ผงะ!รมต.เยอรมนีฆ่าตัว กระทิงดุยอดดับทุบสถิติ


เพิ่มเพื่อน    

 

ทั่วโลกสังเวยโควิด-19 เกิน 31,000 ศพแล้ว "อิตาลี" มากกว่า 1 หมื่น สเปนยังร่อแร่ตายวันเดียวทำสถิติใหม่ สลดรัฐมนตรีคลังรัฐเฮสเซินของเยอรมนีฆ่าตัวตายเซ่นพิษเศรษฐกิจจากวิกฤติไวรัส "โดนัลด์ ทรัมป์" มึนแนะล็อกดาวน์รัฐนิวยอร์กแต่เจอต้านหนักจนต้องกลับลำ ฟิลิปปินส์แซงไทยติดเชื้อเพิ่มวันเดียว 343 ราย

    ภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกจากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐ เผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลก ณ เวลา 19.15 น. ของวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 ตามเวลาไทย อยู่ที่ 679,977 รายแล้ว ในจำนวนนี้เสียชีวิต 31,734 ราย หายแล้ว 145,625 ราย
    สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อที่ผ่านการตรวจยืนยันแล้วมากที่สุด 124,686 คน เสียชีวิต 2,191 คน โดยนครนิวยอร์กซิตีเป็นเมืองที่สถานการณ์หนักที่สุด มีผู้เสียชีวิต 672 คน อิตาลีมีผู้ติดเชื้อ 92,472 คน เสียชีวิต 10,023 คน จากคำแถลงของสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนอิตาลีเมื่อวันเสาร์ โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,974 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 889 คน แต่ยังน้อยกว่าเมื่อวันศุกร์ที่เสียชีวิตมากเป็นสถิติถึง 969 คน 
    ขณะที่สเปนกำลังประสบชะตากรรมใกล้เคียงกับอิตาลี โดยเมื่อวันเสาร์มีผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 838 คน ทำให้ยอดเสียชีวิตรวมเป็น 6,528 คน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,562 คน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 78,797 คน เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของปาโบล โรดริเกซ แพทย์รังสีวิทยาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมาดริดว่าคนไข้ถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นสึนามิ
    สเปนมีผู้เสียชีวิตมากแซงหน้าจีนตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่แล้ว แต่จีนยังมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่าที่ 81,439 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันเสาร์ 45 ราย ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อภายในประเทศเพียงรายเดียว ที่เหลือติดเชื้อมาจากต่างประเทศ 
    ความวิตกว่าเชื้อนำเข้าจะก่อคลื่นการระบาดรอบที่ 2 ทำให้รัฐบาลจีนใช้มาตรการห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาพร้อมกับลดจำนวนเที่ยวบินจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็เริ่มผ่อนคลายการล็อกดาวน์เมืองอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางการแพร่เชื้อเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเริ่มเปิดให้บริการรถไฟโดยสารเข้าเมือง โดยเครือข่ายรถไฟใต้ดินส่วนใหญ่และศูนย์การค้าบางแห่งจะเริ่มให้บริการในสัปดาห์นี้
    อิหร่านมีผู้สังเวยโควิดมากเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากอิตาลี, สเปน และจีน ที่ 2,640 คน โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 123 คนเมื่อวันเสาร์ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,901 คน ยอดสะสม 38,309 คน หายแล้ว 12,391 คน ฝรั่งเศสมียอดผู้เสียชีวิต 2,314 คน ติดเชื้อ 37,575 คน นายกรัฐมนตรีเอดัวร์ ฟิลิป เตือนว่าการต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
    เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 552 คนเมื่อวันเสาร์ ยอดรวมเพิ่มเป็น 58,247 คน ในยุโรปเป็นรองแค่อิตาลีและสเปน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 22 ราย ยอดรวมเป็น 455 ศพ เมื่อวันอาทิตย์เยอรมนียังได้รับข่าวน่าสลดใจเมื่อโทมัส เชเฟอร์ รัฐมนตรีคลังของรัฐเฮสเซินวัย 54 ปี ถูกพบเป็นศพใกล้กับรางรถไฟเมื่อวันเสาร์ โดยสำนักงานอัยการวีสบาเดินสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย โวลเคอร์ บุฟฟีเยร์ มุขมนตรีรัฐเฮสเซินกล่าวว่า เชเฟอร์ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคลังของรัฐนี้มานาน 10 ปี วิตกอย่างมากว่าจะรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างไร ที่ผ่านมาเชเฟอร์ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อช่วยบริษัทต่างๆ และแรงงานในรัฐนี้รับมือกับผลกระทบจากวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้
     สถานการณ์ของสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเช่นกัน ผู้เสียชีวิตเกินหลักพันแล้วเมื่อวันเสาร์ โดยมีผู้ติดเชื้อ 17,089 คน เสียชีวิต 1,019 คน รัฐบาลอังกฤษซึ่งนายกฯ บอริส จอห์นสัน ผู้นำรัฐบาลติดเชื้อไวรัสโคโรนานี้ด้วย ยอมรับเมื่อวันอาทิตย์ว่าการล็อกดาวน์ประเทศอาจยืดยาวนานกว่าที่กำหนดไว้ 3 สัปดาห์พอสมควร โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจต้องล็อกดาวน์ไปถึงเดือนมิถุนายน
    รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะใช้มาตรการนี้ในรัฐนิวยอร์กที่สถานการณ์หนักที่สุดในสหรัฐหรือไม่ ทรัมป์สร้างความสับสนเมื่อเขาประกาศในวันเสาร์ว่า จะล็อกดาวน์รัฐนิวยอร์กกับรัฐเพื่อนบ้านทั้งนิวเจอร์ซีย์และคอนเนตทิกัต หลังจากหวาดวิตกว่านักเดินทางจากนิวยอร์กกำลังนำเชื้อไปแพร่ในรัฐอื่นๆ โดยเฉพาะรัฐฟลอริดา แต่ภายหลังโดนผู้ว่าการรัฐทั้ง 3 คัดค้านอย่างรุนแรงว่ามาตรการล็อกดาวน์จะก่อความตื่นตระหนกและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ทรัมป์ก็เปลี่ยนใจในอีก 8 ชั่วโมงต่อมา และขอให้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งชาติ (ซีดีซี) ออกเป็นคำเตือนการเดินทางแทน โดยแนะว่าผู้พักอาศัยในรัฐเหล่านี้ควรงดเว้นการเดินทางที่ไม่จำเป็นเป็นเวลา 14 วัน
    การปิดประเทศกักประชากรไว้ในเคหสถานที่อินเดีย กำลังสร้างความยากลำบากต่อประชากร 1,300 ล้านคน นายกฯ นเรนทรา โมดี แถลงต่อประชาชนผ่านวิทยุเมื่อวันอาทิตย์ ขอโทษที่การล็อกดาวน์นาน 21 วัน ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะคนยากจนได้รับความเดือดร้อน แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นในการต่อสู้กับไวรัสนี้ อินเดียมีผู้ติดเชื้อเพียง 987 ราย เสียชีวิต 25 ราย ทางการอินเดียกำลังสั่งปิดหมู่บ้าน 12 แห่ง ที่เคยต้อนรับคุรุที่ติดเชื้อรายหนึ่งซึ่งอาจกลายเป็น "ซูเปอร์สเปรดเดอร์" 
    รัฐบาลอินเดียได้สั่งการให้ทุกรัฐและดินแดนปิดพรมแดนของตนเพื่อลดการเคลื่อนย้ายของประชาชนและจัดสรรงบประมาณให้แต่ละรัฐจัดหาอาหารและที่พักแก่แรงงานต่างถิ่น หลังจากพบว่ามีแรงงานพยายามกลับบ้านในชนบท โดยยอมแม้กระทั่งเดินเท้าหลายร้อยกิโลเมตรเนื่องจากระบบคมนาคมหยุดบริการทั่วประเทศ 
    เพื่อนบ้านในเอเชียใต้อย่างศรีลังกา ซึ่งเพิ่งรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตคนแรกเมื่อคืนวันเสาร์ รัฐบาลประกาศขยายคำสั่งห้ามนักเดินทางด้วยเครื่องบินเข้าประเทศไปถึงวันที่ 7 เมษายน แต่สนามบินยังเปิดให้มีเที่ยวบินขาออกได้ 
    นอกจากศรีลังกา วันเดียวกันประเทศกาตาร์, จอร์แดน, บรูไน และโตโก ก็ประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรกของประเทศ ส่วนในวันอาทิตย์ อุรุกวัย, นิวซีแลนด์ และมาลี เป็นประเทศใหม่ที่เริ่มมีผู้เสียชีวิต
    ในภูมิภาคอาเซียน เมื่อวันอาทิตย์กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 343 ราย เสียชีวิตอีก 3 ราย จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในฟิลิปปินส์เพิ่มเป็น 1,418 ราย หายแล้ว 42 ราย ยอดเสียชีวิตรวมเป็น 71 ศพ ส่วนมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 150 คน ยอดรวมเพิ่มเป็น 2,470 คน มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีผู้เสียชีวิตอีก 7 คน ยอดรวมเป็น 34 ศพ
    มาเลเซียสั่งล็อกดาวน์ประเทศมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม โดยสั่งปิดโรงเรียนและธุรกิจที่ไม่จำเป็น จำกัดการเดินทางและการเคลื่อนไหวของประชาชนถึงวันที่ 14 เมษายน โดยกำหนดโทษสูงสุดจำคุก 6 เดือนสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนการกักกัน แต่เมื่อวันอาทิตย์ รัฐมนตรีกลาโหม อิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ เปิดเผยว่ามีประชาชนถูกจับกุมฐานฝ่าฝืนแล้วมากกว่า 1,200 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา เฉพาะวันเสาร์ที่ผ่านมาวันเดียวมีคนถูกจับ 649 คน ฐานออกมารวมกลุ่มกัน, ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ และฝ่าแนวกั้นของตำรวจ
    อินโดนีเซียยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 130 ราย ยอดสะสมในประเทศ 1,285 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 12 ราย ยอดรวมเป็น 144 ศพแล้ว ขณะที่สิงคโปร์มีผู้เสียชีวิตรายที่ 3 เมื่อวันอาทิตย์ ส่วนยอดผู้ติดเชื้อยังอยู่ที่ 802 ราย.


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"