื้อ 19,856 ราย นับแต่ 02.00 น.ของวันอังคาร ไอซ์แลนด์รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศ และเมียนมาพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ
    ส่วนสหรัฐอเมริกา ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงค่ำวันอังคาร ระบุว่า สหรัฐมีคนเสียชีวิตแล้ว 593 ราย จากผู้ติดเชื้อ 46,450 ราย นิวยอร์กซิตีเมืองเดียวมีผู้เสียชีวิตถึง 125 คน มหานครที่มีประชากร 8.4 ล้านคนแห่งนี้กำลังเป็นศูนย์กลางวิกฤติโควิด-19 ของสหรัฐ รัฐบาลท้องถิ่นมีคำสั่งให้ประชากรอยู่แต่ในเคหสถาน และสั่งปิดโรงเรียนและธุรกิจที่ไม่จำเป็น 
    มาตรการล็อกดาวน์ที่บังคับใช้ในหลายเมืองและหลายมลรัฐของสหรัฐครอบคลุมประชากร 1 ใน 3 ของสหรัฐ กำลังส่งผลต่อภาคธุรกิจ ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งจะต้องสู้ศึกเลือกตั้งสมัยที่ 2 ในวันที่ 3 พฤศจิกายน กำลังหาทางหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจหักล้างคำโฆษณาหาเสียงของเขา และได้ประกาศต่อนักข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ว่า ในไม่ช้าเขาจะเปิดประเทศให้ทำธุรกิจได้อีกครั้ง
    ทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจจะรื้อฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในมลรัฐที่มีอัตราการติดเชื้อต่ำ เช่น เนแบรสกา, ไอดาโฮ และไอโอวา ส่วนพื้นที่อันตรายในรัฐอื่นๆ เช่นนิวยอร์กนั้น จะต้องพยายามกันต่อไป "ถ้าให้ขึ้นอยู่กับแพทย์ พวกเขาคงบอกให้ชัตดาวน์หมดทั้งโลก" ทรัมป์กล่าว.
 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก