ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯร่อนจดหมายเปิดผนึกผ่านนายกฯ เรียกร้องเศรษฐีเมืองไทย 100 อันดับแรกมีมาตรการช่วยเหลือประเทศไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

27 มี.ค.63 - นายอมร อมรรัตนานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกเรื่อง "มหาเศรษฐีในเมืองไทย 100 อันดับแรก ต้องมี มาตรการช่วยเหลือ ประเทศไทย ข้ามผ่านวิกฤตการแพร่ระบาด โรคโควิด-19"เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

เรียน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อส่งผ่านไปยัง 100 มหาเศรษฐีของเมืองไทย

สถานการณ์ ปัจจุบัน การประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ผ่านไปแล้ว 1 วัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 มาถึงทางสองแพร่ง ที่จะสามารถระงับยับยั้ง หรือ จะบานปลาย ไม่สามารถควบคุมได้

สภาวะดังกล่าว ในการที่จะแก้ปัญหา และฝากข้ามวิกฤต การแพร่ระบาด ครั้งนี้ จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในสังคม

ภาพที่ พี่น้องประชาชนคนเล็กคนน้อย พี่พอมีฐานะเศรษฐกิจที่เพียงพอ ลุกขึ้นมาช่วยเหลือพี่น้องผู้ยากไร้กว่าด้วยการทำอาหารแจกฟรี เป็นภาพที่คุ้นชินในยามวิกฤติไม่ว่าเกิดภัยพิบัติประเภทใด ...

นี่คือความงดงามที่สะท้อนถึงจิตอาสา ของคนไทยที่ไม่ทิ้งกัน!!!

สำหรับผมเห็นแล้วสะเทือนใจ หากมีกำลังเพียงพอ ก็อยากจะกระทำเช่นนั้นบ้าง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความห่วงใย ล้นเกล้าของชาวไทย ทรงช่วยเหลือ โดยการจัดหาเครื่องช่วยหายใจสนับสนุน การทำงานของโรงพยาบาลต่างๆ

ขณะที่ภาครัฐซึ่งนำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และบรรดาบุคคลด้านสาธารณสุข ก็พยายามทำงานหนักกันอย่างเต็มที่ อาจมีผิดบ้างถูกบ้าง ก็ต้องให้กำลังใจ และให้ความร่วมมือ เพราะต้องเข้าใจว่า นี่คือวิกฤตการแพร่ระบาดใหญ่ ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลก ที่ผ่านมาหลายร้อยปี

หากท่านใด มีความเห็นต่าง จะวิพากษ์วิจารณ์ ก็ขอให้มีข้อเสนอแนะ ในทางสร้างสรรค์ด้วย

เพราะเวลานี้ เป็นเวลาที่คนไทย ทุกคน ไม่ว่าอาชีพใด ฐานะใด กลุ่มก้อนสีใด

ต้องรวมจิตหนึ่งใจเดียว ฝากข้ามวิกฤต ครั้งนี้ โดยยึดหลัก

"คนไทยต้องไม่ทิ้งกัน"

สำคัญที่ผมต้องการนำเสนอ ในวันนี้ ขอให้มหาเศรษฐี 100 อันดับแรกของสังคมไทย ต้องมีมาตรการที่ชัดเจน ในการที่จะช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือประเทศชาติ และช่วยเหลือรัฐบาล (บางกลุ่มอาจเริ่มดำเนินการแล้ว) โดยมีมาตรการที่ชัดเจนดังนี้

1 กลุ่มธุรกิจที่ประกอบการ ด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นของประชาชน ต้องลดราคาสินค้า เพื่อส่งต่อไปยังผู้จัดจำหน่ายในราคาต้นทุน หรือ บวกกำไรไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์

2 กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ผู้ค้าส่ง ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก ต้องลดส่วนต่างของกำไร ให้น้อยที่สุด

3 กลุ่มธุรกิจอื่นๆ อาจรวมตัวกัน ประกาศจัดตั้งกองทุน เพื่อสนับสนุนงบประมาณของรัฐ ในการจัดซื้อ เครื่องมือ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผม ที่อยากเห็น บรรดาเจ้าสัวทั้งหลาย ได้มีจิตอาสาเพื่อ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แบ่งปันต่อพี่น้องประชาชน ผู้สร้างความร่ำรวยให้แก่ท่าน

ด้วยการหยุดทำกำไรบางส่วน หรือคืนกำไร ประชาชนทั้งประเทศ

หากมีปฏิบัติการเช่นนี้ สังคมไทย จะเป็นสังคมที่อุดมไปด้วยความสุข ที่ชั้นชนใด ต่างสมัครสมาน สามัคคี และอาทรต่อกัน ในยามวิกฤต

ที่สำคัญ จะเป็นแบบอย่าง กับอารยประเทศ ที่จะสะท้อนรากเหง้า ความเป็นสังคมไทย ที่มีจารีต วัฒนธรรม ที่งดงาม ที่คนไทย ถึงแม้จะมีฐานะที่ต่างกัน เชื้อชาติที่แตกต่างกัน ความเห็นที่แตกต่างกัน ในยามที่มีภัยพิบัติ ในยามที่มีข้าศึกรุกราน

คนไทยทุกคนก็สามัคคีกลมเกลียว ฝาข้ามวิกฤต แก้ปัญหา และรักษาแผ่นดินนี้ มาได้ทุกครั้งไป

ดั่งเช่นเราเห็น จากบทเรียนในสยามประเทศนี้

รักและศรัทธาในจิตวิญญาณของความเป็นไทย.


 


มีข่าวสารจากเยอรมัน สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานตรงกัน  รัฐบาลเยอรมันชี้แจงต่อกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเยอรมันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา .......ยืนยันไม่พบการกระทำใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก