รณรงค์หลีกใกล้ชิด เลี่ยงการติดโรค


เพิ่มเพื่อน    

 คณบดีคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน พร้อม ส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ผุดแคมเปญรณรงค์ Social Distancing ลดการแพร่เชื้อโควิด-19  

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณบดีคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน ได้แก่ ศิริราช, จุฬาลงกรณ์ฯ, รามาธิบดี และธรรมศาสตร์ รณรงค์เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมในการรณรงค์เพื่อลดการแพร่เชื้อสู่กันจากการติดต่อใกล้ชิด และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลากหลายพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่วมแคมเปญในครั้งนี้โดยเขียนข้อความต่างๆ อาทิ “หลีก การใกล้ชิด เลี่ยง การติดเชื้อ”   “โรคติดต่อ จะไม่ติดต่อ ถ้าเราไม่ติดต่อกัน โพสต์ลงโซเชียล ติดแฮชแท็ก #alonetogether #westayhereforyou #youstayhomeforyourself
    รองศาสตราจารย์นายแพทย์ดิลก ภิยโยทัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงในขณะนี้ จะเห็นว่าทุกภาคส่วนต้องทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ สิ่งสำคัญในความสำเร็จในการควบคุมโรคนี้ให้ได้ก็คือการจัดการตั้งแต่ต้นตอ คือการควบคุมการติดต่อไม่ให้มีจำนวนผู้รับเชื้อมากขึ้น วิธีการหนึ่งที่สำคัญมากคือการสร้างให้ประชาชนได้ตระหนักและให้ความร่วมมือในการหลีกเลี่ยงที่จะออกจากบ้านซึ่งมีโอกาสในการไปพบปะผู้คนจำนวนมาก และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้อื่นในช่วงเวลานี้ เพื่อที่จะไม่เป็นพาหะในการแพร่เชื้อสู่กัน จากการได้พูดคุยกันระหว่าง 4 โรงเรียนแพทย์ จึงได้มีการคิดแคมเปญนี้ขึ้น พร้อมทั้งชักชวนเพื่อนๆ ลูกศิษย์ และประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ มาช่วยรณรงค์
    ขณะที่นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้รับการชักชวนจาก นพ.ดิลก ระบุว่า สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่จะสามารถรวมพลังสร้างความเข้าใจกับประชาชนได้ จึงได้ชวนเพื่อนๆ ทุกภาคส่วน อาทิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากหลากหลายพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ ภูมิใจไทย เพื่อไทย อาจารย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยกันรณรงค์เช่นเดียวกัน นอกจากการรณรงค์แล้ว ตนยังได้พยายามเพื่อที่จะช่วยแบ่งเบาภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นให้บริการออกหน่วยฉีดพ่นฆ่าเชื้อ การเย็บหน้ากากแจกจ่ายให้กับประชาชน ดังนั้น สิ่งใดที่พวกเราสามารถช่วยกันได้ก็อยากให้ช่วยกัน
    เช่นเดียวกับ นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ชักชวนเพื่อน ส.ส.จากหลายพรรค มาร่วมกันรณรงค์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าวันนี้พวกเราในฐานะคนไทยทุกคน ต้องร่วมมือร่วมใจกัน สามัคคี และให้ความร่วมมือที่จะปฏิบัติตามในข้อบังคับต่างๆ อยู่บ้านกันเถอะ หากจำเป็นจริงๆ ให้รักษาระยะห่างจากผู้อื่น พร้อมใส่หน้ากากและล้างมือบ่อยๆ เพื่อที่จะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนักเพื่อเราแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือการไม่เป็นพาหะรับและแพร่เชื้อ
    ด้านนายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อาจจะแปลกที่ตนกำลังจะบอกว่า การแยกกันอยู่คือหนทางที่ดีที่สุดของการอยู่รอดของพวกเราทุกคน ตนจึงอยากขอความร่วมมือจากทุกๆ คนปฏิบัติไปพร้อมๆ กัน คือการอยู่บ้าน ลดการปฏิสัมพันธ์ มีระยะห่าง ปฏิบัติตามแนวทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากทุกคนปฏิบัติในทิศทางเดียวกันแล้ว ก็จะเป็นการช่วยลดการทำงานหนักของบุคลากรทางการแพทย์ ที่กำลังต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 เพราะยิ่งถ้าหากเราเริ่มต้นช้า นั่นหมายถึงว่าทุกๆนาทีเราจะมีความสูญเสียที่เพิ่มมากขึ้น 
    นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ไม่มีสิ่งใดจะเทียบได้เลยกับสิ่งที่เหล่าฮีโร่บุคลากรทางการแพทย์ ได้ทุ่มเทและเสียสละทั้งกายและใจ เพียงแค่พวกเราให้ความร่วมมือในการไม่เป็นภาระ ไม่เป็นพาหะรับ และหรือแพร่เชื้อ ก็ถือเป็นการตอบแทนพวกเขา และช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันแล้ว
    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ได้เลือกใช้วิธีสื่อสารกับประชาชนด้วยการเฟซบุ๊กไลฟ์แทนการลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อลดการแพร่เชื้อโควิด-19 และเมื่อจำเป็นต้องออกงานสังคม ก็จะสวมหน้ากาก และเว้นระยะห่าง พร้อมขอให้ทุกคนล้างมือบ่อยๆ ในภาวะแบบนี้ การดูแลตัวเองไม่ใช่แค่เพื่อตนเองและครอบครัว แต่เพื่อคนไทยทั้งประเทศ 
    ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร่วมรณรงค์เพื่อลดการแพร่เชื้อสู่กันจากการติดต่อใกล้ชิด โดยเขียนข้อความ “หลีก การใกล้ชิด เลี่ยง การติดเชื้อ”  โพสต์ลงโซเชียล ติดแฮชแท็ก #alonetogether #westayhereforyou #youstayhomeforyourself 
    


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"