ไวรัสโควิด-19 ดันเฮทสปีชต่อต้านจีนเพิ่มขึ้น 9 เท่า


เพิ่มเพื่อน    

รายงานของบริษัทสตาร์ทอัพเทคโนโลยีของอิสราเอลพบว่า หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทำให้มีผู้โพสต์เฮทสปีชหรือถ้อยคำแสดงความเกลียดชังต่อประเทศจีนและชาวจีนเพิ่มสูงขึ้นถึง 900%

แฟ้มภาพ ชายชาวจีนเดินริมถนนในเมืองอู่ฮั่น ที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว

    บริษัท L1ght บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่มีสำนักงานอยู่ที่อิสราเอล เผยในรายงานว่า จากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ตรวจจับเนื้อหาที่เป็นอันตรายทางโซเชียลเน็ตเวิร์กทั่วโลก พบว่าหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ มีโพสต์ที่แสดงความเกลียดชังและเหยียดหยามโดยตรงต่อประเทศจีนและประชาชนจีน รวมถึงปัจเจกชนเชื้อสายเอเชียที่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ ของโลก เพิ่มสูงขึ้นมาก เฉพาะในทวิตเตอร์มีการโพสต์ในลักษณะเฮทสปีชต่อประเทศจีนและชาวจีนเพิ่มขึ้นถึง 900%

    ในรายงานนี้ระบุว่า แม้จะมีเรื่องราวที่มีเนื้อหายกระดับจิตใจที่แชร์ทางออนไลน์อยู่บ้างในช่วงที่คนทั่วโลกต้องกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ แต่เนื่องจากไวรัสนี้พบผู้ติดเชื้อในจีนเป็นประเทศแรก ทำให้มีการแชร์ความเกลียดชังต่อชาวจีนเป็นจำนวนมาก

    การศึกษาของบริษัท L1ght พบว่า โพสต์ทางทวิตเตอร์ที่เป็นพิษ ใช้ภาษาที่ชัดเจนกล่าวหาชาวเอเชียว่าเป็นผู้ติดไวรัสโคโรนา และกล่าวหาประชาชนที่มีเชื้อสายเอเชียว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่นำไวรัสนี้มาแพร่กระจายไปทั่วโลก

    นอกจากนี้ พบว่ามีคนจำนวนมากที่ติดแฮชแท็กที่แสดงถึงการเหยียดเชื้อชาติเช่น #Kungflu, #chinesevirus และ #communistvirus เมื่อพวกเขาทวีตเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

    จากการศึกษาพบว่า การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังอย่างเด่นชัดก็เพิ่มขึ้นถึง 200% ในโพสต์ที่ต่อต้านชาวเอเชีย

    สื่อมวลชนบางสำนักก็เผยแพร่สื่อที่ส่งเสริมให้ต่อต้านชาวเอเชียด้วย เช่น วิดีโอของสถานีสกายนิวส์ของออสเตรเลียที่ตั้งชื่อว่า “จีนตั้งใจนำไวรัสโคโรนามาสู่โลก” มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในวิดีโอนี้มากกว่า 5 แสนโพสต์ ส่วนใหญ่เป็นโพสต์ที่มีถ้อยคำเป็นพิษและแสดงความเกลียดชัง.


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"