บิ๊กเพื่อไทย ชี้เปรี้ยง พรก.ฉุกเฉินต้านโควิด-19 คือการรัฐประหารเงียบ ยึดอำนาจประชาชน-รมต.มาไว้ที่คนๆเดียว


เพิ่มเพื่อน    

28 มี.ค.63 -  นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้

อย่าใช้วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด 19 เพื่อยึดอำนาจทำรัฐประหารเงียบ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ คสช. สามารถยึดอำนาจ และสืบทอดอำนาจปกครองประเทศ เกือบ 6 ปีเต็ม ได้สร้างวิกฤตทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอย่างต่อเนื่อง มากมาย ทุกมิติ ได้สะสมความเครียดต่อสังคมมายาวนาน จนถึงช่วงปลายปี 62 ย่างเข้าต้นปี 2563 กระแสความไม่พอใจ ต่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ถึงจุดเดือด จากการบริหารประเทศที่ผิดพลาด ทำให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง การเมืองแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีการทุจริตคอรัปชั่นรุนแรง อาณาราษฏรเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า นักเรียน นักศึกษาปัญญาชนฝ่ายประชาธิปไตยเริ่มรวมตัวประท้วงขับไล่รัฐบาล กระแสจุดติดและดังกระหึ่มหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ

ในขณะที่รัฐบาลถูกกดดัน ถูกประท้วง ถูกขับไล่ ด้วยความไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถบริหารและกำลังเสื่อมทรุด จากวิกฤตโรคระบาดร้ายแรงเข้ามาและแพร่ระบาดแต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการป้องกัน ตั้งแต่แรกรัฐบาลเห็นแก่เงินมากกว่าชีวิตของประชาชนปล่อยให้นักท่องเที่ยวจีน เกาหลีซึ่งเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาแต่เริ่มต้นเข้ามาโดยไม่มีมาตราการป้องกันเพียงพอ จนสถานการณ์ปัจจุบันได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาไปเกือบทั้งประเทศ แล้วพลเอกประยุทธ์ จึงประกาศใช้ พ. ร. ก. ฉุกเฉิน พ่วงด้วยกฎหมายอีก 40 ฉบับ

การประกาศใช้ พ. ร. ก. ฉุกเฉิน แทบจะไม่มีใครต่อต้านเพราะทุกคน ทุกฝ่ายพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด 19 แต่เมื่อพิจารณาความสมเหตุสมผล เบื้องหน้า เบื้องหลัง เป้าหมาย และเจตนารมณ์อันแท้จริงของพลเอกประยุทธ์ ที่ประกาศ พรก. ฉุกเฉิน พ่วงด้วย พรบ. อีก 40 ฉบับ แล้ว การประกาศใช้ พ. ร. ก. ฉุกเฉินครั้งนี้ ไม่ได้ประกาศเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเพียงอย่างเดียว แต่ในทางวิชาการรัฐศาสตร์ ถือว่าเป็นการยึดอำนาจ หรือรัฐประหารเงียบ เป็นการใช้โครงสร้างการบริหารประเทศรวมศูนย์ ยึดอำนาจประชาชน ยึดอำนาจคณะรัฐมนตรี ให้มาอยู่ที่ตัวพลเอกประยุทธ์ เพียงคนเดียว แล้วให้รัฐมนตรีบางคนที่เป็นแกนนำการยึดอำนาจเดิม รวมทั้งปลัดกระทรวงและข้าราชการประจำมาบริหารประเทศแทนคณะรัฐมนตรีที่มาจากประชาชน

ในด้านรัฐสภาก็เช่นกัน ฝ่ายค้านพยายามเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาและเรียกร้องให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อระดมความคิด ความรู้ ความสามารถ แนวทางแก้ปัญหาวิกฤตชาติแต่รัฐบาล พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลกลับพยายามขัดขวางไม่ให้มีการเปิดประชุม ช่องทางรัฐสภาจึงไร้ความหมายและถูกปิดปากจากฝ่ายรัฐบาล

ในขณะเดียวกันรัฐบาลนี้ก็ถือโอกาสใช้วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินเพื่อสยบความเคลื่อนไหวทั้งหมดของนักเรียนนักศึกษาและฝ่ายประชาธิปไตย พร้อมกับรวบอำนาจมาไว้ในตัวเอง คล้ายกับรัฐบาลเผด็จการหลังยึดอำนาจเสร็จ ท่ามกลางความโกลาหลของประชาชน

จึงขอให้การใช้ พรก. ฉุกเฉิน ครั้งนี้เป็นไปด้วยความซื่อตรงต่อประชาชน เพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และคืนความเป็นปกติให้กับสังคมโดยเร็ว อย่าใช้ พรก. ฉุกเฉินเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ และคณะ บนความเสียหาย เสียโอกาส บนวิกฤตของประชาชนและประเทศชาติเลย.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.