‘ฟ้าชายชาร์ลส์’ติดเชื้อ! สเปนวิกฤติตายแซงจีน


เพิ่มเพื่อน    

 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งอังกฤษทรงติดไวรัสโควิด-19 ล็อกดาวน์ทั่วโลกกระทบประชากร 1 ใน 3 ของโลกแล้ว หลังจากอินเดียสั่งพลเมือง 1,300 ล้านคนอยู่ในเคหสถานนาน 21 วัน สเปนสังเวยโคโรนา แซงหน้าจีน ยอดติดเชื้อทั่วโลกพุ่งเกิน 436,000 คน ตายใกล้แตะ 20,000 ราย 

    ความพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลทั่วโลกด้วยการสั่งล็อกดาวน์ ยุติการเคลื่อนย้ายและบังคับประชากรอยู่แต่ในเคหสถาน กำลังส่งผลต่อประชากรโลก 2,600 ล้านคนในมากกว่า 50 ประเทศ ขณะที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายเพิ่มในอีกหลายประเทศ 
     ข้อมูลที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2563 พบว่า ลิเบีย ซึ่งผจญภัยสงครามยืดเยื้อ, เบลีซ ในภูมิภาคอเมริกากลาง, เกรนาดา และดอมินิกา ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, มาลีในแอฟริกา และลาว มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกในประเทศ ส่วนแคเมอรูนและไนเจอร์มีผู้เสียชีวิตรายแรก ข้อมูลนี้รวบตั้งแต่เวลา 02.00 น.ของวันจันทร์ ขณะเดียวกัน องค์การยูเนสโกกล่าวว่า ประชากรบนหมู่เกาะกาลาปาโกส 4 รายติดเชื้อไวรัสนี้ด้วย ทั้งหมดเพิ่งเดินทางกลับจากเมืองกัวยากิลของเอกวาดอร์เมื่อวันจันทร์ ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้มีผู้เสียชีวิต 27 คน จากติดเชื้อ 1,049 คน เกินครึ่งอยู่ที่เมืองกัวยากิลนี้ 
     จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกรวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงค่ำวันพุธ อยู่ที่อย่างน้อย 436,159 ราย เสียชีวิตแล้ว 19,648 คน อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 6,820 คน โดยเสียชีวิตเพิ่มถึง 743 คนเมื่อวันอังคาร จากผู้ติดเชื้อ 69,176 คน รักษาหายแล้ว 8,326 คน ขณะที่สเปนมีผู้เสียชีวิตมากแซงจีนขึ้นอันดับ 2 ของโลกแล้ว หลังจากมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 738 คนเมื่อวันพุธ ยอดรวมอยู่ที่ 3,434 คน จากผู้ติดเชื้อ 47,610 คน หายแล้ว 5,367 คน 
     จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในสเปนยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด แม้สเปนจะล็อกดาวน์ประเทศมาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม ก่อนจะขยายเวลาต่อไปเป็นวันที่ 11 เมษายน รัฐบาลสเปนได้ร้องขอความสนับสนุนจากกองกำลังนาโตแล้ว
     ขณะเดียวกัน จีนแผ่นดินใหญ่ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเมื่อวันอังคาร แต่มีผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศอีก 47 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 4 คน ยอดรวมจีนมีผู้ติดเชื้อ 81,218 คน เสียชีวิต 3,281 คน, อิหร่านเสียชีวิตเพิ่ม 143 คน ยอดรวม 2,077 ศพ ติดเชื้อ 27,017 คน, ฝรั่งเศสเสียชีวิตแล้ว 1,100 คน ติดเชื้อ 22,302 คน และสหรัฐ เสียชีวิตแล้ว 802 คน ติดเชื้อ 55,238 คน
    เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ เป็นบุคคลสำคัญคนล่าสุดที่ติดไวรัสโควิด-19 โดยสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างแถลงการณ์ของพระตำหนักแคลเรนซ์เมื่อวันพุธว่า พระราชโอรสองค์โตในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทรงเริ่มมีพระอาการของโรคโควิด-19 ในระดับอ่อน แต่พระพลานามัยของพระองค์ยังแข็งแรงและยังทรงงานตามปรกติ
    เจ้าชายแห่งเวลส์ ซึ่งมีพระชนมายุ 71 พรรษา และคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายา ทรงแยกกักพระองค์อยู่ที่พระตำหนักในสกอตแลนด์ แต่ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสด้วย แถลงการณ์กล่าวว่า ทั้งสองพระองค์ทรงรับการตรวจโดยระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ที่สกอตแลนด์ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าพระองค์ทรงติดไวรัสจากใคร เนื่องจากเจ้าชายทรงพบปะกับบุคคลมากมายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงขณะนี้อังกฤษมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วมากกว่า 8,000 คน เสียชีวิต 422 คน
    ที่อินเดีย นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี มีคำสั่งเมื่อวันอังคารให้ล็อกดาวน์ทั้งประเทศนาน 21 วัน โดยขอให้ประชาชน 1,300 ล้านคนอยู่แต่ในเคหสถาน หลังจากนักวิจัยกล่าวเตือนว่า อินเดียอาจมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านคนภายในกลางเดือนพฤษภาคม ทำให้รัฐบาลตัดสินใจสั่งระงับการเดินทางทางอากาศและรถไฟทั้งหมด และสั่งปิดธุรกิจและโรงเรียนทั่วประเทศ ถึงวันพุธอินเดียมีผู้ติดเชื้อแล้ว 562 คนเสียชีวิต 10 คน 
     ส่วนที่สหรัฐ มีชาวอเมริกันเกือบ 130 ล้านคน หรือ 40% ของประชากรในหลายมลรัฐ กำลังถูกขอหรือถูกบังคับให้กักตัวในบ้าน ซึ่งรวมถึงประชาชนในรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ทว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความประสงค์ว่าไม่ต้องการเห็นการชัตดาวน์ขยายเกินวันที่ 12 เมษายน โดยระบุว่าไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 
     ท่าทีของทรัมป์ขัดกับมาตรการที่ใช้กันทั่วโลก และย้อนแย้งกับแนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐที่รุนแรงขึ้น และองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) โดยมาร์กาเร็ต แฮร์ริส โฆษกองค์การกล่าวเตือนที่นครเจนีวาเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐอาจกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่แทนที่ยุโรป เห็นได้จากอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงนั้น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 85% ของทั้งโลกอยู่ในยุโรปและสหรัฐ และในจำนวนนี้อยู่ในสหรัฐ 40%
    สหรัฐยังมีข่าวดีสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่บ้าง เมื่อวุฒิสภาและทำเนียบขาวสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อผ่านกฎหมายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบเท่ากับ 10% ของเศรษฐกิจสหรัฐทั้งหมด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้.


ไม่ได้คุยเรื่อง "หมอชาญชัย" ซะนาน วันนี้คุยกันลืมกันหน่อย ยังจำกันได้ใช้มั้ย?

ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.